เปิดพรีออเดอร์ในประเทศไทยแล้ววันนี้! หลังเปิดตัวไปเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน พร้อมเปิดพรีออเดอร์ในประเทศไทยแล้ววันนี้

ถือเป็นการประกาศก้าวแรกของ Dyson ในการรุกเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีเครื่องเสียง หลังทุ่มวิจัยและพัฒนามานานกว่า 5 ปี

dysonzonelifestyle6
Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน

Dyson เตรียมสร้างปรากฎการณ์ที่ล้ำไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวนในประเทศไทย มอบประสบการณ์การฟังแบบดื่มด่ำขั้นสุดด้วยเสียงสมจริง กับการใช้งานยาวนานได้สูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ทั้งยังช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงให้ต่ำเป็นพิเศษ พร้อมตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟและสร้างรายละเอียดเสียงที่สมจริงเต็มสเป็กตรัม

นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เพื่อการฟังที่ดื่มด่ำและสมจริง

dysonzoneheadphones2
Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน

โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมนี้ บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์เครื่องเสียงหลายแห่งจะใช้ผู้ทดสอบที่มีทักษะการฟังระดับ ‘Golden Listener’ ในการทดสอบเครื่องเสียงและกำหนดนิยามของเสียงว่าเป็นเสียงที่ ‘ดี’ แต่วิศวกรของ Dyson จะใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย ด้วยการวัดค่าการทำสำเนาเสียง เช่น ค่าสมดุลเสียงซ้าย-ขวา, ค่าการบิดเบือนฮาร์โมนิก และการตอบสนองความถี่เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม  โดยวิศวกรจะอาศัยผลการทดสอบการใช้งานของผู้ใช้อย่างครอบคลุม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายคุณสมบัติการใช้งานที่กำหนด เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและระบบชาร์จ USB-C ให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับการรับฟังเสียงสมจริงได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง

เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ สามารถชาร์จเต็ม 100% ได้ภายใน 3 ชั่วโมง และมีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนขั้นสูงแบบแอ็คทีฟ รวมถึงสร้างรายละเอียดเสียงที่สมจริง เก็บครบทุกสเป็กตรัมเสียง มาพร้อมไมโครโฟน 11 ตัว โดยมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ จำนวน 8 ตัว เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุดที่ 38 เดซิเบลและตรวจจับเสียงรอบข้างได้ถึง 384,000 ครั้งต่อวินาที

เพื่อมอบเสียงที่คมชัดและสมจริง เก็บครบทุกสเป็กตรัมเสียง เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ สามารถสร้างช่วงความถี่เสียงตั้งแต่ 6Hz ถึง 21kHz เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สวมใส่สามารถได้ยินครบทุกโน้ตและชัดเจนทุกคำพูด โดยช่วงความถี่ดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยระบบวิศวกรรมอิเล็กโทรอคูสติก และส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ลำโพงนีโอไดเมียม 16 โอห์ม ขนาด 40 มม. ที่เป็นหัวใจของระบบเสียงของ Dyson ZoneTM

นอกจากนี้ ทั้งลำโพง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบกลไกการทำงาน การใช้วัสดุ และเสียง ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อลดความผิดเพี้ยนของเสียงให้น้อยที่สุด อีกทั้งสัญญาณเสียงขาออกของลำโพงยังมีการควบคุมและชดเชยย่านความถี่เสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมโดยเทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณอัจฉริยะที่ระดับ 48,000 ครั้งต่อวินาที เมื่อผสานกับระบบตัดเสียงรบกวน จะปรับค่าความผิดเพี้ยนฮาร์โมนิกให้เป็นกลางจนถึงระดับที่ไม่สามารถได้ยินในทุกย่านความถี่ (เหลือ 0.08% ที่ระดับความดัง 94 เดซิเบล ที่ความถี่ 1 กิโลเฮิร์ตซ์)

สะดวกสบายด้วยดีไซน์ที่ลงตัว

dysonzoneheadphones
Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน

วิศวกรของ Dyson พัฒนาอุปกรณ์ให้เสียงที่มีความแม่นยำสูง พร้อมทั้งให้ความสบายสูงสุดแก่ผู้ใช้งาน โดยได้สร้างแผ่นรองหูฟังที่สามารถปรับองศาให้เข้ากับรูปทรงหูของผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยโฟมครอบหูที่หนาและแถบคาดศีรษะที่ยึดกระชับ

เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงและดีไซน์ของอานม้า เพื่อให้กระจายถ่ายเทน้ำหนักได้เท่ากันทั้งสองข้างของศีรษะ แทนการกระจายน้ำหนักด้านบนศีรษะเพียงจุดเดียว นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงรูปทรงศีรษะที่หลากหลายของผู้ใช้งานทั่วโลก เพื่อปรับให้ใส่ได้กระชับพอดีและแนบสนิทหูผู้ใช้ทุกคน

ความสะดวกสบาย ความแม่นยำ และระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ คือเหตุผลสำคัญสามประการในการเลือกวัสดุสำหรับการสร้างสรรค์หูฟัง Dyson Zone™ โดยโฟมครอบหูถือเป็นวัสดุสำคัญสำหรับหูฟัง ส่งผลให้วิศวกรของ Dyson ได้ศึกษาองค์ประกอบต่าง ๆ ของโฟมอย่างละเอียด และเลือกโฟมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดโดยพิจารณาจากความหนาแน่น อัตราส่วนการบีบอัด และความยืดหยุ่นในการคืนตัว เพื่อมอบประสิทธิภาพเสียงที่ดีที่สุด ป้องกันเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งยังออกแบบมาให้แบนกว่าเฮดโฟนแบบปกติ เพื่อตัดเสียงรบกวนและให้ความรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่

เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ ยังได้รับการออกแบบตามหลักวิศวกรรม เพื่อจัดการกับมลภาวะทางเสียงและมลพิษทางอากาศ

ปัจจุบัน ประชากรโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ โดยคาดว่า ภายในปี 2593 สัดส่วนของคนที่อาศัยในตัวเมืองจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 ใน 10 คน และเมื่อประชากรที่อาศัยในตัวเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  การขยายระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น การคมนาคม การก่อสร้าง การจราจร ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่  ก่อให้เกิดทั้งมลภาวะทางเสียงและมลพิษทางอากาศ ตัวอย่างเช่น

  • ผลการวิจัยในปี 2563 พบว่า ระดับมลพิษทางเสียงจากการจราจรในกรุงเทพฯ สูงกว่า 90 เดซิเบล โดยเฉพาะจากรถบิ๊กไบค์ รถจักรยานยนต์ รถตุ๊ก ๆ และรถบรรทุกสิบล้อ
  • ในปี 2562 กรมควบคุมมลพิษพบว่า ถนนดินแดงเป็นถนนที่มีเสียงดังมากที่สุดในกรุงเทพฯ โดยมีระดับค่าเฉลี่ยในช่วง 24 ชั่วโมง อยู่ระหว่าง 6-81.6 เดซิเบล ซึ่งสูงกว่าระดับมาตรฐานที่ 70 เดซิเบล
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า ระดับการสัมผัสเสียงไม่ควรเกิน 70 เดซิเบลในช่วง 24 ชั่วโมง และ 85 เดซิเบลในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงความบกพร่องทางการได้ยิน

นอกจากนี้ยังมี “โหมด Transparent” ซึ่งเป็นระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟที่เหนือชั้น ช่วยลดมลภาวะทางเสียงและตรวจจับเสียงรอบข้าง พร้อมทั้งมอบความตื่นตัวตลอดเวลาให้กับผู้ใช้งานขณะเดินทาง

เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ มีไมโครโฟนเสริมโดยเฉพาะสำหรับการโทร บันทึกเสียง หรือควบคุมเสียง เพื่อความชัดเจนในการส่งสัญญาณเสียงได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างตามสภาพแวดล้อมของผู้ใช้งาน

เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ ยังสามารถติดตั้งหน้ากากกรองอากาศสำหรับการเดินทาง เพื่อปล่อยอากาศบริสุทธิ์แก่ผู้ใช้งานเมื่อต้องเดินทางในเขตเมืองที่มีมลพิษหรือขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ เทคโนโลยีนี้เกิดจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ Dyson สั่งสมมากว่า 30 ปีในด้านเทคโนโลยีการไหลเวียนของอากาศ การกรอง เทคโนโลยีมอเตอร์ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับคุณภาพอากาศภายในและภายนอกอาคาร การทำงานของเครื่องกรองอากาศขับเคลื่อนด้วยคอมเพรสเซอร์ที่อยู่ในบริเวณด้านนอกตัวหูฟังแต่ละข้าง โดยจะดึงอากาศผ่านตัวกรอง 2 ชั้น และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ 2 กระแสไปยังจมูกและปากของผู้ใช้ผ่านหน้ากากกรองอากาศสำหรับการเดินทาง ขณะเดียวกัน ตัวกรองประจุไฟฟ้าสถิตจะขจัดอนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 0.1 ไมครอน และตัวกรองคาร์บอนจะดูดซับก๊าซ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ จากมลภาวะในเมือง

เทคโนโลยีการตรวจจับและเชื่อมต่อผ่านแอป MyDyson™

dysonzonelifestyle4
Dyson Zone™ เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน

แอปพลิเคชัน MyDyson™ สามารถใช้ในการควบคุมเฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson Zone™ ปรับความเร็วการไหลเวียนของอากาศและโหมดการตัดเสียงรบกวน รวมถึงการปรับสมดุลเสียง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งการรับฟังเสียงที่แตกต่างกันได้ 3 รูปแบบ ทั้ง Dyson EQ, Bass Boost และ Neutral นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถจำกัดระดับเสียงตามคำแนะนำด้านสุขภาพการได้ยินด้วย

ในแอปพลิเคชันยังสามารถเช็คระดับค่าไนโตรเจนไดออกไซด์ในอากาศและควบคุมระบบการกรองได้ในทันที ทั้งยังสามารถตรวจสอบระดับเสียงรบกวนรอบข้างแบบเรียลไทม์ นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์แบบเดียวกับเครื่องฟอกอากาศของ Dyson ทั้งการให้ข้อมูลสภาพแวดล้อมของผู้ใช้ที่สามารถเข้าไปดูได้เพียงไม่กี่คลิก เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

เฮดโฟนตัดเสียงรบกวน Dyson ZoneTM เปิดพรีออเดอร์แล้ววันนี้ ที่ www.dyson.co.th และ Dyson Demo Store ทุกสาขาจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ที่ Dyson Demo Store ทุกสาขา

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
แอปเปิลเปิดตัว “AirPods รุ่นที่ 3” ให้คุณเป็นเจ้าของในราคา 6,790 บาท
เปิดตัวสมาร์ทโฮมโซลูชั่นรุ่นใหม่ “C8PF”กล้องไวไฟแบบแพน-เอียง-ซูม 8 เท่า เลนส์คู่ตัวแรกของโลก
OPPO ไทยเปิดตัว “OPPO Enco X” หูฟังไร้สายดีไซน์ใหม่ ในราคา 5,999 บาท

Leave Your Reply

*