
แอปเปิล ตกลงจ่ายเงิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีฟ้องร้องกลุ่มที่กล่าวหาว่าโฆษณาฟีเจอร์ Siri เกินจริง หลังฟีเจอร์ที่สัญญาไว้ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน 2567 เมื่อ แอปเปิล เปิดตัวฟีเจอร์ Siri เวอร์ชันอัจฉริยะที่ผสานรวมกับ Apple Intelligence (ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานบนอุปกรณ์แอปเปิลโดยตรง) บนเวที WWDC 2024 งานประชุมนักพัฒนาประจำปีของบริษัท ก่อนที่จะนำมาใช้เป็นจุดขายหลักในแคมเปญโฆษณาควบคู่กับการเปิดตัว iPhone 16 ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน โดยโฆษณาเหล่านั้นฉายต่อเนื่องมานานหลายเดือน
แต่ในเดือนมีนาคม 2568 แอปเปิล ประกาศเลื่อนการเปิดตัวฟีเจอร์ Siri ที่ใช้ Apple Intelligence อย่างเป็นทางการ และเริ่มถอดโฆษณาที่เคยออกอากาศออกทั้งหมด เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนให้กลุ่มผู้บริโภคยื่นฟ้องร้องเป็นคดีแบบกลุ่ม (Class Action) โดยระบุว่า แอปเปิล กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ด้วยการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความสามารถที่แท้จริงของ Apple Intelligence ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้ออุปกรณ์บนพื้นฐานของ “ฟีเจอร์ที่ยังไม่มีจริง หรือถูกนำเสนอเกินจริงอย่างมีนัยสำคัญ”
ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ตัดสินว่า แอปเปิล มีความผิดแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มักเลือกยอมความนอกศาลเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อ โดยข้อตกลงยอมความนี้ได้บรรลุข้อสรุปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 แต่รายละเอียดทั้งหมดเพิ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในขณะนี้
แอปเปิล ออกแถลงการณ์ถึง MacRumors โดยระบุว่า บริษัทตัดสินใจยุติคดีนี้เพื่อให้สามารถมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่อไปได้อย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่านับตั้งแต่เปิดตัว Apple Intelligence บริษัทได้ทยอยปล่อยฟีเจอร์ใหม่หลายสิบรายการในหลากหลายภาษา ครอบคลุมทั้ง Visual Intelligence (การมองเห็นอัจฉริยะผ่านกล้อง), Live Translation (แปลภาษาสดแบบเรียลไทม์), Writing Tools (ชุดเครื่องมือช่วยเขียน), Genmoji (สร้างอีโมจิด้วย AI), และ Clean Up (ลบวัตถุออกจากภาพ) รวมถึงฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย
สำหรับเงินชดเชย 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ แอปเปิล จะจ่ายออกไปนั้น ผู้ซื้ออุปกรณ์ที่มีสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกาซึ่งยื่นแบบฟอร์มเรียกร้องสิทธิ์ จะได้รับเงินชดเชย 25 ดอลลาร์สหรัฐต่ออุปกรณ์หนึ่งเครื่อง อย่างไรก็ดี หากจำนวนผู้ยื่นเรียกร้องมีน้อยกว่าที่คาด ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง
อุปกรณ์ที่มีสิทธิ์ได้รับการชดเชย ได้แก่ iPhone 16, iPhone 16e, iPhone 16 Plus, iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max, iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ที่ซื้อในช่วงวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ถึง 29 มีนาคม 2568 โดยข้อตกลงนี้ผ่านการอนุมัติเบื้องต้นจากศาลแล้ว และผู้มีสิทธิ์จะเริ่มได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมลภายใน 45 วันนับจากวันนี้
อ้างอิง | Macrumors.com