
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทัพหารือผู้บริหารระดับสูงของ เสียวหมี่ (Xiaomi) ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งสัญญาณชัดเดินหน้าดึงยักษ์เทคโนโลยีร่วมลงทุนในไทย ทั้งด้านพลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้า
ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประชุมหารือแบบทวิภาคี (One-on-one) กับผู้บริหารระดับสูงของ เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน ณ ห้องประชุม Jinli Room ศูนย์การประชุมนานาชาติ Tianfu International Convention Center นครเฉิงตู โดยมีวาระสำคัญคือการหารือทิศทางการพัฒนาและการดำเนินธุรกิจของ เสียวหมี่ ในประเทศไทยในอนาคต
ในการประชุมครั้งนี้ Alain Lam รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของเสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินธุรกิจ ผลประกอบการ และความคืบหน้าล่าสุดของตลาดในไทย พร้อมเปิดเผยทิศทางการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงแผนการขยายตัวในระดับสากล นอกจากนี้ Alain Lam ยังได้เรียนเชิญ นายกรัฐมนตรีอนุทิน เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของ เสียวหมี่ อีกด้วย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เสียวหมี่ ได้สร้างรากฐานที่มั่นคงในประเทศไทยและมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมกันนี้ยังได้เปิดเผยถึงแผนงานของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) หรือกระบวนการปรับเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด โดยยืนยันว่าประเทศไทยยินดีต้อนรับ เสียวหมี่ และบริษัทชั้นนำอื่นๆ ร่วมแสวงหาโอกาสความร่วมมือในด้านดังกล่าวบนแผ่นดินไทย
เสียวหมี่ ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange เมื่อปี 2561 (1810.HK) ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก มีผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกกว่า 746.2 ล้านรายในเดือนมีนาคม 2569 และมีสินค้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT (AI+IoT) มากถึง 1,118.7 ล้านเครื่อง ณ ไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทยังได้รับการจัดอันดับใน Fortune Global 500 เป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน ในอันดับที่ 297 และได้อัปเกรดกลยุทธ์สู่ระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ที่ผสานอุปกรณ์ส่วนบุคคล สมาร์ทโฮม และรถยนต์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผลิตภัณฑ์ของ เสียวหมี่ มีวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก