News

iPhone 18 Pro พลิกโฉมวงการสมาร์ตโฟน ชิป A20 Pro แรงกว่าเดิม 2 เท่า กล้องปรับรูรับแสงได้ครั้งแรกในโลก

Apple ประกาศเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการ พร้อมนวัตกรรมกล้องสมาร์ตโฟนที่ล้ำหน้าที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone แบตเตอรี่อึดขั้นสุด และพลังประมวลผลชิป A20 Pro ที่เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ

Apple ประกาศเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการจากเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ยกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟนพรีเมียมด้วยระบบกล้องที่ล้ำหน้าที่สุดใน iPhone ซึ่งนำรูรับแสงแบบปรับได้มาสู่สมาร์ตโฟนเป็นครั้งแรก ผนวกกับแบตเตอรี่อึดสุดเป็นประวัติการณ์ และชิป A20 Pro ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร ซึ่ง Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่าย Worldwide Marketing ของ Apple ระบุว่า “นี่คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโปรที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา ด้วยความล้ำหน้าในด้านกล้อง ประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ และเราไม่ได้แค่พัฒนาแต่ละด้านทีละเล็กน้อย”

หัวใจสำคัญของ iPhone 18 Pro คือกล้องหลัก Fusion 48MP ใหม่ที่ติดตั้งกลไกรูรับแสงแบบปรับได้เป็นครั้งแรกในสมาร์ตโฟน ด้วยใบเบลดที่ตัดด้วยเลเซอร์ 6 ชิ้น ทำงานร่วมกันเพื่อปรับขนาดรูรับแสงได้อย่างราบรื่น ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ทั่วไปจะถ่ายภาพสวยโดยให้ระบบจัดการระยะชัดลึกและการรับแสงโดยอัตโนมัติ ขณะที่ครีเอเตอร์มืออาชีพสามารถเลือกปรับค่ารูรับแสงได้เองถึง 4 ระดับในแอปกล้อง พร้อม API ที่เปิดให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถควบคุมรูรับแสงได้ละเอียดยิ่งขึ้น เซ็นเซอร์ใหม่ยังยกระดับคุณภาพภาพถ่ายในสภาวะแสงน้อย เพิ่มความคมชัดของพื้นหลังในภาพหมู่ และให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ด้านความสามารถของวิดีโอก็เหนือระดับไม่แพ้กัน ผู้ใช้สามารถใส่เอฟเฟกต์ภาพยนตร์หลังจากถ่ายเสร็จแล้วได้สูงสุดที่ 60 fps และบันทึกวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision ในโหมดไทม์แลปส์ระดับ 4K ได้ด้วย นอกจากนี้ระบบผสมเสียงยังได้อัลกอริทึมใหม่ที่ช่วยให้เสียงพูดชัดขึ้นและแยกเสียงเพลงออกจากเสียงรอบข้างได้ ตัวควบคุมระดับ Pro ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ยังช่วยให้เข้าถึงการตั้งค่าอย่างรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ ไวท์บาลานซ์ และฮิสโตแกรมสำหรับตรวจสอบแสงได้อย่างรวดเร็ว

Apple ยังแนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า “ภาพอ้างอิงของ Apple” (Apple Reference Photography) เพื่อรับมือกับปัญหาภาพที่ถูกปรับแต่งด้วย AI และการแพร่กระจายของภาพปลอม โดยเซ็นเซอร์ใหม่จะรับรองทุกพิกเซลที่ถ่าย เมื่อถ่ายในโหมดอ้างอิง ระบบจะบันทึกข้อมูลที่เซ็นรับรองไว้ และ Private Cloud Compute จะประมวลผลให้กลายเป็นภาพอ้างอิงที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบภาพต้นฉบับกับภาพที่ผ่านการแก้ไขในแอปรูปภาพได้ทันที รวมถึงรองรับการระบุภาพที่สร้างหรือปรับแต่งด้วย AI ผ่านมาตรฐาน SynthID ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับช่างภาพข่าวและสื่อมวลชน

