ถ้าจะบอกว่า HONOR 600 คือสมาร์ตโฟนที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงนี้ ผมว่าไม่ได้พูดเกินจริง เพราะรุ่นนี้มาพร้อมฟีเจอร์ที่ทำให้ต้องหยุดคิดจริงๆ ว่านี่คือมือถือในราคาเท่านี้จริงเหรอ?
HONOR 600 Series วางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ HONOR 600 Pro, HONOR 600 และ HONOR 600 Lite ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้ แต่ในรีวิวนี้ขอพาไปรู้จักกับ HONOR 600 รุ่นกลางที่ผมว่าคุ้มค่าที่สุดในซีรีส์

ในมุมมองของผม สิ่งที่ทำให้ HONOR 600 โดดเด่นไม่ใช่แค่สเปกที่อัปเกรดแต่รุ่นนี้พุ่งทะลุขีดจำกัดของสมาร์ตโฟนระดับกลางออกไปจริงๆ ทั้งเรื่องกล้อง ทั้งเรื่อง AI และโดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่ที่คนใช้มือถือทุกคนรู้ดีว่าเป็นเรื่องที่แตะใจมากที่สุด
แกะกล่องกันเลย มีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน?

HONOR 600 เปิดมาไม่ผิดหวัง เปิดกล่องมาแล้วรู้สึกได้เลยว่า HONOR ใส่ใจในทุกรายละเอียด บรรจุภัณฑ์ดูพรีเมียม หยิบตัวเครื่องขึ้นมาแล้วสัมผัสแรกมันแน่นมือ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสมาร์ตโฟนราคากลางเลยแม้แต่นิด

ภายในกล่องจะพบตัวเครื่อง HONOR 600, อะแดปเตอร์ชาร์จ 80W HONOR SuperCharge, สาย USB-C, เคสใสป้องกันตัวเครื่อง และคู่มือการใช้งาน ครบถ้วนพร้อมใช้ตั้งแต่แรกเปิดกล่อง ไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่มอีก
ต่อกันที่ฟีเจอร์ไฮไลท์ที่ทำให้ต้องหลงรัก HONOR 600 กับ AI Image to Video 2.0 รูปนิ่งก็กลายเป็นหนังได้แล้ว
นี่คือฟีเจอร์ที่ผมพูดถึงก่อนเลย เพราะคือหัวใจของสมาร์ตโฟนซีรีส์นี้จริงๆ HONOR 600 มาพร้อม AI Image to Video 2.0 ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลการสร้างวิดีโอแบบ Multi-modal ตัวแรกของอุตสาหกรรม สิ่งที่ทำให้มันต่างจากฟีเจอร์ AI ทั่วๆ ไปคือมันไม่แค่เอาภาพมาทำให้ขยับ แต่มันเข้าใจทั้งภาพ เสียง และบริบทในระดับลึก

ผู้ใช้สามารถรวมภาพสูงสุด 3 ภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพท่องเที่ยว ภาพครอบครัว หรือแม้แต่ภาพสินค้า พร้อมคำสั่งเสียงหรือข้อความ แล้วให้มันสร้างวิดีโอ 3–8 วินาทีที่น่าทึ่งออกมา พร้อมเข้าถึงคลังเทมเพลตสไตล์ภาพยนตร์ที่หลากหลายเพื่อผลลัพธ์ระดับมืออาชีพเพียงทัชเดียว
ความพิเศษอีกอย่างคือ Moving Photo Editing ฟีเจอร์อย่าง Moving Photo Eraser ไม่ได้แค่ลบวัตถุออกจากภาพ แต่ลบออกจากช่วงเวลาในภาพเคลื่อนไหว
ขณะที่ Moving Photo Breakout Collage ช่วยดึงองค์ประกอบในภาพให้ทะลุกรอบออกมา กลายเป็นงานครีเอทีฟแบบ 3D ที่สะดุดตาและพร้อมแชร์บนโซเชียลทันที
สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์นี้สมบูรณ์ขึ้นคือการออกแบบให้ “เร็วและง่าย” แบบไม่ต้องคิดซับซ้อน AI Button ทำหน้าที่เหมือนทางลัดสู่โลกของครีเอทีฟ เปิดให้เข้าถึงการสร้างวิดีโอได้ทันทีจาก Gallery โดยไม่ต้องสลับแอปหรือผ่านขั้นตอนยุ่งยาก
ขณะที่ AI Photos Agent เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวด้านการแต่งภาพ ที่รับคำสั่งภาษาธรรมชาติ เช่น ลบคนด้านหลังออก หรือปรับให้ภาพดูอบอุ่นขึ้น แล้วจัดการทุกอย่างให้แบบอัตโนมัติ
จับ AI Image to Video 2.0 มาลองกับชีวิตจริง

