วันนี้ Apple ประกาศเปิดตัว iPad Pro (2021) ที่ทรงพลังและล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นขยายขีดจำกัดของความเป็นไปได้บน iPad การนำชิป M1 ที่ออกแบบโดย Apple มาไว้บน iPad Pro

นั้นเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานแบบก้าวกระโดดและทำให้ iPad Pro เป็นอุปกรณ์ที่เร็วที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน โดย iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้วมาพร้อมจอภาพ Liquid Retina XDR ใหม่ที่มีช่วงไดนามิกที่กว้างถึงขีดสุด iPad Pro จึงถ่ายทอดประสบการณ์ด้านภาพได้อย่างสวยงามน่าทึ่งพร้อมด้วยรายละเอียดที่สมจริงยิ่งกว่าที่เคยสำหรับเวิร์กโฟลว์ระดับ HDR ที่มีรายละเอียดมากที่สุด

ขณะที่รุ่นเซลลูลาร์พร้อม 5G จะมอบการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกเมื่อคุณต้องไปไหนมาไหน และ iPad Pro ยังมาพร้อม Thunderbolt ที่ช่วยให้ผู้ใช้ระดับโปรเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมความเร็วสูงได้แล้ววันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น กล้องหน้าอัลตร้าไวด์แบบใหม่หมดยังมาพร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ที่จะช่วยทำให้คุณอยู่ตรงกลางเฟรมโดยอัตโนมัติ เพื่อประสบการณ์การใช้งานวิดีโอคอลที่ดึงดูดและน่าสนใจยิ่งขึ้น iPad Pro ใหม่จะเปิดให้สั่งซื้อตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 เมษายน เป็นต้นไปทาง apple.com/th และจะวางจำหน่ายช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม

M1 มาอยู่บน iPad Pro เรียบร้อยแล้ว

ชิป M1 สุดล้ำได้ยกระดับประสิทธิภาพระดับแถวหน้าของ iPad Pro ให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก ดีไซน์ CPU แบบ 8-core มาพร้อมคอร์ CPU ที่เร็วที่สุดในโลกในซิลิคอนที่ใช้พลังงานต่ำ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของ CPU เร็วกว่าชิป A12Z Bionic ถึง 50% ขณะที่ GPU แบบ 8-core อยู่ในระดับชั้นที่ไม่มีใครเทียบเท่า ด้วยประสิทธิภาพ GPU ที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 40% การผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพของ CPU และกราฟิกนี้ทำให้ iPad Pro ที่เป็นผู้นำด้านความเร็วในอุปกรณ์ประเภทเดียวกันอยู่แล้วทิ้งห่างคู่แข่งไปไกลกว่าเดิม เทคโนโลยีอันทรงพลังซึ่งปรับแต่งมาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Apple Neural Engine แบบ 16 คอร์ เจเนอเรชั่นถัดไป, โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพขั้นสูง (ISP), สถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบรวมที่มีแบนด์วิดธ์สูงพร้อมหน่วยความจำสูงสุด 16GB, พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เร็วขึ้น 2 เท่า ไปจนถึงความจุสูงสุด 2TB ทั้งหมดนี้ทำให้ iPad Pro มีความสามารถมากกว่าที่เคย การประหยัดพลังงานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมของชิป M1 ช่วยให้ iPad Pro ทำงานได้อย่างน่าทึ่งและมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานตลอดวันในดีไซน์ที่บางและเบา เนื่องจากชิป M1 ใช้สถาปัตยกรรมพื้นฐานแบบเดียวกับชิปตระกูล A iPadOS จึงได้รับการปรับแต่งมาสำหรับชิป M1 เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สามารถประโยชน์จากเทคโนโลยีอันทรงพลังในชิป M1 ได้อย่างเต็มที่และรับมือกับทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่การนำทางที่เรียบง่ายไปจนถึงเวิร์กโฟลว์การทำงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลมากที่สุด

