พร้อมเดินหน้าส่งผลิตภัณฑ์ Accessory จาก 2 แบรนด์ดัง “Uniq” และ “Energea” ลุยตลาดเสริมทัพ หวังดันรายได้สิ้นปีโตต่อเนื่อง

อาร์ทีบีฯ โชว์ผลการดำเนินงานปี 2561 สุดยอดเยี่ยม โตสวนกระแสเศรษฐกิจซบ ทำรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดดติดต่อกัน 2 ปีซ้อน โดยในปี 2561 เติบโต 34% กวาดรายได้จาก 344 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 468 ล้านบาท

พร้อมเดินหน้าลุยตลาดต่อเนื่องและขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ ด้วยการเปิดฉากส่งสุดยอดผลิตภัณฑ์ Accessory รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง “Uniq” และ “Energea” ทั้งเคสโทรศัพท์มือถือ สายชาร์จ แบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์จ่ายไฟ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย และสมรรถนะที่ทรงพลังจากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ตอบโจทย์คอ Accessories ที่ต้องการคุณภาพสุดยอดและชื่นชอบสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น 

พร้อมเร่งสร้างการรับรู้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างยิ่งขึ้นผ่านการตลาดเชิงรุกทุกช่องทาง คาดดันรายได้รวมปี 2562 โตอย่างน้อย 15% ภายใต้ภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จในปี 2561 ว่า “ในปี 2561 สภาพเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัว แต่ในส่วนของอาร์ทีบีฯ ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าภาคภูมิใจ บริษัทฯ สามารถนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ระดับโลกที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาขยายตลาดในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภค 

ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องกันในช่วงสองปีที่ผ่านมา (2560-2561) โดยในปี 2561 สามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 344 ล้านบาท ส่วนในปี 2559 มีรายได้อยู่ที่ 244 ล้านบาท 

ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Power Solution, หูฟัง True Wireless และการกลับมาทำตลาด Beats รวมถึงการทำตลาดหูฟังและอุปกรณ์ Video Conferencing ในกลุ่ม B2B และ การขยายตลาดในฝั่ง Online 

นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเคสและกระเป๋าภายใต้แบรนด์ยูนีค (Uniq) ที่บริษัทฯ นำเข้ามาทำตลาดนานกว่า 10 ปี และสายชาร์จเอ็นเนอร์เจีย (Energea) ที่ทำตลาดกว่า 3 ปี ได้รับความนิยมต่อเนื่องและมียอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากเป็นสินค้า Accessories ที่มีทั้งนวัตกรรมและดีไซน์โดดเด่น ซึ่งในปีนี้คาดว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบรนด์จะสามารถทำยอดขายได้เติบโตต่อเนื่อง”

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้นั้น บริษัทฯ  เน้นการขยายธุรกิจ จากแบรนด์สินค้าเดิมที่มีความสำเร็จในปีที่ผ่านมา โดยจะขยายความแข็งแกร่งและการจดจำในแบรนด์ให้ผู้บริโภคมากขึ้น และไปในวงที่กว้างขึ้น  ด้วยการสื่อสารการตลาดเชิงรุกแบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงคุณภาพสินค้าของแบรนด์พรีเมี่ยมที่เหนือกว่าสินค้าทั่วไป 

โดยล่าสุดได้ส่งสุดยอดนวัตกรรมใหม่จากแบรนด์ยูนีค (Uniq) 3 คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ THE LITHOS COLLECTIVE, FLEX AND HALO และ ELEMENT MADE REAL  พร้อมทั้งสายชาร์จสมาร์ทโฟนและแบตเตอรี่สำรองจากแบรนด์เอ็นเนอร์เจีย (Energea) เข้ามาทำตลาด

คุณวิมลมาลย์  วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า   ยูนีค (Uniq) และเอ็นเนอร์เจีย (Energea) เป็นแบรนด์ Accessories ชั้นนำที่มีจุดแข็งทั้งในด้านนวัตกรรมล้ำสมัยและการออกแบบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เน้นคุณภาพ เทคโนโลยี และความทนทน จนกลายเป็นจุดขายของแบรนด์ที่ครองใจคนรุ่นใหม่มาจนถึงปัจจุบัน โดยการรุกตลาดในปีนี้ ยูนีค (Uniq) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เคสพร้อมกัน 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ THE LITHOS COLLECTIVE, FLEX AND HALO และ ELEMENT MADE REAL โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นใหม่นี้มาพร้อมการดีไซน์ที่สวยงาม ผสานกับนวัตกรรมล้ำสมัย ที่ให้ประสิทธิภาพในการปกป้องโทรศัพท์มือถือจากการตกหล่น และกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อการใช้งานอย่างมีสไตล์

สำหรับ THE LITHOS COLLECTIVE เป็นคอลเล็คชั่นที่รังสรรค์มาจากการออกแบบพื้นผิวที่สวยงามน่าสัมผัสเพื่อมอบความหรูหราสำหรับการจัดวางในพื้นที่ทำงานของคุณอย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ โดยคอลเลคชั่น THE LITHOS COLLECTIVE จะประกอบไปด้วยเคสโทรศัพท์มือถือ, อแดปเตอร์, พาวเวอร์ ซัพพลาย และแผ่นชาร์จไร้สาย

ขณะที่ FLEX AND HALO เป็นสายชาร์จสำหรับ iPhone ที่มาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่าย แต่ดูดีมีสไตล์ สามารถเก็บสายได้สะดวกไม่พันกัน พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

ส่วน ELEMENT MADE REAL เป็นเคสที่มาพร้อมการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับเคสใดๆ โดยได้รับแรงบันดาลในการออกแบบมาจากความงามที่พบเห็นในโลกธรรมชาติ ผสานกับความแข็งแกร่งของเทือกเขาร็อกกี้มารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่หรูหรา ล้ำสมัย แต่ทนทานและให้ประสิทธิภาพในการปกป้องโทรศัพท์มือถือจากการตกหล่น และกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม

ขณะที่ เอ็นเนอร์เจีย (Energea) เป็นแบรนด์ Accessories จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตผู้บริโภคสะดวกสบายขึ้น ซึ่งมีทั้งที่ชาร์จไร้สาย พาวเวอร์แบงค์คุณภาพสูง และสายชาร์จที่ชาร์จเร็วและความทนทานสูง ซึ่งในวันนี้ Enegea ยังก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการส่งผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทั้ง สายชาร์จ  Power Banks และสมาร์ทอแด็พเตอร์ ซึ่งโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Fast Charge และ แอมป์สมาร์ทที่จะช่วยให้คุณสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม

สำหรับ Cable เป็นสายชาร์จสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมการออกแบบที่แข็งแรงทนทานด้วยวัสดุคุณภาพชั้นเยี่ยม  รับประกันสูงสุดถึง 10 ปี ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชั้นยอดมากมาย เช่น Lightning, USB-A, USB-C, Micro USB, Fast Charge, Super Fast Charge และ Power Delivery และมีให้เลือกหลากหลายรุ่นเพื่อให้รองรับทุกการใช้งานได้กับเคสที่หลากหลาย

ส่วน Power Banks and Power Adapters เป็นแบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์จ่ายไฟสำหรับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้ในรถยนต์ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย ทำให้สะดวกการพกพาไปในสถานที่ต่างๆ ได้แบบสบายๆ ทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Super Fast Charge และ Power Delivery Power Bank ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับทุกอุปกรณ์

“แนวโน้มของตลาดอุปกรณ์เสริมและไลฟ์สไตล์ แก็ดเจ็ท ในปี 2562 คาดการณ์ว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่องแต่การเติบโตไม่มากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว และความซับซ้อนทางด้านการเมือง แต่จากการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มีดีไซน์ทันสมัยและนวัตกรรมสุดล้ำเข้ามาตอบโจทย์ตลาดอย่างต่อเนื่อง

 ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และหนุนให้รายได้รวมในปี 2562 ของบริษัทฯ เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% โดยแบ่งเป็นการเติบโตจาก Power Solution ตลาด Gaming รวมถึงการทำ Video Conference และหูฟังกลุ่ม True Wireless ตลอดจนการเจาะตลาดระดับกลางถึงบนที่ชื่นชอบดีไซน์ คุณภาพ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีการเติบโต” ดร.บรรพต กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
100 วันแรกของ ‘ริชาร์ด เทง’ กับบทบาทใหม่ในฐานะซีอีโอของ Binance
ชวนดูบทบาท 5 อาชีพจากตัวละครในซีรีส์เกาหลีที่โดดเด่นจนต้องบอกต่อ
ปรับราคา “OnePlus 8 Series” ใหม่ ถูกใจกว่าเดิมเริ่มต้นเพียง 25,990 บาท เริ่ม 1 ตุลาคมนี้

Leave Your Reply

*