พูดถึงฟีเจอร์หลักไปแล้ว คราวนี้ขอเล่าว่าตอนลองใช้จริงมันรู้สึกยังไง ผมเอารูปทิวทัศน์ธรรมดาๆ ไม่กี่รูปมาใส่ แล้วพิมพ์คำสั่งว่าอยากได้วิดีโอแบบน้ำถ่วมโลก


ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาในไม่กี่วินาทีนั้นทำให้รู้สึกว่า เดี๋ยวนะ นี่ทำบนมือถือจริงเหรอ? ความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหว โทนสี และบรรยากาศมันดูมีเจตนาชัดเจน ไม่ใช่แค่ภาพสไลด์ที่ขยับๆ
ในมุมมองของผม ฟีเจอร์นี้จะเปลี่ยนวิธีที่คนทั่วไปแชร์ภาพลงโซเชียลไปเลย เพราะมันทำให้ทุกโมเมนต์มีชีวิตมากกว่าการโพสต์รูปนิ่งแบบเดิมๆ และสิ่งที่ทำให้ใช้ง่ายจนน่าแปลกใจคือ AI Button ที่เข้าถึงทุกอย่างได้จากที่เดียว ไม่ต้องงงว่าต้องไปเปิดแอปไหน ทุกอย่างอยู่แค่ปลายนิ้ว
200MP AI Portrait Camera ถ่ายทุกที่ ดีทุกช็อต

กล้องความละเอียด 200MP ฟังดูเป็นตัวเลขการตลาด แต่เท่าที่ลองมากล้อง 200MP ของ HONOR 600 นี่จริงจังกว่าที่คิดไว้มาก ตัวเซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว ถือว่าใหญ่ที่สุดในระดับเดียวกัน ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีรวมพิกเซลแบบ 16-in-1 ที่เปลี่ยนพิกเซลขนาดเล็กให้กลายเป็นพิกเซลขนาดใหญ่เทียบเท่า 2.24μm เพื่อให้รับแสงได้ดีขึ้นในฉากกลางคืนหรือในที่แสงน้อยที่รายละเอียดมักสูญหาย

นอกจากนี้ยังมี E2E AI Remosaic ที่ช่วยเพิ่มความไวแสงขึ้นถึง 24% พร้อมประมวลผลรายละเอียดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทำให้ภาพที่ได้ไม่ใช่แค่สว่างขึ้น แต่ยังคงความคมชัดและมิติของภาพไว้ครบถ้วน HONOR ยังพัฒนา SOIS หรือ Super Optical Image Stabilization ให้ได้มาตรฐาน CIPA 6.0 ในกล้องหลัก ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับกล้อง Mirrorless ระดับเริ่มต้น หมายความว่าแม้ถ่ายในสภาพแสงน้อย ภาพก็ยังคมชัดโดยไม่ต้องพิงขาตั้ง
ในด้านความแม่นยำของสี AI Color Engine ทำงานร่วมกันระหว่างกล้องหลายตัวพร้อมเซนเซอร์วัดอุณหภูมิสีโดยเฉพาะ ช่วยปรับ White Balance ได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้โทนสีที่สมจริงส่งตรงจากชัตเตอร์ แม้ในสภาพแสงที่ซับซ้อนอย่างคาเฟ่ที่มีไฟหลายสีปนกัน
กล้องหลัก 200MP เอาอยู่ทุกสภาพแสง

มาต่อกันที่เรื่องของกล้องบ้าง สเปกของ HONOR 600 ครอบคลุมทุกสถานการณ์จริงๆ ด้านหลังมีกล้องหลัก 200MP บนเซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว พร้อม OIS เป็นหัวหอก ควบคู่กับกล้องมุมกว้าง 12MP ครอบคลุมมุมถ่าย 112 องศา เหมาะกับการเก็บทิวทัศน์หรือภาพกลุ่มในพื้นที่แคบ

































ต่อกันที่ส่วนของกล้องหน้าความละเอียด 50MP รูรับแสง f/2.0 มาพร้อม Portrait Selfie Camera ที่ให้คุณภาพระดับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะไลฟ์หรือถ่ายเซลฟี่ก็ตาม









