How To

เทียบ Apple Watch Series 12 vs Series 11 ครบ 25 จุด

Apple Watch Series 12 เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมการอัปเกรดครั้งสำคัญกว่า 25 จุดเหนือรุ่น Series 11 ด้วยราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์เท่าเดิม สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ก่อนวางจำหน่ายทางการ 18 กันยายนนี้

ปีที่แล้ว Apple Watch Series 11 ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการอัปเกรดที่เล็กน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสาย Apple Watch โดยมีการเปลี่ยนแปลงเพียง 4 จุดเหนือ Series 10 แต่ปีนี้ Apple Watch Series 12 พลิกสถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงดีไซน์เดิมเป็นปีที่สามติดต่อกันก็ตาม

การอัปเกรดที่โดดเด่นที่สุดคือระบบ Health Sensing System รุ่นที่สองซึ่ง Apple ออกแบบใหม่ทั้งหมด ด้วยพื้นที่อิเล็กโทรดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้สัมผัสผิวหนังได้ดีขึ้นขณะตรวจ ECG ร่วมกับ Photodiode แบบวงแหวนเพื่อการดักจับแสงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และ LED สีเขียวที่ทรงพลังและประหยัดพลังงานกว่าเดิม ผลลัพธ์คือการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ทุก 5 วินาทีตลอดทั้งวัน หรือถี่กว่าเดิมถึง 60 เท่า และสามารถวัดค่า HRV (Heart Rate Variability หรือความผันแปรของอัตราการเต้นหัวใจ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพและการฟื้นตัว) ได้บ่อยขึ้นถึง 24 เท่า Apple อ้างว่า Series 12 มีความแม่นยำในการวัดอัตราการเต้นหัวใจมากที่สุดในบรรดา Wearable ทุกยี่ห้อ

ข้อมูลที่ความถี่สูงนี้ขับเคลื่อนฟีเจอร์สุขภาพใหม่ที่เป็น Exclusive เฉพาะ Series 12 โดยแอป Readiness จะวิเคราะห์กิจกรรมล่าสุด ปริมาณการฝึก ค่าสัญญาณชีพ และคะแนนการนอนหลับ เพื่อสรุปออกมาเป็นคะแนนรายวัน 1–10 พร้อมคำแนะนำตั้งแต่ “พักผ่อน” ไปจนถึง “ลุยเต็มที่” นอกจากนี้ยังมี Recovery HRV แยกต่างหาก มุมมองกลางวันใน Vitals App และ Complications บนหน้าปัดนาฬิกาสำหรับอัตราการเต้นหัวใจและจำนวนก้าวแบบ Real-time อีกด้วย

ด้านชิปประมวลผล Apple เปลี่ยนจาก S10 มาเป็น ชิป S11 ใหม่ พร้อม RAM ที่เพิ่มเป็น 4GB (จาก 2GB) ซึ่งเป็นการอัปเกรดชิปครั้งแรกในรอบสองปี ชิป S11 ยังรองรับ Audio Intelligence ชุดฟีเจอร์ด้านเสียงที่ Exclusive เฉพาะ Series 12 และ Ultra 4 ได้แก่ Live Rewind (แสดงบทบันทึกการสนทนา 15 วินาทีย้อนหลังด้วยการกดปุ่ม Digital Crown สองครั้ง), Siri Recap (สรุปบทสนทนา), Sound Recognition (แจ้งเตือนผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยินเมื่อมีเสียงสัญญาณฉุกเฉินหรือกริ่งประตู) และ Shazam (ระบุเพลงที่เล่นอยู่โดยอัตโนมัติ) โดย Apple ยืนยันว่าเสียงทั้งหมดประมวลผลใน Secure Exclave ที่แยกออกจากระบบบนชิป S11 และไม่มีการบันทึกเสียงใดๆ

ด้านวัสดุและสีสัน Series 12 นำ Ceramic Shield 2 มาใช้กับรุ่นอะลูมิเนียม ซึ่งแข็งแกร่งกว่ากระจก Ion-X ของ Series 11 ถึง 60% และยังเพิ่มตัวเลือกเคสวัสดุใหม่ด้วย เคสเซรามิก (Ceramic Case) นับเป็น Apple Watch รุ่นแรกที่ใช้เคสเซรามิกนับตั้งแต่ Series 5 Edition ในปี 2019 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Pearl White และ Night Blue สำหรับสีของอะลูมิเนียมมีการเปลี่ยนแปลง โดยแทนที่ Jet Black, Rose Gold, Silver และ Space Gray ด้วย Dark Bronze, Light Gold, Black และ Space Gray ส่วนไทเทเนียมมีสี Radiant Gold และ Natural

โครงสร้างมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยทั้งรุ่น 42mm และ 46mm กว้างขึ้น 1mm และหนักขึ้นราว 2 กรัม ส่วนพื้นที่จอแสดงผลลดลงเล็กน้อยประมาณ 2% แม้ความละเอียดภาพจะเท่าเดิม ซึ่งหมายความว่าขอบจอ (Bezel) อาจดูหนาขึ้นเล็กน้อย

ด้านแบตเตอรี่สำหรับการใช้งานประจำวันยังคงเท่าเดิมที่สูงสุด 24 ชั่วโมง หรือ 38 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน แต่ Series 12 เพิ่มความทนทานระหว่างออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นสูงสุด 10 ชั่วโมง (มากกว่า Series 11 ราว 25%) และการชาร์จ 15 นาทีให้พลังงานสำหรับใช้งานได้นาน 12 ชั่วโมง (จากเดิม 8 ชั่วโมง) ขณะที่การชาร์จ 5 นาทีสำหรับการติดตามการนอนหลับก็เพิ่มขึ้นจาก 8 ชั่วโมงเป็น 10 ชั่วโมง

สำหรับคำถามที่ว่าควรอัปเกรดหรือไม่ สำหรับผู้ซื้อใหม่ Series 12 คือตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุด ด้วยราคาเริ่มต้น 399 ดอลลาร์ในราคาเดิม แต่ได้ระบบ Health Sensing ที่ล้ำขึ้น RAM เพิ่มเป็นสองเท่า และฟีเจอร์ Exclusive มากมาย สำหรับผู้ใช้ Series 11 ที่ต้องการเน้นการติดตามสุขภาพและการฝึกซ้อม อย่างเช่น Continuous Heart Rate, Recovery HRV และ Readiness อาจคุ้มค่ากับการอัปเกรด รวมถึงผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยินที่ต้องการ Sound Recognition และผู้ที่ชื่นชอบตัวเลือกเคสเซรามิกใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ Series 11 ที่ไม่รีบสามารถรอรุ่น “Series 13” ซึ่งมีข่าวลือว่าจะมาพร้อมการออกแบบใหม่ครั้งใหญ่รวมถึงระบบสายนาฬิกาแบบใหม่

อ้างอิง | Macrumors.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
วิธีทำความสะอาด “เงินสด” เพื่อสุขภาวะที่ดี ห่างไกลเชื้อโรค
Work from Home ต้านโควิด อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยี ความรับผิดชอบ และการมีวินัย
ทริปง่ายๆ ในการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีและเตรียมเกษียณได้ง่ายๆ สไตล์ฟรีแลนซ์และคนประกอบอาชีพอิสระ

Leave Your Reply

*