Apple Music เฉลิมฉลองด้วยการสตรีมการแสดงสดของ Billie Eilish ที่ Steve Jobs Theater ไปทั่วโลก ในวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 9:30 น. ตามเวลาในประเทศไทย

เปิดตัวงานประกาศรางวัล Apple Music Awards ซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองสุดยอดนักดนตรีที่โดดเด่นที่สุดแห่งปี 2019 ตลอดจนอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาที่มีต่อวัฒนธรรมทั่วโลกในปีนี้

โดย Apple Music Awards ยกย่องความสำเร็จในแวดวงดนตรีรวม 5 สาขาที่แตกต่างกัน และคัดเลือกผู้ชนะรางวัลด้วยกระบวนการที่สะท้อนถึงมุมมองของบรรณาธิการ รวมถึงเพลงที่ลูกค้าทั่วโลกหลงใหลมากที่สุด

ผู้ที่คว้ารางวัลศิลปินระดับโลกแห่งปี นักแต่งเพลงแห่งปี และศิลปินดาวรุ่งแห่งปี ล้วนผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญและผู้สร้างรสนิยมในทีมบรรณาธิการทั่วโลกของ Apple Music เพื่อมอบรางวัลแก่ศิลปินที่ทุ่มเทสร้างผลงานอย่างสุดฝีมือ กล้าที่จะฉีกแบบแผนดั้งเดิมได้อย่างโดดเด่นในแต่ละสาขา และเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดสำนึกแห่งมนุษยชาติ อันดึงดูดผู้ฟังจำนวนมากให้กลายเป็นสาวกทางดนตรีของพวกเขา สำหรับรางวัลอัลบั้มแห่งปีและเพลงแห่งปีจะยึดตามข้อมูลการสตรีมและสะท้อนตามเพลงที่ลูกค้า Apple Music เลือกฟังในปีนี้

“Apple Music Awards เป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่ความทุ่มเททั้งแรงใจและแรงกาย ตลอดจนความสร้างสรรค์ของศิลปินยอดนิยมระดับโลก” Oliver Schusser รองประธานฝ่าย Apple Music and International Content กล่าว “กลุ่มผู้ชนะรางวัลที่มีความหลากหลายทางดนตรีในการจัดงานครั้งแรกได้จุดประกายการสนทนาในสังคมไปทุกอณู สร้างอิทธิพลต่อวัฒนธรรม และมอบแรงบันดาลใจแก่ลูกค้าของเราทั่วโลก เรามีความยินดีอย่างที่สุดที่ได้ประกาศสรรเสริญศิลปินเหล่านี้” และผู้ชนะรางวัลประกอบด้วย…

ศิลปินแห่งปี: Billie Eilish

“WHEN WE FALL ASLEEP, WHERE DO WE GO?” อัลบั้มเต็มที่เป็นอัลบั้มเปิดตัวของ Billie Eilish คว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปีจาก Apple Music Awards

Billie Eilish สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ระดับโลก ด้วยลักษณะส่วนตัวที่ตรงไปตรงมาและเข้าถึงได้ง่ายของเธอทำให้การเปิดตัวอัลบั้มเต็มอย่าง “WHEN WE FALL ASLEEP, WHERE DO WE GO?” สามารถเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว และเป็นอัลบั้มที่มีผู้คนเปิดเล่นบน Apple Music มากที่สุดในปีนี้

โดยเธอมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงในอัลบั้มดังกล่าว และควบคุมการผลิตโดยน้องชายของเธอที่ชื่อ FINNEAS ผู้เป็นนักแต่งเพลงอัจฉริยะ ตามมาด้วยการจำหน่ายบัตรทัวร์คอนเสิร์ต 2020 WHERE DO WE GO? จนหมดเกลี้ยง มีโอกาสแสดงฝีมือในรายการ “Saturday Night Live” รวมถึงเทศกาลดนตรีหลายรายการทั้ง Coachella และ Glastonbury และกลายเป็นผู้นำสไตล์ระดับโลก ทั้งหมดล้วนเป็น “ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ … ที่จะต้องจารึกไว้ในชีวิตของคุณ” เธอกล่าว “ปี 2019 ถือเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่เลยทีเดียว”

“WHEN WE FALL ASLEEP, WHERE DO WE GO?” เป็นอัลบั้มที่ร่วมแต่งและควบคุมการผลิตโดย FINNEAS น้องชายของ Billie Eilish

นอกจากนี้อัลบั้ม “WHEN WE FALL ASLEEP, WHERE DO WE GO?” ของ Billie ยังคว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปีของ Apple Music ในฐานะที่เป็นอัลบั้มซึ่งมีการสตรีมมากที่สุดในปี 2019 ด้วยจำนวนการสตรีมมากกว่า 1 พันล้านครั้งบน Apple Music และ Billie ยังได้รับรางวัลนักแต่งเพลงแห่งปี ซึ่งมอบให้แก่เธอและ FINNEAS ผู้เป็นน้องชายของเธอ

ศิลปินดาวรุ่งแห่งปี: Lizzo

Lizzo ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy มากถึง 8 รางวัล รวมถึงรางวัลอัลบั้มแห่งปีสำหรับอัลบั้ม “Cuz I Love You”

 
ดาวอันเจิดจรัสแห่งเพลงแร็ปและโซลได้กำหนดนิยามและภาพลักษณ์ใหม่ของศิลปินสมัยนิยม “นี่ถึงจะเรียกว่ามิติใหม่อย่างแท้จริง” Lizzo กล่าวกับ Apple Music ดังนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะต้องถ่อมตัว เพราะไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า “Cuz I Love You” และซิงเกิ้ลยอดฮิตอย่าง “Truth Hurts” ที่กล้าตั้งคำถามว่าป็อปสตาร์ควรมีลักษณะและเสียงแบบใด และควรเป่าฟลูตไปพร้อมกับการเต้นโยกและส่ายเอวหรือไม่ (ควรจะนะ) ข้อความชวนร่าเริงและขำขันเกี่ยวกับการรักตัวเองของ Lizzo ถือเป็นซาวด์แทร็กหรือยาถอนพิษที่เยี่ยมยอดที่สุดสำหรับปี 2019
เพลงแห่งปี: “Old Town Road” ของ Lil Nas X

เพลง “Old Town Road” ของ Lil Nas X เป็นซิงเกิ้ลที่ถูกเปิดเล่นมากที่สุดแห่งปีบน Apple Music

แม้จะมีแนวเพลงที่ไม่ชัดเจนแต่กลับกินใจผู้ฟังจนแพร่ความนิยมไปทั่ว และกลายเป็นซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งปี 2019 และเป็นเพลงที่มีการสตรีมมากที่สุดบน Apple Music ในปีนี้ “ผมก้าวสู่การเป็นคาวบอยผู้โดดเดี่ยวที่ต้องการหนีจากทุกสิ่ง” Lil Nas X กล่าวกับ Apple Music “แต่ก็อยากให้เป็นที่บอกต่อเหมือนกับวัฒนธรรมมีม และเป็นเพลงที่ฟังง่ายและติดหู” ซึ่งเขาทำได้สำเร็จ: “Old Town Road” ได้สร้างประวัติศาสตร์และเปลี่ยนให้ Lil Nas X กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในชั่วข้ามคืน

Apple Music จะเฉลิมฉลองการเปิดฉาก Apple Music Awards ครั้งแรกด้วยสุดยอดการแสดงสดจาก Billie Eilish ที่ Steve Jobs Theater ใน Apple Park โดยจะมาในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นศิลปินแห่งปีผู้คว้ารางวัลอย่างเป็นเอกฉันท์รายนี้จัดแสดงที่ใดมาก่อน การจัดงานสุดพิเศษครั้งนี้จะถูกสตรีมสดไปทั่วโลกในวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 9:30 น. ตามเวลาในประเทศไทย

รางวัลที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Apple

รางวัลแต่ละชิ้นของ Apple Music Award ประกอบด้วยแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนขนาด 12 นิ้ว

Apple ได้ออกแบบรางวัลต่างๆ เพื่อฉลองความสำเร็จของศิลปินคนพิเศษในการสร้างสรรค์เสียงดนตรี รางวัลแต่ละชิ้นประกอบด้วยแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนพิเศษจาก Apple ที่ประกบด้วยแผ่นกระจกมันวาว และแกนอลูมิเนียมชุบที่ตัดแต่งรูปทรง แผ่นเวเฟอร์มีลักษณะทรงกลมขนาด 12 นิ้ว พอดี และบางระดับนาโนเมตร ฝังด้วยชั้นทองแดงและแกะลวดลายด้วยแสงยูวี เพื่อเชื่อมโยงทรานซิสเตอร์หลายพันล้านตัวเข้าด้วยกัน กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาหลายเดือนก่อนที่จะเฉือนให้เป็นชิพหลายร้อยชิ้น จนได้ออกมาเป็นผลงานที่น่าประทับใจและไม่เหมือนใคร อันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อว่า ชิพที่ช่วยมอบขุมพลังให้อุปกรณ์ต่างๆ จนทำให้ดนตรีทั่วโลกอยู่ใกล้เพียงปลายนิ้วคุณ ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Apple Music Awards

ข้อมูลเกี่ยวกับ Apple Music

Apple รักเสียงดนตรี และ Apple ได้ปฏิวัติประสบการณ์ทางดนตรีด้วย iPod และ iTunes ที่ทำให้สามารถพกพาเพลงนับพันไว้ในกระเป๋าของคุณ ปัจจุบัน Apple Music ก้าวมาถึงจุดสูงสุดที่มีเพลงมากกว่า 60 ล้านเพลง มีเพลย์ลิสต์หลายหมื่นหลายพัน และมีการคัดสรรเพลงรายวันจากสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีระดับโลก 

ซึ่งรวมถึง Beats 1 Radio ที่สตรีมสดทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา Apple Music ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกหลายสิบล้านคนใน 115 ประเทศ กล่าวได้ว่า Apple Music ถือเป็นประสบการณ์ทางดนตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ผ่านการสตรีมอย่างราบรื่นไปยัง iPhone, iPad, Apple Watch, Apple TV, Mac, HomePod และ CarPlay

ข้อมูลจาก – Apple Newsroom
SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
HUAWEI เปิดตัว HUAWEI Watch Fit สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดในราคาเพียง 3,499 บาท
เลิกลุ้นเผยภาพเคส! “Samsung Galaxy Note 10” ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. แล้ว
OPPO Reno 3 Pro เผยโฉมในโปแลนด์แล้ว มาพร้อมชิป SD765G ที่ไม่รองรับ 5G

Leave Your Reply

*