News

Apple แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยของ Vision Pro ที่อาจเปิดเผยข้อมูลการพิมพ์ของผู้ใช้

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมักมาพร้อมกับความท้าทายด้านความปลอดภัย ล่าสุด Apple ได้เผชิญกับปัญหาดังกล่าวในผลิตภัณฑ์ล้ำสมัยอย่าง Vision Pro อุปกรณ์สวมศีรษะเสมือนจริงที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน

ตามรายงานของ WIRED เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ 6 ท่านได้ค้นพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใน Apple Vision Pro ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้บุคคลที่สามสามารถสร้างข้อมูลการพิมพ์ของผู้ใช้ขึ้นมาใหม่ได้ รวมถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอย่างรหัสผ่าน รหัส PIN และข้อความส่วนตัวต่างๆ

ช่องโหว่นี้ถูกเรียกว่า “GAZEploit” โดยนักวิจัยพบว่าสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของดวงตาหรือ “จุดสนใจ” ของอวตาร Persona เสมือนจริงที่ผู้ใช้ Vision Pro ใช้งานอยู่ เช่น ระหว่างการสนทนาผ่าน FaceTime เพื่อคาดเดาสิ่งที่ผู้ใช้กำลังพิมพ์บนแป้นพิมพ์เสมือนของอุปกรณ์ได้

นักวิจัยอธิบายว่า โดยปกติแล้วสายตาของบุคคลมักจะจับจ้องอยู่ที่ปุ่มที่พวกเขามีแนวโน้มจะกดถัดไป ซึ่งเผยให้เห็นรูปแบบการพิมพ์ทั่วไปบางอย่าง จากการทดลอง พบว่านักวิจัยสามารถระบุตัวอักษรที่ถูกต้องที่ผู้ใช้พิมพ์ในข้อความได้ถึง 92% ภายในการคาดเดาเพียง 5 ครั้ง และ 77% สำหรับรหัสผ่าน ซึ่งถือเป็นอัตราความแม่นยำที่สูงมากและอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้

ทีมนักวิจัยได้แจ้งเตือน Apple เกี่ยวกับช่องโหว่นี้ในเดือนเมษายน 2024 บริษัทได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วและรับผิดชอบโดยการแก้ไขปัญหาดังกล่าวใน visionOS 1.3 ซึ่งได้รับการปล่อยออกมาในเดือนกรกฎาคม 2024 การอัปเดตนี้ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยการระงับการทำงานของ Persona เมื่อแป้นพิมพ์เสมือนของ Vision Pro กำลังถูกใช้งานอยู่

เพื่อความโปร่งใสและการรับรู้ของสาธารณชน Apple ได้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขนี้ในหมายเหตุด้านความปลอดภัยของ visionOS 1.3 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2024 โดยระบุว่า:

“ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขโดยการระงับ Persona เมื่อแป้นพิมพ์เสมือนกำลังทำงานอยู่”

แม้ว่าการโจมตีแบบ proof-of-concept นี้จะยังไม่ถูกนำไปใช้ในวงกว้าง แต่การเปิดเผยข้อมูลนี้สู่สาธารณะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการถูกโจมตี ดังนั้น ผู้ใช้ Vision Pro ทุกคนควรดำเนินการอัปเดตอุปกรณ์ของตนเป็น visionOS 1.3 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่าโดยทันที เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการปกป้องจากช่องโหว่นี้

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอและการใช้ความระมัดระวังในการใช้งานเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สาธารณะ ผู้ใช้ควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยด้านความปลอดภัยและการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยอิสระและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ การค้นพบและแก้ไขช่องโหว่เช่นนี้ช่วยยกระดับความปลอดภัยโดยรวมของผลิตภัณฑ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

ในขณะที่เทคโนโลยีเสมือนจริงและเทคโนโลยีผสมผสาน (Mixed Reality) กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการพัฒนานวัตกรรมต้องดำเนินควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เสมอ

อ้างอิง – Macrumors.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
ไลน์การผลิต iPhone Fold สะดุด แต่ Apple ยืนยันวางจำหน่ายปลายปี 2026 ตามเดิม
Samsung เปิดตัว Exynos 880 สำหรับมือถือระดับกลางและใช้ 5G ได้ด้วย
เปิดตัว “Realme C1” สมาร์ทโฟนสุดคุ้ม ราคาเพียง 3,990 บาท

Leave Your Reply

*