
โซนี่ ไทย จุดพลุเทคโนโลยีทีวีแห่งปี ส่ง BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II พร้อมนวัตกรรม True RGB LED ที่ให้ขอบเขตสีกว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ทีวีโซนี่ ควบคู่ระบบเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ สานต่อแนวคิด “Cinema is Coming Home” อย่างเต็มรูปแบบ
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวไลน์อัปทีวี BRAVIA และชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ BRAVIA 9 II ทีวีเรือธงรุ่นล่าสุด และ BRAVIA 7 II ซึ่งถือเป็นทีวี BRAVIA รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี True RGB พร้อมด้วย BRAVIA 3 II ทีวีระดับกลางที่มีตัวเลือกหน้าจอสูงสุดถึง 100 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่ม BRAVIA Theatre ได้แก่ BRAVIA Theatre Trio ระบบเสียงโฮมเธียเตอร์รุ่นใหม่ ซาวด์บาร์ BRAVIA Theatre Bar 7 และ BRAVIA Theatre Bar 5 รวมถึงซับวูฟเฟอร์ BRAVIA Theatre Sub 9 และ BRAVIA Theatre Sub 8 และลำโพงคู่หลัง BRAVIA Theatre Rear 9 เพื่อมอบทางเลือกครบวงจรสำหรับการสร้างประสบการณ์ความบันเทิงระดับโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน

ไฮไลต์สำคัญที่สุดของการเปิดตัวครั้งนี้คือเทคโนโลยี True RGB ที่ใช้หลอดไฟ LED 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน (RGB — Red, Green, Blue) ทำงานร่วมกับ RGB Backlight Master Drive Pro นวัตกรรมเฉพาะของโซนี่ที่ควบคุมหลอดไฟ RGB แต่ละดวงให้ทำงานได้อย่างอิสระทั้งในด้านการแสดงสีและระดับความสว่าง ความแตกต่างจากทีวี RGB ทั่วไปในท้องตลาดคือ ทีวี True RGB ของโซนี่สามารถถ่ายทอดภาพได้สวยสมจริงและเป็นธรรมชาติในทุกฉากและทุกมุมมอง โดยให้คุณภาพภาพเทียบเคียงกับ Mastering Monitor หรือจออ้างอิง (Reference Monitor) ที่ใช้ในกระบวนการผลิตภาพยนตร์จริง พร้อมถ่ายทอดขอบเขตสี (Colour Volume) ได้กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ทีวีโซนี่ ให้คอนทราสต์สูง ถ่ายทอดรายละเอียดและการไล่เฉดสีได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้รับชมในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่าง
มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า แนวคิด “Cinema is Coming Home” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโซนี่ในการนำประสบการณ์ความบันเทิงที่ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์ของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์มาสู่ผู้ชมภายในบ้าน จุดแข็งสำคัญของโซนี่คือการมีระบบนิเวศด้านความบันเทิงที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสร้างสรรค์ไปจนถึงการรับชม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจภาพยนตร์ เทคโนโลยีกล้องสำหรับการผลิตภาพยนตร์ จอมอนิเตอร์ระดับมืออาชีพ ตลอดจนทีวีและผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงสำหรับผู้บริโภค “นอกจากนี้ โซนี่ยังมีความแข็งแกร่งในธุรกิจเกมและความบันเทิง ซึ่งเชื่อมโยงโลกของภาพยนตร์และเกมเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เราจึงมุ่งพัฒนา BRAVIA และ BRAVIA Theatre ให้เป็นมากกว่าอุปกรณ์สำหรับการรับชม แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยถ่ายทอดทั้งภาพ เสียง อารมณ์ และรายละเอียดของคอนเทนต์ เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างเต็มอรรถรส และใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการถ่ายทอดมากที่สุด”
นายสุวัฒน์ชัย จารุวิทยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Home Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนา BRAVIA คือการถ่ายทอดภาพ อารมณ์ และบรรยากาศของคอนเทนต์ให้ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์ของผู้สร้างภาพยนตร์มากที่สุด โซนี่จึงพัฒนาเทคโนโลยี True RGB ขึ้น โดยสามารถควบคุมแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินแต่ละสีได้อย่างอิสระ ทั้งในด้านความสว่างและการแสดงผลสี ส่งผลให้ถ่ายทอดสีสันในแต่ละส่วนของภาพได้อย่างละเอียด เป็นธรรมชาติ และสมจริงที่สุดเท่าที่โซนี่เคยพัฒนามา และยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ยิ่งหน้าจอมีขนาดใหญ่ คุณภาพของภาพยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะรายละเอียด สีสัน หรือความไม่ต่อเนื่องของภาพจะสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าเดิม เทคโนโลยี True RGB จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ภาพมีความเนียนตา ถ่ายทอดสีและรายละเอียดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ชมดื่มด่ำกับคอนเทนต์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุดอารมณ์
BRAVIA 9 II และ BRAVIA 7 II เป็นทีวี BRAVIA รุ่นแรกที่มาพร้อมเทคโนโลยี True RGB LED ซึ่งควบคุมหลอดไฟ LED สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน (RGB) ได้อย่างอิสระ ถ่ายทอดสีสันได้แม่นยำและสมจริง แม้รับชมในห้องนั่งเล่นที่มีแสงสว่าง ด้วยการควบคุมหลอดไฟ RGB แต่ละดวงอย่างอิสระ ทำให้ทีวีสามารถถ่ายทอด Colour Volume ได้กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ทีวีโซนี่ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี RGB Backlight Master Drive Pro ที่ควบคุมหลอดไฟ LED ได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความสว่าง ลดปัญหาแสงฟุ้ง (Blooming — ปัญหาที่แสงจากพื้นที่สว่างรั่วไหลไปยังพื้นที่มืด) และให้สีสันที่บริสุทธิ์กว่าเทคโนโลยี Mini LED ทั่วไป เทคโนโลยีการควบคุมหลอดไฟ RGB แบบอิสระยังทำงานร่วมกับ X-Wide Angle Pro เพื่อรักษาคุณภาพภาพและความเที่ยงตรงของสีสันได้อย่างสม่ำเสมอแม้มองจากมุมกว้าง
ด้านขนาดหน้าจอ BRAVIA 9 II มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 85 นิ้ว และ 75 นิ้ว ส่วน BRAVIA 7 II มีให้เลือก 65 นิ้ว และ 50 นิ้ว ทั้งสองรุ่นมาพร้อมลำโพง Full Range Speaker ให้เสียงทรงพลัง เสริมความชัดเจนของเสียงพูดด้วยเทคโนโลยี Voice Zoom 3™ ซึ่งใช้ AI และเทคโนโลยี 3D Surround Upscaling ที่อัปมิกซ์เสียงสเตอริโอให้เป็นระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมโดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบ Harmonic Presence มาพร้อมขอบจอลวดลาย Wave Texture และฐานวางที่ช่วยซ่อนสายเชื่อมต่อ ให้ภาพลักษณ์เสมือนหน้าจอลอยกลางอากาศ ผสานกับการตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว
ในฐานะทีวีเรือธงของไลน์อัปนี้ BRAVIA 9 II มาพร้อมซอฟต์แวร์ควบคุม RGB LED รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยสถาปัตยกรรมการทำงานรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้แสงสีหลัก (Primary Light) มีความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นก่อนส่งผ่านไปยังแผงจอภาพ ผสานการทำงานของเทคโนโลยี RGB Triluminos Max™ และ Luminance Booster Pro ที่ช่วยให้การไล่เฉดสีมีความนุ่มนวล ถ่ายทอดสีสันได้แม่นยำ และคงความเที่ยงตรงแม้ในระดับความสว่างสูง อีกหนึ่งจุดเด่นคือเทคโนโลยีหน้าจอ Immersive Black Screen Pro ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อลดแสงสะท้อนและแสงรบกวนจากภายนอก (Glare-Free และ Low Reflection) ช่วยให้ถ่ายทอดเฉดสีดำได้ลึกและคมชัด แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างภายในบ้าน โดย Sony Pictures Entertainment (SPE) ได้ร่วมทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของพื้นผิวหน้าจอเพื่อรับรองว่าสามารถถ่ายทอดคุณภาพภาพได้ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างภาพยนตร์ในทุกสภาพแสง ด้านเสียง เทคโนโลยี Acoustic Multi-Audio+ ทำงานร่วมกับลำโพง Up-Firing Beam Tweeter สร้างมิติเสียงรอบทิศทางที่โอบล้อมผู้ฟัง พร้อมฟีเจอร์ Direct Connect ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อซับวูฟเฟอร์ไร้สายและลำโพงด้านหลังไร้สาย (อุปกรณ์เสริม) ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับซาวด์บาร์