Dynamic Island บน iPhone 18 Pro ได้รับการออกแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีจอภาพล้ำสมัย ให้พื้นที่แสดงผลมากขึ้น โดยสามารถแสดง Live Activity ได้พร้อมกันสูงสุด 3 รายการในคราวเดียว ขณะที่ยังคงความปลอดภัยของ Face ID ไว้ครบถ้วน

พลังงานหัวใจของทั้งสองรุ่นคือชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร รุ่นล่าสุด มาพร้อม CPU 6 คอร์พร้อม Neural Accelerators ในตัว และแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงกว่าชิป A19 Pro ถึง 50% ส่วน GPU 7 คอร์ใหม่นั้นเร็วขึ้นถึง 40% เหนือกว่ารุ่นก่อน และ Neural Engine 16 คอร์แบบคู่มีพลัง AI รวม 32 คอร์ ทำให้มีขีดความสามารถประมวลผล AI มากกว่าชิป A19 Pro ถึง 2 เท่า รองรับทั้งงาน AI บนอุปกรณ์และเกมกราฟิกหนักได้อย่างต่อเนื่อง

ระบบระบายความร้อนก็ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้วยการออกแบบแพ็คเกจชิปแบบใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Apple Silicon ตระกูล M วางแผ่นวงจรข้างหน่วยความจำแทนการซ้อนทับ ทำให้เส้นทางถ่ายเทความร้อนเป็นอิสระมากขึ้น และยังเชื่อมต่อกับ Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่โดยตรง ซึ่งมีพื้นที่ผิวถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 40%

ด้านแบตเตอรี่นั้น iPhone 18 Pro เล่นวิดีโอได้สูงสุด 34 ชั่วโมง และ iPhone 18 Pro Max สูงสุด 43 ชั่วโมง การชาร์จเร็วแบบสาย USB-C สามารถเติมพลังงานได้ถึง 50% ใน 15 นาที หรือชาร์จไร้สาย MagSafe ถึง 50% ใน 30 นาที ส่วน iPhone 18 Pro Max หากชาร์จสาย 5 นาที จะใช้เล่นวิดีโอได้ประมาณ 7 ชั่วโมง

ด้านการเชื่อมต่อ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมชิประบบเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread พร้อมโมเด็มเซลลูลาร์ C2 รุ่นใหม่ที่อัปโหลดข้อมูลเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ C1X แต่ใช้พลังงานน้อยลงถึง 15%

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อม iOS 27 ที่มาพร้อมการปรับปรุงด้านความเร็ว ความเสถียร และดีไซน์ Liquid Glass ที่ปรับแต่งได้มากขึ้น รวมถึงเครื่องมือควบคุมการใช้งานดิจิทัลสำหรับเด็กที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม

ทั้งสองรุ่นผลิตจากวัสดุรีไซเคิลรวมถึง 40% มีโคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่ อะลูมิเนียมรีไซเคิล 85% ในตัวเครื่อง และใช้พลังงานหมุนเวียน 50% ในกระบวนการผลิต สะท้อนพันธกิจของ Apple ที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีเงิน สีธารน้ำแข็ง และสีเบอร์กันดีใหม่ล่าสุด พร้อมความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ราคาเริ่มต้น iPhone 18 Pro ที่ 48,900 บาท และ iPhone 18 Pro Max ที่ 52,900 บาท สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ใน 65 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
ข่าวดี “Instagram” สามารถเปิดดู Live ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้แล้ว
ลือหึ่ง! แอปเปิลกำลังพัฒนา iPhone รุ่นพับได้ ดีไซน์คล้าย Samsung Galaxy Z Flip
Sneaky Sasquatch จับมือ Subway Surfers+ ลุยโลก Apple Arcade พร้อมอัปเดตดูนกและสติกเกอร์เฉลิมฉลอง

Leave Your Reply

*