ยังมี Color Temperature Sensor ที่ช่วยให้กล้องทุกตัวมีความสมดุลของสีที่แม่นยำในทุกสภาพแสง และ AI Super Zoom 2.0 กับ AI Enhanced Night Photography ที่ครอบคลุมช่วงซูม 0.6–10 เท่า ทำให้การถ่ายภาพทั้งกลางวันและกลางคืนให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจอย่างสม่ำเสมอ พูดง่ายๆ ว่าหยิบขึ้นมาแล้วยิงได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาปรับตั้งค่าอะไรมาก
ดีไซน์บางแต่ไม่เบา จอสว่างจนแดดยอมแพ้
ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือเรื่องของดีไซน์ เพราะมันคือสิ่งแรกที่รู้สึกตั้งแต่ยกออกจากกล่อง จับตัวเครื่องขึ้นมาแล้วรู้สึกได้เลยว่ามันบางกว่าที่คิด ตัวเครื่องหนาเพียง 7.8 มม. แต่น้ำหนักยังรู้สึกมั่นคงในมือ ไม่ได้เบาจนรู้สึกว่าถือของเล่นอยู่

ดีไซน์ตัวเครื่อง HONOR 600 Honor 600 มีหน้าตาที่แทบจะเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วกับรุ่นพี่อย่าง Honor 600 Pro เพียงแต่ตัดกล้องหลังออกไปหนึ่งตัว และมีน้ำหนักเบากว่าเล็กน้อย

ด้านหน้าของตัวเครื่องพลิกมาดูด้านหลัง นี่คือจุดที่สวยที่สุดของตัวเครื่อง โมดูลกล้องดีไซน์สี่เหลี่ยมแนวตั้งสองตัววางอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกสูงขึ้นจากฝาหลังเล็กน้อยในแบบที่สมมาตรกับดีไซน์โดยรวม

สำหรับในรุ่นนี้นั้นตัวเครื่องทำจาก “Ultra-Durable Composite Fiber” หรือวัสดุคอมโพสิตพลาสติกเกรดพิเศษที่ให้สัมผัสคล้ายกระจกฝ้าได้อย่างน่าทึ่ง ขณะที่เฟรมด้านข้างทำจากโลหะ และกระจกหน้าจอเป็นกระจกนิรภัยชนิดพิเศษ
ขอบด้านขวา: ด้านขวามีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่ม Power สำหรับล็อคหน้าจอ เปิด-ปิด รวมรีสตาร์ทเครื่อง และปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพ

ขอบด้ายซ้าย: ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่องโล่งสะอาด ไม่มีปุ่มใด ๆ

ขอบด้านบน: ส่วนด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนและ IR Blaster ที่ใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้เลยโดยไม่ต้องง้อรีโมต ฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่ยังมีประโยชน์มากในชีวิตประจำวัน

ขอบด้านล่าง: ต่อกันที่ส่วนด้านล่างจัดเรียงครบครัน ซ้ายสุดเป็นช่องถาดซิมการ์ด กลางเป็นพอร์ต USB Type-C ขนาบด้วยไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และขวาสุดเป็นลำโพงที่ทำงานคู่กับลำโพงด้านบนจนได้เสียงสเตอริโอแบบสมมาตรสมบูรณ์แบบ

มุมเครื่องแบบ R-corner ออกแบบให้สมมาตรและมีความโค้งมนขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ Android ช่วยให้การถือใช้งานรู้สึกมั่นคงและเป็นธรรมชาติ
ส่วนของหน้าจอขนาด 6.57 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 8,000 nits อัตรารีเฟรช 120Hz พร้อมการถนอมสายตาด้วย 3,840Hz Risk-Free Dimming มาพร้อม Sunlight Mode ที่ช่วยให้มองเห็นจอได้ชัดเจนแม้กลางแดดจ้า

จอ AMOLED ขนาด 6.57 นิ้วขอบหน้าจอสีดำบางเพียง 0.98 มม. ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขเชิงเทคนิค แต่คือการขยายพื้นที่ภาพให้เต็มตาและสมจริงมากขึ้น

จอรองรับ 1.07 พันล้านสี, DCI-P3 Wide Gamut, HDR Vivid Full-chain รวมถึงการรับรอง HDR จากทั้ง Netflix และ Amazon ซึ่งหมายความว่าเนื้อหาวิดีโอทุกประเภทจะแสดงผลได้ในคุณภาพที่ผู้ผลิตตั้งใจไว้จริงๆ
Snapdragon 7 Gen 4 ลื่นจนไม่อยากวางมือถือ
HONOR 600 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 บน Android 16 และ MagicOS 10 ซึ่ง Honor ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการอัปเดตระบบปฏิบัติการนานถึง 6 ปี การใช้งานทั่วไปลื่นไหลดี

