
แคนนอน (CANON) เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม 24.2 ล้านพิกเซลรุ่นใหม่ล่าสุด บอดี้กะทัดรัดน้ำหนักเบาเพียง 546 กรัม มาพร้อมระบบกันสั่น IS ในตัว และฟีเจอร์ครีเอทีฟจัดเต็มสำหรับทั้งสายภาพนิ่งและวิดีโอครีเอเตอร์
กรุงเทพฯ 16 กันยายน 2569 — บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ประกาศเปิดตัว EOS R8 Mark II อย่างเป็นทางการ กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม (Full-Frame Mirrorless) รุ่นล่าสุดที่ต่อยอดจากรุ่น EOS R8 พร้อมยกระดับประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหว Coordinated Control IS ฟังก์ชันสร้างสรรค์ใหม่ และอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม

นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ทุกองค์ประกอบของ EOS R8 Mark II ล้วนนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจช่างภาพทุกระดับให้ออกไปแสวงหาโอกาสสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ และพัฒนาสไตล์การเล่าเรื่องด้วยภาพในแบบฉบับที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง
EOS R8 Mark II โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่ตีความรูปทรงปริซึมห้าเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของ แคนนอน ผ่านการออกแบบที่ผสานเส้นตรงเข้ากับเส้นโค้งอย่างลงตัว นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเป็นกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว (In-Body IS หรือ IBIS) ที่มีขนาดเล็กและเบาเป็นพิเศษ ด้วยขนาดเพียง 131.4 x 90.0 x 79.7 มม. และน้ำหนักราว 546 กรัมเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นกล้องฟูลเฟรมตระกูล EOS R รุ่นแรกในคลาสที่มาพร้อมปุ่มมัลติคอนโทรลเลอร์แบบจอยสติ๊ก ช่วยให้ควบคุมระบบออโต้โฟกัสได้ง่ายแม้ขณะถ่ายภาพผ่านช่องมองภาพ

ในด้านสมรรถนะ เซนเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ของ EOS R8 Mark II มีพื้นที่รับแสงใหญ่กว่าเซนเซอร์ APS-C ถึงราว 2.5 เท่า ให้คุณภาพภาพที่ดีขึ้น ถ่ายในที่แสงน้อยได้คมชัด และสร้างวงโบเก้ที่สวยงามได้อย่างง่ายดาย ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวแบบ 5 แกน เมื่อจับคู่กับเลนส์ RF ที่มี IS ในตัว ระบบ Coordinated Control IS จะผสานการทำงานร่วมกัน มอบประสิทธิภาพลดการสั่นไหวได้สูงสุดถึง 7.5 สต็อป ที่บริเวณกลางภาพ และ 7.0 สต็อปที่บริเวณขอบภาพ ตามมาตรฐาน CIPA 2024
สำหรับการจับช่วงเวลาสำคัญ EOS R8 Mark II ผสานระบบ Dual Pixel CMOS AF II ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Deep Learning เข้ากับฟังก์ชัน Pre-Continuous Shooting และการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 40 ภาพต่อวินาที ด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังมีโหมด Register People Priority ที่โฟกัสติดตามบุคคลที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ เป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อถ่ายภาพบุคคลใดบุคคลหนึ่งท่ามกลางฝูงชน

ด้านฟีเจอร์สร้างสรรค์ EOS R8 Mark II เพิ่มโทนสีใหม่ 2 โทนสำหรับทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ได้แก่ “NegativeFilmtone” ที่ให้อารมณ์ฟิล์มเนกาทีฟย้อนยุค และ “PositiveFilmtone” ที่ให้ความสดใสแบบสไลด์ฟิล์ม รวมเป็น 16 โทนสี พร้อมโหมด Handheld Night Scene ที่เพิ่มตัวเลือกสีใหม่อีก 4 แบบ ทั้ง “Blue”, “Black & Orange”, “Pink” และ “Green” ยังมีโหมด Creative AUTO พร้อมอินเทอร์เฟซที่ช่วยแนะนำการสร้างสรรค์ภาพ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีมาให้ในกล้องฟูลเฟรมตระกูล EOS พร้อมอินเทอร์เฟซ Creative Assist ในโหมด Background Blur สำหรับละลายฉากหลังในวิดีโอได้อย่างง่ายดาย

สำหรับวิดีโอครีเอเตอร์ EOS R8 Mark II รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60p ด้วยเทคโนโลยี 6K Oversampling และ Full HD 180p พร้อมเสียง รองรับการบันทึกไฟล์ Canon Log 3 สำหรับการเกรดสีอย่างมืออาชีพ มีฟังก์ชัน Custom Picture จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cinema EOS ที่รองรับ Custom LUT และการปรับพารามิเตอร์ขั้นสูง รวมถึงรองรับการไลฟ์สตรีมทั้งแบบมีสายและไร้สายถึง 4 รูปแบบ และการไลฟ์สตรีมแบบหลายมุมกล้องผ่านแอป Live Switcher Mobile
EOS R8 Mark II ยังสนับสนุนการสร้างคอนเทนต์ VR ด้วยการรองรับเลนส์ VR ทั้งแบบฟูลเฟรมและ APS-C พร้อมติดตั้ง VR Clear Mode โหมดใหม่ที่ปรับคอนทราสต์และความคมชัดให้เหมาะสมกับการรับชมผ่านแว่น VR โดยไม่ต้องตัดต่อภายหลัง นอกจากนี้ยังสามารถแปลงภาพนิ่งเป็นภาพ 3 มิติผ่านซอฟต์แวร์ Dual Pixel 3D Converter เวอร์ชันใหม่ โดยใช้ข้อมูลจากระบบ Dual Pixel CMOS AF บนเซนเซอร์ของแคนนอน

พร้อมกันนี้ แคนนอน ยังเปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่ 3 รายการ ได้แก่ กริปเสริม Extension Grip EG-E2 สำหรับ EOS R8 Mark II, Tripod Grip HG-1000TBR กริปขาตั้งกล้องอเนกประสงค์ที่มาพร้อมรีโมตคอนโทรลบลูทูธ BR-E2 และ Speedlite EL-5 (Ver. 2) แฟลชรุ่นอัปเดตที่ขยายระยะการเชื่อมต่อไร้สายเป็น 50 เมตร จากเดิม 30 เมตร