จอภาพ Liquid Retina XDR ขนาด 12.9 นิ้วทำให้ iPad Pro มีช่วงไดนามิกที่สูงมาก

จอภาพ Liquid Retina XDR ใหม่นำประสิทธิภาพการแสดงผลอันน่าทึ่งของ Pro Display XDR มาไว้บน iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว จอภาพ Liquid Retina XDR ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมาพร้อมกับดีไซน์ mini-LED ใหม่สุดล้ำที่ใช้ LED กว่า 10,000 ดวงทั่วทั้งด้านหลังของจอภาพเพื่อให้มีความสว่างแบบเต็มหน้าจอสูงถึง 1,000 นิต, ความสว่างสูงสุด 1,600 นิต และอัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1 อันยอดเยี่ยมที่จะช่วยยกระดับเวิร์กโฟลว์การสร้างสรรค์ของคุณ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือประสบการณ์ด้านภาพอันน่าทึ่งซึ่งถ่ายทอดสิ่งที่คุณควรจะมองเห็นตรงหน้าจริงๆ ได้อย่างแม่นยำด้วยการแสดงไฮไลท์ที่สว่างที่สุดและรายละเอียดที่ครบถ้วนที่สุดแม้กระทั่งในรูปภาพที่มืดที่สุด วันนี้ มือโปรด้านครีเอทีฟรวมถึงช่างภาพ ช่างถ่ายวิดีโอ และผู้ผลิตภาพยนตร์สามารถดูและแก้ไขคอนเทนต์ระดับ HDR ที่สมจริงบนจอภาพขนาดใหญ่ซึ่งสามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ได้แล้ว จอภาพ Liquid Retina XDR ใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ที่สามารถพบได้ใน iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว ไม่ว่าจะเป็น ProMotion, การแสดงผลแบบ True Tone และการรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 โดยทั้งหมดนี้จะมอบประสบการณ์การรับชมระดับโรงภาพยนตร์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในแบบที่ไม่มีใครเทียบเท่าสำหรับคอนเทนต์ระดับ HDR และ Dolby Vision

รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย 5G

เมื่อมี 5G บน iPad Pro ผู้ใช้ก็สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นในระหว่างเดินทางด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นและความเร็วในการดาวน์โหลดและอัปโหลดที่เร็วขึ้นอีกระดับ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสตรีมวิดีโอคุณภาพสูง การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ หรือ FaceTime แบบความละเอียดสูง นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสร้างสรรค์ผลงานและทำงานแบบมีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดด้วยการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับฮอตสปอต Wi-Fi สาธารณะบ่อยๆ อีกต่อไป iPad Pro รองรับย่านความถี่ 5G มากที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน จึงสามารถใช้งาน 5G ได้ครอบคลุมทั่วโลกมากที่สุด โดยรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั้นรองรับความยาวคลื่นระดับมิลลิเมตร ซึ่งเป็น 5G ในความถี่ที่สูงกว่า ทำให้ iPad Pro สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 4Gbps iPad Pro ยังรองรับ eSIM ได้ด้วย จึงทำให้ค้นหาเครือข่ายได้ง่ายและสามารถสมัครใช้บริการ 5G ได้ทันที

Thunderbolts มาอยู่บน iPad Pro แล้ว

การรองรับ Thunderbolt และ USB 4 ทำให้พอร์ต USB-C บน iPad Pro เป็นพอร์ตที่เร็วและอเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPad โดยมีแบนด์วิดท์สำหรับการเชื่อมต่อแบบมีสายมากกว่า iPad Pro รุ่นก่อนถึง 4 เท่า พร้อมความเร็วสูงสุด 40Gbps Thunderbolt รองรับ Ethernet 10Gbps และเป็นการเปิดประตูสู่ระบบนิเวศขนาดใหญ่ของอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพสูงอย่างตัวจัดเก็บข้อมูลภายนอกที่เร็วขึ้นหรือจอภาพภายนอกที่มีความละเอียดสูงขึ้นซึ่งรวมถึง Pro Display XDR แบบเต็มความละเอียด 6K และทั้งหมดนี้เชื่อมต่อได้โดยใช้สายและแท่นวางประสิทธิภาพสูง ด้วยการรองรับอุปกรณ์ต่อพ่วงที่มากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ iPad Pro จึงรับมือกับเวิร์กโฟลว์งานสร้างสรรค์ได้ราบรื่นกว่าที่เคยแล้ว

5G และ Wi‑Fi ทีมนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วการเชื่อมต่อที่เร็วสุดแรง

iPad เป็นอุปกรณ์พกพาที่ไม่เหมือนใครมาโดยตลอดกับตัวเลือก Wi‑Fi และเซลลูลาร์ที่เร็วสุดขั้วซึ่งตอนนี้ได้เพิ่มความสามารถด้าน 5G เข้ามาด้วย คุณจึงเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายที่เร็วที่สุดได้ในเวลาที่คุณต้องการดาวน์โหลดไฟล์ สตรีมภาพยนตร์ ทำงานกับเพื่อนร่วมงาน หรืออัปโหลดคอนเทนต์ขณะเดินทาง อีกอย่างคือ iPad Pro รองรับย่านความถี่ 5G มากที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน ดังนั้นจึงรับ 5G ได้ในหลายที่มากขึ้นด้วย

