
Huawei เปิดตัว FreeClip 2 S Signature Edition และ MatePad Air (2026) ในงานเปิดตัวที่มาเลเซีย พร้อมกับสมาร์ตโฟนซีรีส์ Pura 90s โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์เป็นการอัปเกรดแบบรีเฟรชจากรุ่นก่อนหน้า
Huawei FreeClip 2 S Signature Edition: หูฟังไร้สายดีไซน์พรีเมียมพร้อม AI อัจฉริยะ
FreeClip 2 S Signature Edition ยังคงใช้ไดรเวอร์ไดอะแฟรมคู่ (Dual-Diaphragm Drivers) ไมโครโฟน 3 ตัวสำหรับตัดเสียงรบกวน และรองรับการเล่นต่อเนื่องสูงสุด 9 ชั่วโมง เมื่อรวมกับเคสชาร์จ จะได้เวลาใช้งานรวม 38 ชั่วโมง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญคือ อัลกอริทึม Adaptive Volume ที่ได้รับการอัปเดตใหม่ ทำงานร่วมกับชิปเสียงรุ่นที่สาม (Third-Generation Audio Chip) ของ Huawei ซึ่งมี NPU (หน่วยประมวลผลประสาทเทียม) เฉพาะทางสำหรับการประมวลผล AI โดยตรง ระบบนี้ช่วยให้หูฟังสามารถตรวจจับเสียงรอบข้างและปรับระดับเสียงได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงปรับเสียงพูดระหว่างการโทรให้ชัดเจนขึ้นอัตโนมัติ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับหูฟังแบบ Open-Ear ที่ไม่มีระบบตัดเสียงแบบ Passive Noise Isolation อย่าง FreeClip 2 S

ด้านดีไซน์ FreeClip 2 S มาในสีใหม่ 2 สี ได้แก่ Deepsea Blue และ Space Silver นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมแบบ Clip-On (ที่หนีบแบบถอดเปลี่ยนได้) ที่ออกแบบร่วมกับ Les Néréides บ้านเครื่องประดับสัญชาติฝรั่งเศส ให้รูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมเคสชาร์จรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาให้รองรับ Clip-On เสริมโดยเฉพาะ
FreeClip 2 S จะวางจำหน่ายในราคา £169 ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ถึง 17 สิงหาคม (ราคาปกติ £199) และมีบันเดิลลิมิเต็ดในราคา £199 ที่มาพร้อม Clip-On จาก Les Néréides ด้วย
Huawei MatePad Air (2026): แท็บเล็ตจอ PaperMatte OLED รุ่นแรกในซีรีส์ Air
MatePad Air (2026) นำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดในด้านจอแสดงผล โดยเป็นครั้งแรกที่ซีรีส์ MatePad Air ได้รับจอ PaperMatte OLED เหมือนกับซีรีส์พี่ใหญ่ MatePad Pro จอแบบ Matte Coating (ผิวด้านลดแสงสะท้อน) นี้เหมาะทั้งสำหรับการทำงานและการอ่าน ถือเป็นการก้าวข้ามจากจอ LCD ที่ใช้มาในรุ่นก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง จอขนาด 12 นิ้ว ยังคงเหมือนเดิม พร้อมอัตราการรีเฟรช 144Hz และความละเอียด 2800 x 1840 พิกเซล สำหรับผู้ที่ต้องการตัวเลือกที่ประหยัดกว่า Huawei ยังมีรุ่นไม่ติดจอ PaperMatte ให้เลือกด้วย

ขุมพลังมาจากชิปเซ็ต Kirin T93C ที่รองรับ “ฟีเจอร์ AI ระดับโปร” ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ ความจุแบตเตอรี่ยังคงเดิมที่ 10,100 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 66W ด้านดีไซน์มีการอัปเดตให้ขอบจอบางลง บอดี้บางเพียง 5.3 มม. และมาในสีใหม่ ได้แก่ Airy Blue, Sakura Pink และ White

ด้านราคา MatePad Air (2026) รุ่น 8GB/256GB แบบไม่มีจอ PaperMatte เริ่มต้นที่ €849 (พร้อมคีย์บอร์ด) เพิ่มอีก €50 สำหรับรุ่น PaperMatte Edition พร้อมคีย์บอร์ดหรือปากกา M-Pencil Pro ส่วนรุ่น RAM 12GB ราคาอยู่ที่ €999 พร้อมคีย์บอร์ด
อ้างอิง | Gsmarena.com