News

Apple เปิดตัว MacBook Pro ชิป M5 Pro และ M5 Max ประสิทธิภาพ AI เร็วขึ้น 4 เท่า พร้อม SSD เร็วขึ้น 2 เท่า

Apple ประกาศเปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุดทั้งขนาด 14 นิ้วและ 16 นิ้ว ที่มาพร้อมชิป M5 Pro และ M5 Max ยกระดับประสิทธิภาพด้าน AI สูงสุด 4 เท่า พร้อม SSD เร็วขึ้น 2 เท่า และพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้น 1TB

สถาปัตยกรรม Fusion ออกแบบเพื่อ AI ตั้งแต่แรกเริ่ม

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการจากสำนักงานใหญ่ที่คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยหัวใจสำคัญของแล็ปท็อประดับโปรเจเนอเรชั่นล่าสุดนี้คือชิป M5 Pro และ M5 Max ที่สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรม Fusion ใหม่ ซึ่ง Apple ออกแบบขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตั้งแต่ต้นทาง ดีไซน์ของสถาปัตยกรรมนี้เป็นการนำแผ่นวงจร (die) สองแผ่นมาหลอมรวมเข้าด้วยกันเป็นระบบชิปเดียว ซึ่งช่วยปลดล็อกประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

John Ternus รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ Apple กล่าวว่า MacBook Pro พร้อมชิป M5 Pro และ M5 Max สร้างนิยามใหม่ให้กับสิ่งที่สามารถทำได้บนแล็ปท็อประดับโปร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Neural Accelerators ใน GPU ที่ทำให้เหล่ามืออาชีพสามารถรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ขั้นสูงบนตัวเครื่องได้โดยตรง ซึ่งเป็นความสามารถที่แล็ปท็อปอื่นไม่สามารถทำได้ ทั้งยังรักษาอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้อย่างน่าทึ่ง

CPU เร็วที่สุดในโลกบนแล็ปท็อป พร้อม GPU เจเนอเรชั่นใหม่

ชิป M5 Pro และ M5 Max มาพร้อม CPU ใหม่แบบ 18 คอร์ ประกอบด้วยคอร์ระดับซูเปอร์ 6 คอร์ ซึ่ง Apple ระบุว่าเป็นคอร์ CPU ที่เร็วที่สุดในโลก ทำงานร่วมกับคอร์ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency Cores) แบบใหม่อีก 12 คอร์ ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อเวิร์กโหลดระดับโปรแบบหลายเธรด (multi-threaded workloads) ซึ่งหมายถึงการประมวลผลงานหลายอย่างพร้อมกัน ขณะเดียวกันก็ยังคงประหยัดพลังงาน โดยเมื่อรวมกันแล้วมอบประสิทธิภาพ CPU ที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ในส่วนของ GPU นั้นมาพร้อมสถาปัตยกรรมใหม่ที่มี Neural Accelerator ฝังอยู่ในแต่ละคอร์ ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อเร่งงาน AI โดยเฉพาะ ทำให้ประมวลผลพร้อมท์ LLM ได้เร็วกว่าชิป M4 Pro และ M4 Max สูงสุด 4 เท่า และสร้างภาพด้วย AI ได้เร็วกว่าชิป M1 Pro และ M1 Max สูงสุดถึง 8 เท่า นอกจากนี้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกโดยรวมยังเพิ่มขึ้นสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับชิป M4 Pro และ M4 Max อีกด้วย

ชิป M5 Pro ได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่ทำงานกับเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน เช่น นักเขียนโค้ดที่ต้องปรับแต่งอัลกอริทึม และช่างภาพที่ต้องประมวลผลคลังภาพขนาดใหญ่ ส่วนชิป M5 Max นั้นออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานให้สูงถึงขีดสุด เช่น วิศวกรที่ทำงานกับแบบจำลองซึ่งต้องอาศัยความเที่ยงตรงสูง

หน่วยความจำแบบรวมและ Neural Engine ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