บอกเลยว่าพร้อมตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องรออัปเดต ได้ใช้ Android เวอร์ชันล่าสุดเลย ซึ่งนอกจากฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมระบบแล้ว ยังหมายความว่าจะได้รับ security patch และการอัปเดตต่าง ๆ ได้อีกนานกว่าปกติ

ดังนั้นมันจึงมอบการตอบสนองที่รวดเร็วระดับเรือธงสำหรับการใช้งานหนักและการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม การตัดต่อวิดีโอ หรือการรัน AI อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมี OneHop ที่ช่วยให้ซิงค์การแจ้งเตือนและแชร์ไฟล์ระหว่าง HONOR กับ iPhone, Mac และ Apple Watch ได้ง่ายดายเหมือนเป็นอุปกรณ์ในระบบนิเวศเดียวกัน เรียกว่าตอบโจทย์คนที่ใช้ทั้งสองระบบปฏิบัติการได้อย่างไร้รอยต่อจริงๆ

โดนน้ำ โดนฝุ่น โดนตก HONOR 600 รับได้หมด
HONOR 600 มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68, IP69 และ IP69K ซึ่งถือว่าครบเครื่องมากสำหรับสมาร์ตโฟนในระดับนี้ ไม่ใช่แค่กันน้ำทั่วไป แต่รองรับได้ทั้งการจุ่มน้ำลึก แรงน้ำแรงสูง และฝุ่นละอองโดยตรง

นอกจากนี้ยังรับประกันความทนทานต่อการตกกระแทกจาก SGS ระดับ 5 ดาว ทำให้มั่นใจได้ว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้อยู่ได้กับทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ ไม่ว่าจะฝนตก ทำน้ำหก หรือโดนความร้อนของเมืองไทยถล่ม
7,000mAh + 80W อึด ถึก ทน ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน
7,000mAh ในมือถือที่บางแค่ 7.8 มม. ฟังดูขัดแย้งกัน แต่ HONOR ทำได้ด้วยกระบวนการ Cold-carving ที่ขึ้นรูปโครงสร้างภายในให้แน่นขึ้นโดยไม่เพิ่มความหนา ผลคือได้แบตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Number Series โดยที่ตัวเครื่องยังบางและเบากว่าที่ควรจะเป็น

AI Battery Scheduling Engine ไม่ใช่แค่โหมดประหยัดพลังงาน แต่มันจัดสรรพลังงานแบบ real-time ทุกการทำงาน ทำให้ใช้ได้สูงสุด 2 วันเต็มภายใต้การใช้งานปกติ แม้แบตเหลือ 20% ในอุณหภูมิ -20°C โทร ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอยังทำได้ปกติ

ด้านการชาร์จมี 80W HONOR SuperCharge แบบสายที่ชาร์จเร็วในชีวิตประจำวัน เร็วพอที่จะเติมพลังงานในเวลาพักกาแฟ และ 27W Reverse Charging ผ่านสายที่สามารถเปลี่ยนสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ให้เป็นแหล่งพลังงานสำรองให้กับอุปกรณ์อื่น รวมถึง iPhone ได้ด้วย
บอกตรงๆ จากคนที่ได้ลองจริง
เท่าที่ลองมา ต้องยอมรับว่า HONOR 600 ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปพอสมควร ก่อนหน้านี้ผมมองว่าฟีเจอร์ AI บนมือถือส่วนใหญ่เป็นแค่ของแถมที่ใช้จริงไม่กี่ครั้งแล้วก็ลืม แต่ AI Image to Video 2.0 ไม่ใช่แบบนั้น มันเป็นฟีเจอร์ที่เปลี่ยนพฤติกรรมจริงๆ ตอนที่ผมแปลงรูปธรรมดาออกมาเป็นวิดีโอได้ในไม่กี่วินาที รู้สึกได้เลยว่านี่คือของที่จะใช้บ่อยมาก ไม่ใช่แค่โชว์เพื่อนครั้งเดียวแล้วจบ
ในมุมมองของผม กล้อง 200MP นี่คือจุดที่น่าประทับใจที่สุด ไม่ใช่เพราะตัวเลขมันสูง แต่เพราะเท่าที่ลองมา มันยังคมและยังจัดการแสงได้ดีแม้ในสถานการณ์ที่กล้องราคาเดียวกันส่วนใหญ่เริ่มสะดุด โดยเฉพาะฉากในที่แสงน้อยที่มักเป็นจุดอ่อน ตรงนี้ผมเห็นด้วย 100% ว่า HONOR ทำการบ้านมาดีมาก

ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ 7,000mAh นี่ผมเห็นด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เท่าที่ลองมาทั้งวันไม่เคยต้องง้อปลั๊กเลยตั้งแต่เช้าจนดึก แม้ว่าจะเปิดวิดีโอ เล่นกล้อง และใช้ฟีเจอร์ AI ต่อเนื่องเกือบตลอดวัน

ในมุมมองของผม HONOR 600 คือสมาร์ตโฟนที่คุ้มค่ามากสำหรับราคา 17,999 บาท ถ้าคุณอยากได้ AI จริงๆ ไม่ใช่แค่ชื่อ อยากได้กล้องที่ใช้งานได้ทุกสภาพแสง และอยากได้แบตที่ไม่ต้องลุ้นทุกบ่าย นี่คือคำตอบที่ตรงที่สุดในตลาดตอนนี้
ราคาและช่องทางการจัดจำหน่าย
HONOR 600 Series วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 3 รุ่น แต่ละรุ่นมีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black (ดำ), Golden White (ขาวทอง) และ Orange (ส้ม) ส่วน HONOR 600 Lite มาในสี Green (เขียว), White และ Black
- HONOR 600 Pro — 12GB+512GB ราคาเปิดตัว 29,999 บาท และมีรุ่นพิเศษ MOLLY Limited Edition ราคา 32,999 บาท
- HONOR 600 — 12GB+256GB ราคาเปิดตัว 19,999 บาท ราคาพิเศษ 17,999 บาท
- HONOR 600 Lite — 8GB+256GB ราคาเปิดตัว 13,999 บาท ราคาพิเศษ 11,999 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
ช่องมางการจับจองเป็นเจ้าของ | Shopee : https://url.in.th/tqBra, Lazada : https://url.in.th/TOrzw, TikTok : https://url.in.th/jBkuC
โปรโมชั่นพิเศษช่วง Pre-order (21–29 พ.ค. 69)
ช่วง Pre-order นี้คุ้มมากจริงๆ สำหรับทั้ง HONOR 600 Pro และ HONOR 600 เพราะซื้อแล้วรับฟรีลำโพง HONOR CHOICE iKANOO Portable Bluetooth Speaker Pro มูลค่า 2,999 บาท ทันที รุ่น Pro ยังได้ส่วนลดเพิ่มสูงสุด 6,000 บาท เมื่อนำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ และรุ่น HONOR 600 ได้ส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท

โปสเตอร์โปรโมชั่น Pre-order HONOR 600 Series พร้อมของแถมและส่วนลดทุกรุ่นยังมาพร้อมแพ็กเกจการรับประกันและการดูแลลูกค้ารวมมูลค่าสูงสุดกว่า 23,000 บาท ประกอบด้วยประกันตัวเครื่อง 3 ปี, ประกันอุบัติเหตุ 2 ปี และประกันแบตเตอรี่ 2 ปี พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี 1 ครั้ง หากความจุต่ำกว่า 80% ภายในระยะเวลาประกัน
สำหรับ HONOR 600 Lite ซื้อแล้วรับฟรี HONOR Puffy Bag ออกแบบโดย Art Story (AUTISTIC THAI) พร้อมส่วนลดราคาพิเศษเพิ่มสูงสุด 2,000 บาท ทุกรุ่นรองรับการผ่อนชำระผ่าน SGFINANCE+ สมัครง่าย ผ่อนสบายโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เงินดาวน์เริ่มต้นที่ 0%

โปสเตอร์โปรโมชั่น Pre-order HONOR 600 Series พร้อมของแถมและส่วนลดMOLLY Limited Edition มาแล้ว
สำหรับคนที่อยากได้อะไรพิเศษ HONOR ยังมี HONOR 600 Pro x POP MART : MOLLY Limited Edition ความร่วมมือกับ POP MART เป็นครั้งแรกในต่างประเทศ ราคา 32,999 บาท ดีไซน์ตัวเครื่องมาพร้อมลวดลาย MOLLY สุดพิเศษที่ฝาหลัง พร้อม Packaging และ User Interface ที่ Customize ให้เป็นธีม MOLLY ทั้งหมด
ที่พิเศษกว่านั้นคือ Gift Set ฉลองครบรอบ 20 ปี MOLLY (20th Anniversary) ที่ผู้ซื้อจะได้รับบ็อกซ์เซตออกแบบมาเพื่อวาระนี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วยกระเป๋าถือดีไซน์พรีเมียมลาย MOLLY 20th Anniversary, เคสสมาร์ตโฟนดีไซน์คล้ายกล้องถ่ายภาพวินเทจ, ชุดการ์ดสะสม Collectible Cards และของสะสมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงซองจดหมายและเข็มกลัดหรือเหรียญที่ระลึก รับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป