
vivo เปิดตัว vivo X300 Ultra สมาร์ตโฟนรุ่น Ultra รุ่นแรกในไทย พร้อม vivo X300 FE ภายใต้คอนเซปต์ “เทคเดียวก็เอาอยู่” ยกระดับกล้อง ZEISS ให้คมชัดทุกช็อต เริ่มต้น 27,999–54,999 บาท
vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก เปิดตัว vivo X300 Ultra และ vivo X300 FE อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซปต์ “เทคเดียวก็เอาอยู่” ที่สื่อถึงการถ่ายภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพได้ตั้งแต่กดชัตเตอร์ครั้งแรก โดย X300 Ultra ถือเป็นสมาร์ตโฟนในซีรีส์ Ultra รุ่นแรกของ vivo ที่เปิดตัวในไทย ด้วยเทคโนโลยีกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเลนส์ระดับโลก ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งสายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สายคอนเสิร์ต และผู้ใช้งานยุคใหม่ที่ต้องการผลลัพธ์ระดับโปรจากสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว
ในงานเปิดตัว vivo ยังได้ชวน vivo Creators ได้แก่ ว่านไฉ – อคิร คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวและการถ่ายภาพ และ ทวีพงษ์ – ประทุมวงษ์ ช่างภาพมืออาชีพ มาร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้งาน vivo X300 Ultra ในสถานการณ์จริง ทั้งการถ่ายภาพคอนเสิร์ต การถ่ายวิดีโอ และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับมืออาชีพผ่านศักยภาพของระบบกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS อย่างเต็มประสิทธิภาพ

vivo X300 Ultra มาพร้อมการยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพและวิดีโอครั้งสำคัญ ด้วยระบบกล้องที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดตามแนวคิดกล้องระดับโปร โดดเด่นด้วยกล้องมุมกว้างพิเศษ ZEISS 14mm พร้อมเซนเซอร์ Sony LYTIA 818 ขนาด 1/1.28 นิ้ว กล้องหลักภาพสารคดี ZEISS 35mm พร้อมเซนเซอร์ Sony LYTIA 901 ขนาด 1/1.12 นิ้ว และกล้องเทเลโฟโต้ ZEISS APO Gimbal-Grade (ระบบเลนส์เทเลโฟโต้พร้อมกันสั่นระดับโปร) พร้อมเซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว ที่ผสานพลังกับชิปเซ็ตเสริม VS1+ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลภาพและวิดีโอให้คมชัดแม้ในสภาพแสงที่ท้าทาย พร้อมรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ Cinematic แบบ 4K 120fps 10-bit Log (ฟอร์แมตวิดีโอคุณภาพสูงที่รองรับการปรับแต่งสีในขั้นตอนหลังการถ่าย) ครบทุกระยะเลนส์ ถ่ายทอดสีสัน มิติ และอารมณ์ของภาพได้อย่างสมจริง รวมถึงสามารถนำไฟล์ไปเกรดสีต่อได้อย่างยืดหยุ่นและแม่นยำ