MacBook Pro รุ่นใหม่มาพร้อมหน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) ที่มีแบนด์วิดท์สูงขึ้น ซึ่งเป็นระบบหน่วยความจำที่ CPU, GPU และ Neural Engine สามารถเข้าถึงข้อมูลร่วมกันได้โดยไม่ต้องคัดลอกไปมา ช่วยลดคอขวดในการประมวลผล โดยชิป M5 Pro รองรับหน่วยความจำแบบรวมสูงสุด 64GB ด้วยแบนด์วิดท์สูงสุด 307GB/s ขณะที่ชิป M5 Max รองรับได้สูงสุดถึง 128GB ด้วยแบนด์วิดท์สูงสุด 614GB/s ซึ่งทำให้ MacBook Pro สามารถจัดการกับเวิร์กโฟลว์ที่ต้องใช้ข้อมูลหนักอย่างการฝึกโมเดล AI และโปรเจ็กต์วิดีโอขนาดมหึมาได้อย่างราบรื่น

นอกจากนี้ยังมาพร้อม Neural Engine ที่เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลเฉพาะทางสำหรับงาน Machine Learning ทำให้นักวิจัยและนักพัฒนา AI สามารถฝึกโมเดลที่ปรับแต่งเองบนตัวเครื่องได้โดยตรง ส่วนครีเอทีฟมืออาชีพก็สามารถใช้เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อตัดต่อวิดีโอ ผลิตงานเพลง และออกแบบผลงานได้อย่างลื่นไหล

ตัวเลขประสิทธิภาพที่เห็นชัดเจน

MacBook Pro พร้อมชิป M5 Pro ทั้งรุ่น 14 นิ้วและ 16 นิ้ว สร้างภาพด้วย AI ได้เร็วขึ้นสูงสุด 7.8 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นชิป M1 Pro และเร็วขึ้นสูงสุด 3.7 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นชิป M4 Pro ขณะที่ประสิทธิภาพการประมวลผลพร้อมท์ LLM เร็วขึ้นสูงสุด 6.9 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น M1 Pro และเร็วขึ้นสูงสุด 3.9 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น M4 Pro สำหรับงานเรนเดอร์ 3D ใน Maxon Redshift นั้นเร็วขึ้นสูงสุด 5.2 เท่าจากรุ่น M1 Pro และเร็วขึ้น 1.4 เท่าจากรุ่น M4 Pro ส่วนประสิทธิภาพการเล่นเกมพร้อมเทคโนโลยีเรย์เทรซซิ่ง (Ray Tracing) ซึ่งเป็นเทคนิคการจำลองแสงเพื่อให้ภาพสมจริง ในเกมอย่าง Cyberpunk 2077: Ultimate Edition เร็วขึ้นสูงสุด 1.6 เท่าจากรุ่น M4 Pro

สำหรับ MacBook Pro พร้อมชิป M5 Max สร้างภาพด้วย AI ได้เร็วขึ้นสูงสุด 8 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นชิป M1 Max และเร็วขึ้น 3.8 เท่าจากรุ่น M4 Max ประสิทธิภาพการประมวลผลพร้อมท์ LLM เร็วขึ้น 6.7 เท่าจากรุ่น M1 Max และเร็วขึ้น 4 เท่าจากรุ่น M4 Max ส่วนการเรนเดอร์เอฟเฟ็กต์วิดีโอใน Blackmagic DaVinci Resolve Studio เร็วขึ้น 5.4 เท่าจากรุ่น M1 Max และเร็วขึ้น 3 เท่าจาก M4 Max ขณะที่การปรับแต่งวิดีโอด้วย AI ใน Topaz Video เร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่าจากรุ่น M4 Max

SSD เร็วขึ้น 2 เท่า พร้อมพื้นที่จัดเก็บเริ่มต้นมากขึ้น

อีกหนึ่งการอัปเกรดที่สำคัญคือ SSD ที่มีความเร็วในการอ่านเขียนเพิ่มขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีความเร็วสูงสุดถึง 14.5GB/s ช่วยเร่งเวิร์กโฟลว์ให้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับมืออาชีพที่ทำงานกับโปรเจ็กต์วิดีโอ 4K และ 8K, โมเดล LLM รวมถึงชุดข้อมูลที่ซับซ้อน นอกจากนี้ Apple ยังเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นให้มากขึ้น โดย MacBook Pro พร้อมชิป M5 และ M5 Pro มาพร้อมพื้นที่จัดเก็บ 1TB เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่นที่มาพร้อมชิป M5 Max ได้พื้นที่จัดเก็บ 2TB เป็นมาตรฐานเลยทีเดียว

