
แคนนอน ประกาศเปิดตัว EOS R6 V กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมรุ่นใหม่สำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่ พร้อมด้วยเลนส์ RF20-50mm F/4L IS USM PZ เลนส์พาวเวอร์ซูม L-Series ตัวแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “One Camera, Many Stories – กล้องเดียว เอา(ทุก)เรื่อง” ตอบโจทย์ทุกแพลตฟอร์มในอุปกรณ์ชุดเดียว
แคนนอน ย้ำความเป็นผู้นำตลาดกล้องดิจิทัลในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมกันในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้น ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค GRAND HALL เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ประกอบด้วย EOS R6 V กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม (กล้องที่ไม่มีกระจกสะท้อนแบบดั้งเดิม ให้ขนาดกะทัดรัดและประสิทธิภาพสูง) รุ่นแรกในตระกูล EOS V-Series และ RF20-50mm F/4L IS USM PZ เลนส์ L-Series ฟูลเฟรมตัวแรกของแคนนอนที่มาพร้อมระบบพาวเวอร์ซูม (การซูมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลแบบมืออาชีพ)

นายแอนดรูว์ โก๊ะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตอย่างชัดเจน เพราะผู้คนไม่ได้เพียงแค่ถ่ายภาพอีกต่อไป แต่กำลังสร้างเรื่องราวที่จุดประกายแรงบันดาลใจส่งต่อไปสู่ผู้อื่น โดยครีเอเตอร์ไทยโดดเด่นด้วยความคิดสร้างสรรค์สูงและมีศักยภาพในการก้าวสู่เวทีระดับโลก พร้อมยืนยันว่าอนาคตของคอนเทนต์ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ถูกสร้างขึ้นโดยนักสร้างสรรค์ทุกคน
นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า ตลาดคอนเทนต์วิดีโอในปัจจุบันเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความต้องการผลิตวิดีโอบนแพลตฟอร์มที่หลากหลายเพิ่มขึ้นทุกวัน ครีเอเตอร์ยุคใหม่จึงต้องการกล้องที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพระดับโปรและความคล่องตัวในการใช้งาน EOS R6 V ถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมตัวแรกในไลน์อัป EOS V-Series ต่อยอดจาก PowerShot V10, PowerShot V1 และ EOS R50 V เพื่อตอบสนองกลุ่ม Videographer และโปรดักชันขนาดเล็กที่ต้องการไฟล์คุณภาพสูงสำหรับงาน Post-Production หรือใช้เป็นกล้องตัวที่สองคู่กับกล้องตระกูลซินีม่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ One Camera, Many Stories กล้องตัวเดียวเอา(ทุก)เรื่อง
ภายในงานเปิดตัว แคนนอน ได้รับเกียรติจาก 2 ครีเอเตอร์แนวหน้าของไทยมาร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้งานจริง เริ่มจาก “จีน–คำขวัญ ดวงมณี” Film Director บัณฑิตสาขาแฟชั่นและสิ่งทอจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อยู่เบื้องหลัง MV ดังอย่าง “Lover Boy” ของภูมิ วิภูริศ และ “ดำสนิท” ของฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ ซึ่งโดดเด่นด้วยอาร์ตไดเรกชันสไตล์เรโทรย้อนยุคจนภาพทุกเฟรมราวกับงานศิลปะ กล่าวว่า “EOS R6 V ใช้งานได้คล่องตัวมาก มีฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ ทำให้สร้างสรรค์ผลงานวิดีโอโปรดักชันสำหรับ Content Creator และ Filmmaker ได้อย่างที่ต้องการ” ด้าน “ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ” เจ้าของเพจ DEKSORKRAO ผู้มีผลงานวิดีโอสะสมกว่าร้อยล้านวิวที่เติบโตจากการถ่ายสมาร์ทโฟนสู่การเป็นช่างภาพและผู้กำกับมืออาชีพ เผยว่า “EOS R6 V คือกล้องที่ตอบโจทย์การทำคอนเทนต์ที่สุด เพราะให้ไฟล์คุณภาพสูง คมชัด น้ำหนักเบา และรองรับการปรับใช้ได้ในหลายสถานการณ์”