กล้องแล้วคุณจะอยากเปิดกล้องวิดีโอตลอดเวลากล้องอัลตร้าไวด์พร้อมคุณสมบัติ”จัดให้อยู่ตรงกลาง”

iPad Pro มาพร้อมกล้องอัลตร้าไวด์ใหม่พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ความละเอียด 12MP และมุมมองภาพที่กว้างถึง 122 องศา ซึ่งลงตัวมากสำหรับ FaceTime และคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ที่มาใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังเหมาะกับการถ่ายเซลฟี่ในโหมดภาพถ่ายบุคคลสุดอลังการ นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับกล้อง TrueDepth เพื่อปลดล็อค iPad Pro ด้วย Face ID ได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

iPad Pro มาพร้อมกล้องหลักระดับโปร

กล้องไวด์และกล้องอัลตร้าไวด์ช่วยให้คุณถ่ายภาพหรือวิดีโอได้อย่างสวยงามลงตัว หรือจะเซ็ตถ่ายภาพยนตร์ที่ดูเหมือนใช้การริกกล้องหลายๆ ตัวก็ยังได้ และด้วย ISP ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นในชิป M1 ก็ทำให้ตอนนี้ iPad Pro มาพร้อม HDR อัจฉริยะ 3 ด้วย

LiDAR สแกนเนอร์ LiDAR จะวัดระยะเวลาที่แสงใช้ในการสะท้อนกลับมาจากวัตถุ จึงสามารถสร้างแผนผังแนวลึกของพื้นที่ที่คุณอยู่ได้ไม่ว่าจะที่ไหน และปลดล็อคประสบการณ์ AR ที่เต็มอิ่มสมจริง นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับ ISP อันทรงพลังเพื่อให้การโฟกัสภาพและวิดีโอในสภาวะแสงน้อยมีความแม่นยำยิ่งขึ้นและลดระยะเวลาในการบันทึกภาพ

คุณสมบัติใหม่เพิ่มเติมบน iPad Pro
  • ISP และ Neural Engine ในชิป M1 ช่วยปลดล็อคความสามารถใหม่ๆ ให้กับระบบกล้องระดับโปรซึ่งมาพร้อมการรองรับ HDR อัจฉริยะ 3 บน iPad Pro เป็นครั้งแรก และในสภาวะแสงน้อย ISP และสแกนเนอร์ LiDAR Scanner จะโฟกัสภาพและวิดีโอได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อเก็บรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่งโดยแทบไม่ต้องใช้แสง
  • Magic Keyboard ที่มาพร้อมประสบการณ์การพิมพ์แบบสบายๆ ด้วยปุ่มแบบแบ็คไลท์ แทร็คแพดในตัว และดีไซน์แบบยกลอย วันนี้มาในสีขาวใหม่ที่สวยงาม
  • iPadOS 14.5 ซึ่งจะเปิดให้ลูกค้า iPad ได้ใช้งานในสัปดาห์หน้ามาพร้อมคุณสมบัติเพิ่มเติม รวมถึงการรองรับภาษาใหม่ๆ สำหรับคุณสมบัติ “การขีดเขียนข้อความ” และ “การเลือกอัจฉริยะ” บน Apple Pencil, อิโมจิใหม่ การรองรับตัวควบคุมเกมรุ่นล่าสุด และความสามารถในการแชร์เนื้อเพลงและดูเพลงยอดนิยมของเมืองต่างๆ ทั่วโลกด้วย Apple Music
ราคาและการวางจำหน่าย

iPad Pro ใหม่จะเปิดให้สั่งซื้อโดยเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 เมษายน เป็นต้นไปทางapple.com/th และจะวางจำหน่ายในแอป Apple Store ใน 31 ประเทศและภูมิภาครวมถึงสหรัฐอเมริกา iPad Pro จะวางจำหน่ายใน Apple Store ช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม

iPad Pro รุ่น 11 นิ้วและ 12.9 นิ้วใหม่จะวางจำหน่ายในสีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ iPad Pro มีวางจำหน่ายในรุ่นความจุ 128GB, 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ซึ่งช่วยให้ลูกค้าระดับโปรมีพื้นที่มากขึ้นสำหรับแอปและคอนเทนต์

iPad Pro รุ่น 11 นิ้วมีราคาเริ่มต้นที่ 27,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 32,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular และ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้วมีราคาเริ่มต้นที่ 37,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 42,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ apple.com/th

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
หลุดภาพเรนเดอร์ “iPhone XI” จัดเต็มกล้องหลัง 3 ตัวพร้อมเทคโนโลยี 3D ToF
เสียวหมี่หวนคืนบัลลังก์กลับเข้าสู่ท็อป 50 สุดยอดบริษัทนวัตกรรมระดับโลก
Google Maps เปิดตัวฟีเจอร์ Incognito Mode ให้ได้ใช้ใน Apps บนมือถือแล้ว

Leave Your Reply

*