News

เอาอีกแล้ว! “iPhone 14” โทร 911 ผิดพลาดอีกครั้งจากการเล่นของนักเล่นสกีหรือนักสโนว์บอร์ด

อย่างที่เรารู้กันเป็นอย่างดีว่าหนึ่งในฟีเจอร์ของ iPhone 14 ที่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดสำหรับรุ่นนี้คือระบบ Crash Detetcion ที่จะตรวจจับว่าผู้ใช้งานประสบอุบัติเหตุรถชนหรือไม่

หากมันตรวจจับการชนก็จะช่วยโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ 911 เพื่อให้มาช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ อย่างไรก็ตามดูเหมือนระบบ Crash Detetcion จะยังเจอข้อผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ 911 ได้รับสายที่โทรจาก iPhone 14 อัตโนมัติในระหว่างที่นักเล่นสกีหรือนักสโนว์บอร์ดกำลังเกลือกกลิ้งให้กลายเป็นอุบัติเหตุรถชน

Crash Detection เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วสำหรับ iPhone 14 ทุกรุ่นและ Apple Watch รุ่นล่าสุด รวมถึง Series 8, Ultra และ SE รุ่นที่สอง คุณลักษณะนี้ออกแบบมาเพื่อตรวจจับรถชนอย่างรุนแรงและโทรหาบริการฉุกเฉิน (911) โดยอัตโนมัติ หากผู้ใช้ไม่ตอบสนองต่ออุปกรณ์ภายใน 20 วินาที

รายงานจาก The New York Times วันนี้รายงานว่าระบบ Crash Detetcion ได้ทำการโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ 911 ว่ามีอุบัติเกิดขึ้น ณ Summit County เมืองโคโลราโด ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสกีรีสอร์ตหลายแห่งที่

ทั้งนี้มีรายงานจากผู้ดูและและเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าระบบ Crash Detetcion ได้ทำการโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ 911 เข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งที่ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรง มันเป็นเป็นเพียงการล้มของนักเล่นสกีหรือนักสโนว์บอร์ด

“มาร์ค วัตสัน” จ่าประจำสำนักงานนายอำเภอท้องถิ่น กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความการรับทราบข้อมูลของของเขาในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพเพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและการแจ้งมีมากเกินไป

ทั้งนี้ทางโฆษกของ Apple กล่าวว่าบริษัท “เราตระหนักดีว่าในบางสถานการณ์ คุณลักษณะเหล่านี้ได้เรียกใช้บริการฉุกเฉินเมื่อผู้ใช้ไม่ได้ประสบกับอุบัติเหตุรถชนอย่างรุนแรงหรือการล้มอย่างแรง” โฆษกระบุว่า Apple ได้เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับการชนกับ iOS 16.1.2 และ watchOS 9.2 เมื่อปีที่แล้ว เพื่อลดจำนวนการโทรที่ผิดพลาด และกล่าวว่าคุณลักษณะนี้ “มีส่วนช่วยในการช่วยชีวิตหลายคนแล้ว”

รายงานระบุว่า Apple ได้ส่งตัวแทน 4 คนไปที่ศูนย์บริการทางโทรศัพท์ของ Summit County เพื่อสังเกตการณ์เป็นเวลาหนึ่งวัน

สำหรับหลักการทำงานของระบบ Crash Detetcion คือเมื่อระบบตรวจพบการชนอย่างรุนแรง iPhone หรือ Apple Watch จะแสดงการแจ้งเตือน ซึ่งผู้ใช้มีเวลา 10 วินาทีในการดำเนินการ หากผู้ใช้ไม่ตอบสนอง อุปกรณ์จะเริ่มนับถอยหลังอีก 10 วินาทีพร้อมกับส่งเสียงเตือนและสั่นหรือแตะอย่างรุนแรง จากนั้นโทรหาบริการฉุกเฉินหากผู้ใช้ยังไม่ตอบสนอง แต่เนื่องจากนักเล่นสกีมักจะสวมเสื้อตัวนอกหนา บางคนจึงไม่รู้ตัวเมื่อมีการเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ จนทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างที่เป็นในตอนนี้

Apple กล่าวว่าคุณสมบัตินี้อาศัยเซ็นเซอร์เช่นมาตรวัดความเร่งและไจโรสโคปใน iPhone และ Apple Watch พร้อมกับ “อัลกอริทึมการเคลื่อนไหวขั้นสูงที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลการขับขี่และบันทึกการชนในโลกแห่งความเป็นจริงกว่าล้านชั่วโมง” เพื่อความแม่นยำที่เพิ่มขึ้น

ที่มา – Macrumors.com
เรียบเรียงบทความโดย : Techhausth.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
อัพเดต iPod Touch 2019 รุ่นใหม่ในรอบสี่ปี ในราคาเริ่มต้นที่ 6,900 บาท
เปิดตัว “Redmi 10 2022” และ “Redmi 10A” สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ราคาประหยัด เริ่มต้น 3,999 บาท
เปิดตัว “OnePlus 11” เปลี่ยนดีไซน์, อัปชิปเซ็ต, กล้อง Hasselblad

Leave Your Reply

*