ทีวี True RGB ทั้งสองรุ่นมาพร้อมฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการรับชมภาพยนตร์อย่างเต็มอรรถรส ได้แก่ My Cinema ที่ช่วยปรับแต่งภาพและเสียงให้เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์โดยอัตโนมัติ, Ambient Optimization ที่ปรับคุณภาพภาพและเสียงให้เหมาะสมกับสภาพแสงและตำแหน่งการรับชมโดยอัตโนมัติ และ Studio Calibrated Mode โหมดภาพแบบในสตูดิโอสำหรับแพลตฟอร์มสตรีมมิงชั้นนำ เช่น Netflix, Prime Video และ SONY PICTURES CORE นอกจากนี้ยังรองรับมาตรฐานภาพและเสียงระดับสากล ได้แก่ Dolby Vision®, Dolby Atmos®, DTS:X® และ IMAX® Enhanced
นอกเหนือจากทีวี True RGB ทั้งสองรุ่นแล้ว BRAVIA 3 II เป็นทีวีระดับกลางที่มาพร้อมตัวเลือกหน้าจอสูงสุด 100 นิ้ว มาพร้อม XR Processor™ ที่ใช้ในทีวีระดับพรีเมียมของโซนี่ และเทคโนโลยี XR Triluminos Pro™ ที่ถ่ายทอดสีสันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผสานเทคโนโลยีการประมวลผลภาพของโซนี่เข้ากับฮาร์ดแวร์จาก MediaTek Inc. เพื่อลดสัญญาณรบกวนและถ่ายทอดภาพได้อย่างละเอียด รองรับ Dolby Vision®, Dolby Atmos® และ DTS:X® รวมถึงการแสดงผล 4K 120Hz และพอร์ต HDMI 2.1 จำนวน 4 ช่อง ตอบโจทย์ทั้งการรับชมภาพยนตร์และการเล่นเกม รุ่นนี้ยังมาพร้อม Inclusive Remote Control ดีไซน์ใหม่ที่พัฒนาภายใต้แนวทางด้านการเข้าถึง (Accessibility — การออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่มสามารถใช้งานได้สะดวก) โดยนำความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงมาปรับใช้ มีการออกแบบปุ่มกดที่มีรูปทรงแตกต่างกันและจัดวางอย่างชัดเจน พร้อมฟังก์ชัน Remote Finder สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นด้วย
ในด้านระบบเสียง BRAVIA Theatre Trio คือระบบโฮมเธียเตอร์ไร้สายระดับพรีเมียมที่ออกแบบสำหรับทีวีหน้าจอขนาดใหญ่ พัฒนาร่วมกับ Sony Pictures Entertainment โดยนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเสียงสำหรับภาพยนตร์มาสู่ระบบลำโพงที่ปรับจูนใหม่ทั้งหมด ถ่ายทอดเวทีเสียงที่กว้าง เสียงพูดคมชัด และมิติเสียงที่สมจริง ด้วยเทคโนโลยี 360 Spatial Sound Mapping ที่สร้างลำโพงเสมือน (Phantom Speakers) ได้สูงสุด 24 ตำแหน่ง สร้างเวทีเสียงที่โอบล้อมผู้ฟังจากทุกทิศทาง พร้อม Calibration Microphone แบบ USB Type-C สำหรับวัดค่าและปรับแต่งจูนเสียงภายในห้องให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ รองรับมาตรฐานเสียง Dolby Atmos®, DTS:X® และ IMAX Enhanced® และยังสามารถขยายระบบด้วยซับวูฟเฟอร์และลำโพงด้านหลังเพิ่มเติมได้
BRAVIA Theatre Bar 7 มาพร้อมดีไซน์กะทัดรัดแต่ทรงพลัง ติดตั้งลำโพงทั้งหมด 9 ตัว รวมถึงลำโพงยิงเสียงขึ้นด้านบน (Up-firing Speakers) และลำโพงด้านข้าง (Side Speakers) ที่ช่วยสร้างเวทีเสียงกว้างยิ่งขึ้น ผสานเทคโนโลยี 360 Spatial Sound Mapping เพื่อมอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางสไตล์โรงภาพยนตร์จากซาวด์บาร์เพียงเครื่องเดียว รองรับคอนเทนต์ IMAX® Enhanced ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับ BRAVIA Theatre Bar 5 เป็นระบบเสียงแบบ 3.1 แชนเนล (3.1ch — ระบบเสียงที่มีลำโพง 3 ตัวและซับวูฟเฟอร์ 1 ตัว) ที่มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สายในตัว ถ่ายทอดเสียงเบสทรงพลังและเสียงพูดคมชัด ด้วยการผสานเทคโนโลยี S-Force PRO Front Surround, Vertical Surround Engine และเทคโนโลยีอัปมิกซ์เฉพาะของโซนี่ เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงรอบทิศทาง 3 มิติที่โอบล้อมผู้ฟัง ซาวด์บาร์ทั้งสองรุ่นรองรับมาตรฐานเสียง Dolby Atmos® และ DTS:X® ทำงานร่วมกับทีวี BRAVIA ที่รองรับ พร้อมใช้งานฟีเจอร์ Voice Zoom 3™ และรองรับการควบคุมผ่านแอป BRAVIA Connect จากสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก
