How To

เจาะลึก iPhone 18 Pro รุ่นใหม่ล่าสุดจาก ดีไซน์เหมือนเดิม แต่ข้างในเปลี่ยนหมดเลย

Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการ พร้อมให้สื่อมวลชนทดลองจับเครื่องจริงหลังงานเปิดตัว ก่อนเริ่มรับพรีออร์เดอร์ในวันที่ 12 กันยายน 2026

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายคลึงกับ iPhone 17 Pro แทบทุกประการ แต่มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยที่ทำให้รุ่นใหม่โดดเด่นขึ้น โดยเฉพาะโทนสีระหว่างกรอบอะลูมิเนียมกับฝาหลังกระจกที่กลมกลืนกันมากขึ้น ต่างจาก iPhone 17 Pro ที่มีลักษณะสองโทนสีชัดเจน ทำให้ iPhone 18 Pro ดูเป็นเนื้อเดียวกันมากกว่า

Apple เสนอสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Silver, Black, Burgundy และ Glacier (ฟ้าอ่อน) โดย Burgundy ให้ความสวยงามเป็นพิเศษเมื่อเห็นของจริง และ Black ที่หายไปจากปีที่แล้วก็กลับมาอีกครั้ง ขนาดหน้าจอยังคงเดิมที่ 6.3 นิ้ว และ 6.9 นิ้ว แต่ทั้งสองรุ่นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดย iPhone 18 Pro Max หนักกว่า 17 Pro Max ถึง 16 กรัม

ด้านหน้าจอยังคงคุณภาพเดิม แต่ Apple ได้ลดขนาด Dynamic Island (ส่วนที่ใช้แสดงการแจ้งเตือนและข้อมูลสำคัญที่ด้านบนจอ) ให้เล็กลง พร้อมรองรับ Live Activities ได้พร้อมกันสูงสุด 3 รายการในคราวเดียว

ภายในบรรจุชิปใหม่ A20 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร (2nm) ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ละเอียดกว่าเดิม ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นและใช้พลังงานน้อยลง ผู้ที่อัปเกรดจาก iPhone 17 Pro อาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่างในชีวิตประจำวันมากนัก แต่ iPhone 18 Pro มีระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 3 เท่า ช่วยให้รองรับประสิทธิภาพสูงสุดได้นานขึ้นถึง 40% นอกจากนี้ยังมี Neural Engine คู่ (Dual Neural Engine) สำหรับงาน AI แต่ RAM ยังคงอยู่ที่ 12GB เท่าเดิม

แบตเตอรี่ดีขึ้นในทั้งสองรุ่น โดย iPhone 18 Pro ใช้ดูวิดีโอได้นานถึง 36 ชั่วโมง และ iPhone 18 Pro Max นานถึง 45 ชั่วโมง การชาร์จผ่าน USB-C เร็วขึ้น สามารถชาร์จถึง 50% ภายใน 15 นาทีด้วยอแดปเตอร์ 60W และยังรองรับ MagSafe และ Qi2 ไร้สายที่ความเร็วสูงสุด 25W

กล้องหลักมาพร้อมระบบ 3 เลนส์ โดยกล้องหลัก 48MP มีระบบ Variable Aperture (รูรับแสงปรับได้) ถึง 4 ระดับ ได้แก่ ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0 ซึ่งจะปรับอัตโนมัติตามสภาพแสง หรือผู้ใช้สามารถตั้งค่าเองได้ผ่านฟีเจอร์ Pro Controls ใหม่ที่รองรับการปรับ Aperture, Shutter Speed และ White Balance รวมถึงมี Histogram สำหรับการปรับแต่งภาพ

Photographic Styles ได้รับการอัปเกรดด้วยตัวควบคุม Texture และ Grain เพิ่มเติม ระบบ Smart Focus Tracking ในวิดีโอสามารถล็อกเป้าหมายได้แม้ออกจากเฟรม รองรับการเพิ่ม Cinematic Effects ให้วิดีโอหลังถ่ายแล้วเป็นครั้งแรก, Audio Mix ทำงานกับเพลงได้ และรองรับ Time-Lapse แบบ 4K Dolby Vision

ด้านโมเด็ม iPhone 18 Pro ทุกรุ่นขนาด 6.3 นิ้วใช้โมเด็ม C2 ของ Apple เอง ขณะที่ iPhone 18 Pro Max ในสหรัฐฯ ใช้โมเด็มของ Qualcomm ส่วน Pro Max นอกสหรัฐฯ ใช้ C2 เช่นเดียวกับ Pro โมเด็ม C2 เร็วและประหยัดพลังงานกว่า C1X พร้อมรองรับ mmWave 5G ความเร็วสูงด้วย

iPhone 18 Pro ที่ เปิดพรีออร์เดอร์เริ่มวันที่ 12 กันยายน เวลา 05.00 น. ตามเวลาแปซิฟิก และวางจำหน่ายจริงวันที่ 18 กันยายน 2026

SHARE
กองบรรณาธิการ TECHHaus ผู้ซึ่งหลงรักในเรื่องไอที ชอบเล่น Gadget ใหม่ๆ ชื่นชอบการถ่ายทอดข้อมูล และเชื่อว่าทุกอย่างรอบตัวยังคงหมุนไปเรื่อยๆ
View Website
RELATED POSTS
Apple แนะนำเทคนิคการเลือกซื้อ iPad และ Mac สำหรับปีการศึกษาใหม่
[บทความ] iPhone 16 Pro Max vs Galaxy S25 Ultra: ใครจะชนะในสงครามความบางของสมาร์ทโฟนเรือธง?
เปิดศึกไททันคอนโซลพกพา! Nintendo Switch 2 vs Steam Deck OLED ใครเจ๋งกว่ากัน?

Leave Your Reply

*