ด้าน vivo X300 FE ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับสายคอนเสิร์ตและผู้ใช้งานสายไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะ มาพร้อมกล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และระบบ AI Imaging Engine อัจฉริยะที่ช่วยจัดการแสง สี และรายละเอียดของภาพได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บโมเมนต์หน้าเวที ฉากแสงสีซับซ้อน หรือช็อตเคลื่อนไหวระหว่างการแสดง ก็ยังได้ภาพคมชัด มีมิติ และคงบรรยากาศได้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมระบบประมวลผลภาพที่ช่วยฟื้นฟูรายละเอียดและรักษาโทนสีให้สมจริงในทุกช็อต อีกทั้งยังมาพร้อม Stage Mode ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการถ่ายคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ ช่วยให้ภาพพอร์ตเทรตระยะไกลบนเวทีคมชัด เสริมด้วยการรองรับวิดีโอ 4K 60fps ผ่านเลนส์เทเลโฟโต้ เพื่อเก็บทุกโมเมนต์สำคัญได้ครบในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว
นอกจากนี้ vivo ยังต่อยอดประสบการณ์การซูมให้เหนือระดับยิ่งขึ้นผ่านชุดเลนส์เสริม vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra สำหรับ X300 Ultra ที่รองรับระยะการซูมเทียบเท่า 400 มิลลิเมตร และ vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 สำหรับ X300 FE ที่รองรับระยะการซูมเทียบเท่า 200 มิลลิเมตร ช่วยดึงรายละเอียดจากระยะไกลให้คงความคมชัด และยกระดับการถ่ายภาพวิดีโอบนสมาร์ตโฟนให้ใกล้เคียงประสบการณ์ระดับกล้องโปรมากยิ่งขึ้น
ในด้านประสิทธิภาพ vivo X300 Ultra ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 (หน่วยประมวลผลชั้นนำของ Qualcomm) มาพร้อมแบตเตอรี่ BlueVolt ขนาดใหญ่ 6,600mAh รองรับการชาร์จไว 100W FlashCharge แบบมีสาย และ 40W FlashCharge แบบไร้สาย พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และ IP69 รับประกันอัปเดตความปลอดภัยสูงสุด 7 ปี และอัปเดตระบบปฏิบัติการนาน 5 ปี เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ปลอดภัยและยาวนาน

vivo X300 FE มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 5 แบตเตอรี่ BlueVolt ขนาด 6,500mAh รองรับการชาร์จไว 90W FlashCharge แบบมีสาย และ 40W FlashCharge แบบไร้สาย เสริมด้วยมาตรฐาน IP68 และ IP69 และโครงสร้างกันกระแทกรอบด้านที่ผ่านการรับรองระดับ 5 ดาวจาก SGS รวมถึงการทดสอบตามมาตรฐานทางทหารสหรัฐฯ (MIL-STD) เพื่อรองรับการใช้งานหนักในทุกวัน
ในด้านดีไซน์ vivo X300 Ultra โดดเด่นด้วยโมดูลกล้องสไตล์คลาสสิกที่ดูเรียบหรู พร้อมหน้าจอขนาด 6.82 นิ้ว มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเขียว Steppe Green และสีดำ Volcano Black ขณะที่ vivo X300 FE มาพร้อมโมดูลกล้องแบบไดนามิกที่จับถือได้สะดวก หน้าจอแบนขนาด 6.31 นิ้ว มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีม่วง Mist Purple สีขาว Glow White และสีดำ Luxe Black

vivo X300 Ultra และ vivo X300 FE เปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 22–27 พฤษภาคม 2569 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา ช่องทางออนไลน์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ vivo X300 Ultra วางจำหน่าย 2 รุ่นความจุ ได้แก่ 16GB + 512GB ราคา 54,999 บาท และ 16GB + 1TB ราคา 64,999 บาท ส่วน vivo X300 FE วางจำหน่ายในราคา 27,999 บาท (12GB + 256GB) และ 31,999 บาท (12GB + 512GB) พร้อมตัวเลือกชุด vivo X300 FE ที่มาพร้อมชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm ในราคา 33,999 บาท และ 37,999 บาท ตามลำดับ

สำหรับสายถ่ายระยะไกล vivo ZEISS Telephoto Extender Gen 2 Ultra ระยะซูม 400mm สำหรับ X300 Ultra มีราคา 8,499 บาท และยังมี vivo X300 Ultra Photographer Kit ครบชุดสำหรับสายโปร ประกอบด้วยตัวเครื่อง X300 Ultra สีดำ (16GB + 1TB), ชุดเลนส์เสริม Gen 2 ระยะซูม 200mm, ชุดเลนส์เสริม Gen 2 Ultra ระยะซูม 400mm, กริปจับสำหรับการถ่ายภาพ และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ในราคา 79,999 บาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้จองในช่วง 22–27 พฤษภาคม 2569 รับของสมนาคุณสูงสุดมูลค่า 30,997 บาท สำหรับ X300 Ultra และสูงสุด 21,998 บาท สำหรับ X300 FE สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ vivo.com/th และเฟซบุ๊ก vivo Thailand