ในด้านสเปกที่โดดเด่นของ EOS R6 V ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ คือการบันทึกวิดีโอ 7K Open Gate บนเซนเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ความละเอียด 32.5 ล้านพิกเซล เก็บภาพได้เต็มความละเอียดเซนเซอร์ทั้งในรูปแบบไฟล์ RAW และ MP4 ให้ครีเอเตอร์ถ่ายแนวนอนแล้วครอป (ตัดภาพ) เป็นแนวตั้งสำหรับโซเชียลมีเดียได้ในเทคเดียวโดยไม่ต้องถ่ายซ้ำ นอกจากนี้ ระบบพัดลมระบายความร้อนในตัวช่วยให้ EOS R6 V บันทึกวิดีโอได้ยาวนานกว่ารุ่น EOS R6 Mark III ถึงประมาณ 3 เท่า รองรับการถ่ายสัมภาษณ์มาราธอน การถ่ายทอดสดอีเวนต์ หรือการบันทึกรวดเดียวจบได้อย่างมั่นใจ
EOS R6 V ยังใส่ใจสายคอนเทนต์แนวตั้งด้วยที่ยึดขาตั้งกล้องแนวตั้งในตัว พร้อมอินเตอร์เฟซหน้าจอที่ปรับหมุนการแสดงผลเป็นแนวตั้งโดยอัตโนมัติ และปุ่มบันทึกวิดีโอด้านหน้า ใช้งานร่วมกับโครงยึดอุปกรณ์ (Rigs) และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว แม้จะถูกพัฒนามาเพื่อคอนเทนต์วิดีโอ แต่ยังมอบประสิทธิภาพสูงในงานถ่ายภาพนิ่ง ด้วยการถ่ายต่อเนื่องสูงสุด 40 เฟรมต่อวินาที ด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมฟังก์ชัน Pre-shooting และระบบออโต้โฟกัสระดับเดียวกับ EOS R6 Mark III สำหรับสายภาพยนตร์ยังมาพร้อมเครื่องมือระดับโปรครบครัน ทั้ง Canon Log 2 และ 3 (ระบบบันทึกสีในไฟล์วิดีโอที่รักษาช่วงไดนามิกกว้างสำหรับการแต่งสีใน Post-Production), Custom Picture, Custom LUT, การแสดงผลแบบ Waveform, การบันทึกเสียง 4 แชนเนล และพอร์ต HDMI Type-A มาตรฐาน บอดี้กันฝุ่นกันละอองน้ำ พร้อมรับทุกสภาพแวดล้อมการถ่ายทำ

สำหรับเลนส์ RF20-50mm F/4L IS USM PZ ที่ถูกพัฒนามาจับคู่กับ EOS R6 V โดยเฉพาะ มีขนาดกะทัดรัดเพียง 98.4 มม. น้ำหนักเบาเพียง 420 กรัม ครอบคลุมทางยาวโฟกัสตั้งแต่ 20 มม. สำหรับมุมกว้างที่น่าประทับใจ ไปจนถึง 50 มม. สำหรับภาพโคลสอัปที่เป็นธรรมชาติ ด้วยค่ารูรับแสง f/4 คงที่ตลอดช่วงซูมทำให้ได้ภาพสว่างสม่ำเสมอ หัวใจสำคัญคือระบบพาวเวอร์ซูม L-Series รุ่นแรกของแคนนอนที่ปรับความเร็วการซูมได้สูงสุด 15 ระดับ ช่วยให้เปลี่ยนระยะซูมได้อย่างลื่นไหลระดับงานภาพยนตร์ สลับระหว่างพาวเวอร์ซูมกับการหมุนวงแหวนซูมแบบแมนนวลได้ทันที ข้อดีเด่นอีกประการคือกระบอกเลนส์ไม่ยืดเข้า-ออกในขณะซูม จึงไม่ต้องปรับสมดุลศูนย์ถ่วงใหม่เมื่อใช้บนกิมบอล (อุปกรณ์กันสั่นสำหรับถ่ายวิดีโอ) ด้านระบบป้องกันภาพสั่นไหว ทำงานประสานระหว่าง In-Body IS 5 แกน, Digital Movie IS และ Optical IS ในเลนส์ มอบประสิทธิภาพการกันสั่นสูงสุดถึง 8.0 สต็อป พร้อมโหมด Subject Tracking IS ที่คำนวณตำแหน่งวัตถุระหว่างการเคลื่อนไหว
ด้านราคา EOS R6 V แบบเฉพาะตัวกล้อง (Body) ราคา 74,990 บาท และชุดคิทพร้อมเลนส์ RF20-50mm F/4L IS USM PZ ราคา 115,990 บาท ส่วนเลนส์ RF20-50mm F/4L IS USM PZ จำหน่ายแยกที่ราคา 52,590 บาท นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริม ได้แก่ TRIPOD GRIP HG-200TBR ราคา 5,350 บาท และ Wireless Remote BR-E2 ราคา 2,290 บาท โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายแคนนอนอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
ผู้ที่ซื้อ EOS R6 V ชุดคิทใดก็ได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิประโยชน์ 4 ต่อ ประกอบด้วย ฟรีกระเป๋ากล้อง Canon 1 ใบ มูลค่า 2,590 บาท และ Battery Pack LP-E6P 1 ก้อน มูลค่า 4,190 บาท, ขยายระยะเวลารับประกันสินค้าเป็น 24 เดือน, ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน และส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท เมื่อซื้อคู่กับเลนส์ RF16-28mm f/2.8 IS STM และ RF28-70mm f/2.8 IS STM ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและผลงานจากครีเอเตอร์แคมเปญ EOS R6 V ได้ที่ Facebook: Canon Thailand และ Canon Imaging Thailand หรือติดต่อสายด่วน Canon Call Center 02-344-9988