เพื่อเติมเต็มประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซับวูฟเฟอร์ BRAVIA Theatre Sub 9 มาพร้อมไดรเวอร์ลำโพงขนาด 200 มม. จำนวน 2 ตัว พร้อมโครงสร้าง Dual Opposing Drivers ที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและความเพี้ยนของเสียง ถ่ายทอดเสียงเบสระดับพรีเมียมที่ลงลึกในย่านความถี่ต่ำ ส่วน BRAVIA Theatre Sub 8 มาพร้อมไดรเวอร์ลำโพงขนาด 200 มม. เช่นกัน ทั้งสองรุ่นรองรับการใช้งานซับวูฟเฟอร์แบบคู่ (Dual Subwoofer Play) เป็นครั้งแรกในตระกูล BRAVIA Theatre และลำโพงคู่หลัง BRAVIA Theatre Rear 9 มาพร้อมลำโพงยิงเสียงขึ้นด้านบน (Up-firing Speaker) ขนาด 80 มม. ช่วยยกระดับเสียงด้านหลังและเสริมประสบการณ์ 360 Spatial Sound ด้วยการสร้างลำโพงเสมือน (Phantom Speakers) หลายตำแหน่ง
ในด้านความยั่งยืน ทีวี BRAVIA รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยมีการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในหลายส่วนของผลิตภัณฑ์ ทั้งโครงสร้างภายนอก ชิ้นส่วนภายใน และรีโมตคอนโทรล รวมถึง SORPLAS™ พลาสติกรีไซเคิลที่โซนี่พัฒนาขึ้นเอง BRAVIA 9 II ถือเป็นทีวีรุ่นแรกของโซนี่ที่นำพลาสติกหมุนเวียน (Renewable Plastic) ซึ่งผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้วและวัตถุดิบหมุนเวียนอื่นมาใช้ในการผลิตฝาหลังของตัวเครื่อง รวมถึงชิ้นส่วนภายในบางรายการที่โดยทั่วไปผลิตจากวัสดุรีไซเคิลได้ยาก ทีวี True RGB ทุกรุ่นยังได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี RGB Backlight Master Drive Pro ที่ควบคุมการทำงานของหลอดไฟ RGB ได้อย่างแม่นยำ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวม
สำหรับราคาและการวางจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ BRAVIA และ BRAVIA Theatre รุ่นปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้ ทีวีเรือธง BRAVIA 9 II True RGB มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 85 นิ้ว ราคา 182,990 บาท และ 75 นิ้ว ราคา 139,990 บาท ส่วน BRAVIA 7 II True RGB มีขนาด 65 นิ้ว ราคา 77,990 บาท และ 50 นิ้ว ราคา 52,990 บาท สำหรับ BRAVIA 3 II มีตัวเลือกหน้าจอหลากหลายตั้งแต่ 43 ถึง 100 นิ้ว โดยขนาด 100 นิ้ว ราคา 114,990 บาท, 85 นิ้ว ราคา 63,990 บาท, 75 นิ้ว ราคา 55,990 บาท, 65 นิ้ว ราคา 39,990 บาท, 55 นิ้ว ราคา 31,990 บาท, 50 นิ้ว ราคา 27,490 บาท และ 43 นิ้ว ราคา 24,490 บาท ในส่วนของระบบเสียง BRAVIA Theatre Trio ราคา 63,990 บาท, BRAVIA Theatre Bar 7 ราคา 25,990 บาท, BRAVIA Theatre Bar 5 ราคา 13,490 บาท, BRAVIA Theatre Sub 9 ราคา 25,990 บาท, BRAVIA Theatre Sub 8 ราคา 15,490 บาท และ BRAVIA Theatre Rear 9 ราคา 20,990 บาท
โปรโมชั่นพิเศษ: รับฟรี ซับวูฟเฟอร์ BRAVIA Theatre Sub 9 มูลค่า 25,990 บาท เมื่อสั่งซื้อทีวี BRAVIA 9 II ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 – 9 สิงหาคม 2569 และ BRAVIA Theatre Sub 8 ลดราคาจาก 15,490 บาท เหลือเพียง 4,990 บาท เมื่อซื้อพร้อมทีวีรุ่น BRAVIA 9 II, BRAVIA 8 II, BRAVIA 7 II หรือ BRAVIA 5 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 – 31 สิงหาคม 2569
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือ LINE: @Sonythai และเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.sony.co.th พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ BRAVIA TV และ BRAVIA Theatre ได้ที่ โซนี่ สโตร์ ทุกสาขา และร้านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซนี่ทั่วประเทศ