How To

เปรียบเทียบ AirPods Max 1 vs AirPods Max 2 ครบทุกจุด พร้อมคำแนะนำว่ารุ่นไหนคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ

Apple เปิดตัว AirPods Max รุ่นที่สอง นับเป็นการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ครั้งแรกอย่างจริงจังนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 พร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ทำให้หูฟังโอเวอร์-เอียร์รุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน

เมื่อปลายปี 2020 Apple เปิดตัว AirPods Max หูฟังครอบหูแบบโอเวอร์-เอียร์รุ่นแรก ก่อนที่จะมีการรีเฟรชเล็กน้อยในเดือนกันยายน 2024 ด้วยการเปลี่ยนพอร์ต Lightning เป็น USB-C และปรับสีใหม่ รองรับการส่งสัญญาณเสียงแบบ Lossless ที่ความละเอียด 24-bit, 48 kHz ผ่านสาย USB-C ทว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นยังถือว่าเป็นแค่การปรับปรุงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ AirPods Max 2 ที่เพิ่งประกาศตัวออกมา

AirPods Max 2 มาพร้อมชิป H2 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมด เริ่มจาก Active Noise Cancellation (การตัดเสียงรบกวนเชิงรุก) ที่แรงขึ้น 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน รวมถึง Transparency Mode ที่ดีขึ้น ให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงรอบข้างได้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับ Adaptive Audio ซึ่งเป็นระบบปรับเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ประกอบด้วยฟีเจอร์ Conversation Awareness (ตรวจจับเมื่อผู้ใช้เริ่มพูด แล้วลดเสียงเพลงโดยอัตโนมัติ), Personalized Volume (ปรับระดับเสียงส่วนตัวตามสภาพแวดล้อม), Voice Isolation, Loud Sound Reduction และ Camera Remote

ในด้านการสั่งงาน ด้วย Siri นั้น AirPods Max 2 รองรับทั้งคำสั่ง “Hey Siri” และ “Siri” รวมถึงฟีเจอร์ Siri Interactions ที่ช่วยให้ผู้ใช้ตอบสนองต่อการแจ้งเตือนจาก Siri ได้โดยเพียงพยักหน้าหรือส่ายหัว โดยไม่ต้องพูดหรือสัมผัสอุปกรณ์ใดๆ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ไม่มีในรุ่นก่อนหน้าทั้งสองรุ่น

ด้านคุณภาพเสียง AirPods Max 2 ได้รับการปรับปรุง Spatial Audio (เสียงเชิงพื้นที่) ให้แม่นยำและสมจริงขึ้น ทั้งในแง่การกระจายตำแหน่งเสียงของเครื่องดนตรี การตอบสนองความถี่ต่ำที่สม่ำเสมอและแม่นยำขึ้น รวมถึงเสียงกลางและเสียงแหลมที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น Apple ยังได้เพิ่ม Custom High Dynamic Range Amplifier และ Digital Signal Processing Algorithm ใหม่ รวมถึงรองรับการบันทึกเสียงในระดับ “Studio-quality” ซึ่งถือว่าครบเครื่องสำหรับผู้ใช้งานสายครีเอทีฟ

การเชื่อมต่อไร้สายก็ได้รับการอัปเกรดด้วย โดย AirPods Max 2 ใช้ Bluetooth 5.3 (จากเดิม 5.0) ให้เสียง Latency ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งช่วยให้ประสบการณ์การรับชมวิดีโอและเล่นเกมลื่นไหลขึ้น ส่วนการเชื่อมต่อแบบมีสายนั้น ยังคงใช้พอร์ต USB-C เหมือนรุ่น 2024 พร้อมรองรับเสียง Lossless 24-bit, 48 kHz และ Latency ต่ำพิเศษผ่านสาย USB-C

สำหรับสีที่ให้เลือก AirPods Max 2 มาใน 5 สี ได้แก่ Starlight, Midnight, Blue, Purple และ Orange ซึ่งเป็นชุดเดิมจากรุ่น USB-C ปี 2024 กำหนดวางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2026 ราคา 549 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อ ควรเลือกรุ่นไหน? AirPods Max รุ่น Lightning ปี 2020 แทบจะหาซื้อไม่ได้แล้วในปัจจุบัน เนื่องจากสต็อกทยอยหมดไปในช่วงสองปีที่ผ่านมา หากยังพบเจอในราคาที่ลดลงมากก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การฟังเพลงแบบพื้นฐาน แต่ไม่ต้องการฟีเจอร์ใหม่ๆ ส่วนรุ่น USB-C ปี 2024 ยังคงหาซื้อได้ทั่วไปและยังถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงแบบมีสายระดับสูงสุด

อย่างไรก็ดี หากต้องการ Active Noise Cancellation ที่แรงที่สุด ฟีเจอร์ Adaptive Audio ครบครัน การแปลภาษาสดแบบ Live Translation รวมถึงการเชื่อมต่อไร้สายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด AirPods Max 2 คือตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางบ่อยครั้ง ผู้ที่ทำงานในพื้นที่เสียงดัง หรือใครก็ตามที่ต้องการหูฟังโอเวอร์-เอียร์ที่ล้ำที่สุดจาก Apple ในขณะนี้

อ้างอิง I Macrumors.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
เปิดเคล็ดลับง่ายๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องซักผ้าให้ยาวนาน
[Tips-Tricks] การเพิ่มบัญชีอีเมลใน Apple Mail บนอุปกรณ์ Mac หรือ iOS
[How-to] วิธีปิดการเข้าถึงไมโครโฟนจาก Facebook เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

Leave Your Reply

*