ชิป N1 รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6

MacBook Pro ใหม่มาพร้อมชิป N1 ซึ่งเป็นชิปเครือข่ายไร้สายที่ Apple ออกแบบเอง รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 ที่ให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลไร้สายสูงขึ้นและมีความหน่วงต่ำลง พร้อมด้วย Bluetooth 6 ที่ให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้เสถียรมากยิ่งขึ้น ทำให้ประสบการณ์การใช้งานไร้สายโดยรวมมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม

จอภาพ แบตเตอรี่ และการเชื่อมต่อที่ครบครัน

จอภาพ Liquid Retina XDR ยังคงเป็นจุดเด่นของ MacBook Pro ด้วยความสว่าง HDR สูงสุดเฉพาะจุดถึง 1,600 นิต และความสว่าง 1,000 นิตสำหรับคอนเทนต์ SDR ทั่วไป พร้อมตัวเลือกกระจก Nano-texture ที่ช่วยลดแสงสะท้อนสำหรับการทำงานในสภาพแสงที่หลากหลาย

ด้านแบตเตอรี่ MacBook Pro ใหม่ใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง ซึ่ง Apple ระบุว่าสำหรับผู้ที่อัปเกรดจากรุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel จะได้อายุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นสูงสุด 13 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่อัปเกรดจากรุ่นชิป M1 ได้เพิ่มขึ้นสูงสุด 3 ชั่วโมง สิ่งที่น่าสนใจคือ MacBook Pro ให้ประสิทธิภาพในระดับเดียวกันไม่ว่าจะเสียบปลั๊กหรือใช้แบตเตอรี่ ซึ่งต่างจากแล็ปท็อป PC หลายเครื่องที่ลดประสิทธิภาพลงเมื่อถอดปลั๊ก และยังรองรับการชาร์จเร็วได้สูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียง 30 นาทีเมื่อใช้อะแดปเตอร์ USB-C ขนาด 96 วัตต์หรือสูงกว่า

ในส่วนของการเชื่อมต่อมาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 5 จำนวน 3 พอร์ตสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูง, พอร์ต HDMI ที่รองรับความละเอียดสูงสุด 8K, ช่องเสียบการ์ด SDXC สำหรับการนำเข้าไฟล์สื่ออย่างรวดเร็ว และ MagSafe 3 สำหรับการชาร์จ โดยรุ่นชิป M5 Pro รองรับจอภาพภายนอกความละเอียดสูงได้สูงสุด 2 จอ ขณะที่รุ่นชิป M5 Max รองรับได้สูงสุดถึง 4 จอ

นอกจากนี้ยังมากล้อง Center Stage ความละเอียด 12MP ที่รองรับมุมมองด้านหน้าโต๊ะ (Desk View) ไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอ และระบบเสียง 6 ลำโพงพร้อมการรองรับเสียงเชิงมิติพื้นที่ (Spatial Audio) ที่ให้ประสบการณ์เสียงเต็มอิ่มสมจริง

macOS Tahoe กับดีไซน์ Liquid Glass และ Apple Intelligence

MacBook Pro ใหม่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ macOS Tahoe ที่มาพร้อมดีไซน์ Liquid Glass อันสวยงาม โดยหนึ่งในการอัปเดตที่สำคัญคือ Spotlight ที่ได้รับการปรับปรุงให้ค้นหาแอปและไฟล์ได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งสามารถดำเนินการต่าง ๆ กับสิ่งที่ค้นเจอได้ทันทีจากแถบค้นหา

Apple Intelligence ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ของ Apple ที่ประมวลผลบนตัวเครื่องเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว มีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกขั้น พร้อมด้วยแอปคำสั่งลัดที่ทำงานอัจฉริยะมากขึ้น และการแปลภาษาสดที่ผสานรวมเข้ากับแอปข้อความ, FaceTime และแอปโทรศัพท์ เพื่อแปลทั้งข้อความและเสียงระหว่างภาษาต่าง ๆ ได้ทันที โดย Apple Intelligence รองรับหลายภาษาในรุ่นเบต้า ทั้งภาษาอังกฤษ เดนมาร์ก ดัตช์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และอื่น ๆ อีกหลายภาษา

