News PR

ทรู คอร์ปอเรชั่น แจ้งความตำรวจไซเบอร์ เอาผิดกลุ่มบัญชีโซเชียลปั่นเฟคนิวส์-ใช้ AI บิดเบือนข้อมูล

ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าฟ้องดำเนินคดีกลุ่มบัญชีโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ใช้เทคโนโลยี AI สร้างเนื้อหาบิดเบือน หลังพบพฤติกรรมเป็นขบวนการทำลายความน่าเชื่อถือองค์กรอย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) หรือที่รู้จักในชื่อ “ตำรวจไซเบอร์” ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่รับผิดชอบคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เพื่อดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบัญชีโซเชียลมีเดียหลายรายที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการให้บริการของบริษัท นอกจากนี้ก่อนหน้านี้บริษัทยังได้แจ้งความต่อ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ไว้แล้วอีกด้วย

สำหรับบัญชีที่ถูกดำเนินคดีประกอบด้วยบัญชีบนแพลตฟอร์ม TikTok และ Facebook หลายราย โดย ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่าบัญชีเหล่านี้ได้เผยแพร่โพสต์และคลิปวิดีโอหลายชุดที่มีเนื้อหาบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการและการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชนในวงกว้าง

จากการตรวจสอบของบริษัทพบว่า กลุ่มบัญชีดังกล่าวมีพฤติกรรมเผยแพร่เนื้อหาในรูปแบบและประเด็นเดียวกันผ่านหลายบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่องเป็นระบบทุกวัน โดยมีทั้งการตัดต่อภาพ การใช้เทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) เพื่อสร้างเนื้อหาเท็จ การใส่ข้อความคำหยาบ รวมถึงการพากย์เสียงในลักษณะเสียดสี ตลอดจนการชี้ช่องให้มีการเข้ามาแสดงความคิดเห็นเชิงลบเพื่อสร้างความเกลียดชังต่อองค์กร พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้บริษัทเชื่อว่าเป็นการดำเนินการอย่างเป็นขบวนการ

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้รวบรวมพยานหลักฐานเชิงเทคนิคและข้อมูลจากการตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งในเบื้องต้นพบว่ามีทั้งบุคคลธรรมดาและบริษัทผลิตสื่อที่มีเครือข่ายหรือองค์กรอยู่เบื้องหลัง โดยจะนำส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ประกอบการสืบสวนขยายผล และติดตามผู้กระทำความผิดรวมถึงผู้เกี่ยวข้องให้ต้องรับโทษตามกฎหมายสูงสุด

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนหรือไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม โดยการนำเข้าข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะนั้นเป็นการกระทำที่บริษัทไม่อาจยอมรับได้

นายจักรกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (กฎหมายที่กำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำความผิดผ่านระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต) และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อปกป้องสิทธิขององค์กร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่อาจเป็นเท็จ

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
“ใหม่! สุดคุ้ม “ซัมซุง กาแลคซี่ เอ็ม 11” สมาร์ทโฟนแบตอึดทน จอใหญ่ พร้อมดีลพิเศษ 3,990 บาท
Netflix เปิดตัวซีรีส์ ดูนา ไอดอลสาวข้างบ้าน(Doona!) 20 ตุลาคมนี้ที่ Netflix เท่านั้น
ปฏิวัติไซเบอร์ซิเคียวริตี้ไทย! INFOSEC จับมือ Pentera นำ AI ทดสอบช่องโหว่แบบต่อเนื่อง ก้าวข้ามยุคป้องกันเชิงรับ

Leave Your Reply

*