News PR

Nothing Phone (4a) Pro กลับมาแล้ว! เติมสต๊อกล็อตใหญ่ หลังยอดขายพุ่ง 8.5 เท่าในเดือนแรก

Nothing Phone (4a) Pro คว้าใจคนไทยได้ไม่ยาก เมื่อสมาร์ตโฟนดีไซน์โปร่งใสสุดล้ำจากแบรนด์เทคโนโลยีสัญชาติลอนดอนรุ่นนี้ สร้างยอดขายโตกว่า 8.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าภายในเดือนแรกของการวางจำหน่ายในไทย จนสต๊อกล็อตแรกหมดลงอย่างรวดเร็ว วันนี้ Nothing ได้เติมสต๊อกล็อตใหญ่ ประกาศสิ้นสุดการรอคอยของแฟน ๆ อย่างเป็นทางการ

หลังจากกระแสตอบรับที่ล้นหลามในตลาดไทย Nothing Phone (4a) Pro กลับมาพร้อมสต๊อกใหม่เพื่อรองรับผู้ที่พลาดโอกาสในรอบแรก โดยยังคงสะท้อนแนวคิด Built Different ซึ่งเป็นปรัชญาหลักของแบรนด์ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ท้าทายกรอบความคิดเดิมของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟน ผ่านดีไซน์โปร่งใสอันเป็นเอกลักษณ์และโครงสร้าง Metal Unibody หรือตัวเครื่องที่ขึ้นรูปจากโลหะชิ้นเดียว ทำให้มีความแข็งแกร่งและบางเพียง 7.95 มม.

จุดเด่นที่ทำให้ Nothing Phone (4a) Pro แตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไปในตลาดคือระบบ Glyph Matrix ซึ่งเป็นระบบไฟ LED ที่ฝังอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ช่วยแสดงผลการแจ้งเตือน สถานะการชาร์จ และข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอ นับเป็นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ที่ต้องการลดเวลาติดหน้าจอได้อย่างชาญฉลาด

ด้านความสามารถทางการถ่ายภาพ Nothing Phone (4a) Pro ติดตั้งกล้องหลัก Sony LYT700C ความละเอียด 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS (Optical Image Stabilization) ควบคู่กับกล้อง Periscope Telephoto 50MP ที่รองรับการซูมออปติคอล 3.5 เท่า และซูมสูงสุดได้ถึง 140 เท่า ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับระบบประมวลผลภาพ TrueLens Engine 4 ที่ช่วยให้ผลลัพธ์ของภาพถ่ายออกมาคมชัดและเป็นธรรมชาติ หน้าจอ AMOLED 1.5K อัตราการรีเฟรช 144Hz มอบประสบการณ์การแสดงผลที่ลื่นไหลและสีสันสดใส ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 ที่รองรับการทำงานด้าน AI และความบันเทิงได้อย่างไม่สะดุด

Nothing Phone (4a) Pro วางจำหน่ายใน 3 สีได้แก่ Silver, Black และ Pink ในราคา 20,999 บาท ผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ร่วมรายการ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://th.nothing.tech/products/phone-4a-pro

สำหรับการขยายตลาดในประเทศไทย Nothing ตั้งเป้าเพิ่มจุดจำหน่ายถึง 5 เท่าภายในปี 2026 ครอบคลุมร้านค้าพันธมิตรชั้นนำอย่าง Banana, Dotlife, Power Buy และ True รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada, Shopee และ TikTok Shop นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการหลังการขายกว่า 10 แห่ง พร้อมบริการส่งซ่อมผ่าน SPEED-D ที่ 7-Eleven ทั่วไทย และ Call Center เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
โนเกีย ส่งเกมงูสู่มือผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอีกครั้งบนแพลตฟอร์มกล้อง AR ตัวใหม่ของ Facebook
เปิดตัว Xiaomi Mi 8 Lite และ Xiaomi Mi 8 Pro เริ่มต้น 9,990 บาท
หัวเว่ย เผยโฉมแบรนด์ใหม่ ‘HUAWEI eKit’ ผนึกพาร์ทเนอร์เพิ่มช่องทางรุกตลาดเอสเอ็มอีไทย

Leave Your Reply

*