นักพัฒนาสามารถนำความสามารถของ Apple Intelligence มาอยู่ในแอปพลิเคชันของตนเองได้ หรือใช้ประโยชน์จากเฟรมเวิร์ก Foundation Models สำหรับงานเฉพาะทางที่ใช้ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ นอกจากนี้คุณสมบัติความต่อเนื่อง (Continuity) ยังครอบคลุมแอปโทรศัพท์บน Mac ทำให้สามารถส่งต่อสายโทรผ่านระบบเซลลูลาร์จาก iPhone ที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ ส่วนคุณสมบัติกิจกรรมสด (Live Activities) จาก iPhone ก็แสดงผลบน Mac ได้แบบเรียลไทม์

MacBook Pro กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

Apple ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2030 โดย MacBook Pro ใหม่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 45 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วยอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ในตัวเครื่อง และโคบอลต์รีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ในแบตเตอรี่ การผลิตทั่วทั้งซัพพลายเชนใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังได้รับการออกแบบมาให้ทนทานและสามารถซ่อมแซมได้ง่าย ส่วนบรรจุภัณฑ์ทำจากเยื่อไม้ 100 เปอร์เซ็นต์และนำไปรีไซเคิลได้

ราคาและการวางจำหน่ายในประเทศไทย

MacBook Pro รุ่นใหม่พร้อมชิป M5 Pro และ M5 Max สั่งซื้อได้แล้วผ่าน apple.com/th/store และแอป Apple Store โดยทุกรุ่นจะเริ่มจัดส่งและวางจำหน่ายใน Apple Store รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ ทุกรุ่นมีให้เลือกทั้งสีดำสเปซแบล็คและสีเงิน

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อมชิป M5 Pro มีราคาเริ่มต้นที่ 74,900 บาท และราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 69,790 บาท ส่วนรุ่น 16 นิ้ว พร้อมชิป M5 Pro มีราคาเริ่มต้นที่ 92,900 บาท และราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 85,990 บาท

สำหรับ MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อมชิป M5 Max เริ่มต้นที่ 124,900 บาท ราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 114,490 บาท และรุ่น 16 นิ้ว พร้อมชิป M5 Max เริ่มต้นที่ 134,900 บาท ราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 124,490 บาท

ส่วน MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อมชิป M5 มีราคาเริ่มต้นที่ 56,900 บาท และราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 53,590 บาท มาพร้อมพื้นที่จัดเก็บ 1TB เป็นมาตรฐาน

ลูกค้าสามารถนำคอมพิวเตอร์เครื่องปัจจุบันมาแลกเป็นเครดิตสำหรับการซื้อ Mac เครื่องใหม่ผ่านบริการ Apple Trade In ได้ที่ apple.com/th/shop/trade-in และสามารถเลือกซื้อ AppleCare+ เพื่อคุ้มครองเครื่องเพิ่มเติม ซึ่งมาพร้อมการรับประกันสำหรับอุบัติเหตุ การบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และบริการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญของ Apple

SHARE
กองบรรณาธิการ Techhaus ผู้ซึ่งหลงรักในเรื่องไอที ชอบเล่น Gadget ใหม่ๆ ชื่นชอบการถ่ายทอดข้อมูล และเชื่อว่าทุกอย่างรอบตัวยังคงหมุนไปเรื่อยๆ
View Website
RELATED POSTS
เป็นเจ้าของก่อนใคร! ซัมซุงเปิดจำหน่าย “Galaxy Z Flip” รอบพิเศษ 21 กุมภาพันธ์ นี้
เตรียมพบกับ realme GT 7 Pro สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มาพร้อมนวัตกรรม AI และกล้องอัจฉริยะ เปิดตัว 18 พ.ย. นี้”
เปิดตัว Xiaomi Mi 11 มาพร้อมกับ Snapdragon 888 รุ่นแรกในราคาเริ่มต้นประมาณ 18,500 บาท

Leave Your Reply

*