How To

สรุปความแตกต่าง iPhone 18 Pro กับ iPhone 17 Pro กว่า 35 จุด ทั้งสเปก กล้อง แบตเตอรี่ และราคา พร้อมคำแนะนำว่าควรซื้อรุ่นไหน

Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ด้วยชิป A20 Pro กล้องรูรับแสงปรับได้ และ Dynamic Island ขนาดเล็กลง ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสมาร์ตโฟนระดับโปร

ปีที่แล้ว iPhone 17 Pro สร้างความฮือฮาด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างตัวเครื่องจากไทเทเนียมมาเป็นอลูมิเนียม Unibody พร้อม Ceramic Shield 2 นับเป็นการออกแบบใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี แต่สำหรับ iPhone 18 Pro ปีนี้ Apple เลือกเดินเกมด้านประสิทธิภาพภายในแทน ทั้งชิป กล้อง และแบตเตอรี่ โดยเฉพาะ iPhone 18 Pro Max ที่ทำลายสถิติอายุแบตเตอรี่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone

iPhone 18 Pro เริ่มต้นที่ราคา 1,199 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับความจุ 256GB เพิ่มขึ้นจาก iPhone 17 Pro ที่เริ่มต้น 1,099 ดอลลาร์ฯ

หัวใจสำคัญของ iPhone 18 Pro คือชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2nm จาก TSMC (N2 process) ซึ่งถือเป็นชิปสมาร์ตโฟน 2nm รุ่นแรกของ Apple เปลี่ยนจาก N3P (3nm) ใน A19 Pro ของ iPhone 17 Pro ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ GPU 7 คอร์ที่เร็วกว่า A19 Pro ถึง 40% พร้อม Dual 16-core Neural Engine รวม 32 คอร์ รองรับงาน AI บนอุปกรณ์ได้หนักขึ้นกว่าเดิมมาก นอกจากนี้ Apple ยังเปลี่ยนโมเด็มจาก Qualcomm X80 มาเป็นโมเด็ม Apple C2 ของตัวเองเป็นครั้งแรก

ระบบระบายความร้อนก็ได้รับการยกเครื่องครั้งใหญ่ด้วย Vapor Chamber รุ่นใหม่ที่มีพื้นที่ผิวมากกว่าเดิม 3 เท่า ทำให้ประสิทธิภาพต่อเนื่องสูงขึ้นถึง 40% เหมาะสำหรับนักเล่นเกมและงาน AI ระยะยาว

ด้านกล้องถือเป็นจุดเด่นที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้ กล้องหลัก Fusion Main 48 ล้านพิกเซลของ iPhone 18 Pro เปลี่ยนจากรูรับแสงคงที่ ƒ/1.78 บน iPhone 17 Pro มาเป็นระบบ Variable Aperture 4 ระดับ ได้แก่ ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0 ขับเคลื่อนด้วยใบมีด 6 ชิ้นที่ตัดด้วยเลเซอร์ ให้การควบคุม Depth of Field แบบ Optical ที่ iPhone ไม่เคยมีมาก่อน และยังดีขึ้นในด้านภาพถ่ายในที่แสงน้อยถึง 50% อีกด้วย

ไม่เพียงแค่นั้น iPhone 18 Pro ยังเพิ่ม Pro Controls ในแอปกล้อง ให้ปรับรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และ White Balance ได้ด้วยตัวเอง พร้อม Photographic Styles 3 ที่เพิ่มการปรับ Texture และ Grain นอกเหนือจาก Tone และ Color และ Apple Reference Image ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยยืนยันความถูกต้องของภาพถ่ายผ่านการเซ็นข้อมูลเซ็นเซอร์ โหมด Cinematic ก็อัปเกรดจาก 4K Dolby Vision 30fps เป็น 60fps

แบตเตอรี่เป็นอีกหนึ่งการกระโดดครั้งใหญ่ iPhone 18 Pro ดูวิดีโอได้นานถึง 36 ชั่วโมง จาก 33 ชั่วโมงใน iPhone 17 Pro ส่วน iPhone 18 Pro Max ทำได้ 45 ชั่วโมง จาก 39 ชั่วโมง ถือเป็นการพัฒนาแบตเตอรี่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone การชาร์จก็เร็วขึ้น ชาร์จเต็ม 50% ในราว 15 นาทีด้วยอะแดปเตอร์ 60W ลดลงจาก 20 นาทีในปีก่อน

Dynamic Island ของ iPhone 18 Pro ยังเล็กลงและรองรับ Live Activities ได้พร้อมกัน 3 รายการ จากเดิม 2 รายการ ให้ผู้ใช้ติดตามเที่ยวบิน แผนที่ และตัวจับเวลาได้พร้อมกันโดยไม่ต้องสลับแอป น้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 211 กรัม จาก 206 กรัม และมีสีใหม่ ได้แก่ Silver, Black, Glacier และ Burgundy

สำหรับผู้ที่ใช้ iPhone 17 Pro หรือ iPhone 17 Pro Max อยู่แล้ว ยังไม่มีเหตุผลทั่วไปที่ต้องรีบอัปเกรด เว้นแต่คุณต้องการระบบกล้อง Variable Aperture และ Pro Controls สำหรับถ่ายภาพโดยเฉพาะ หรือต้องการประสิทธิภาพต่อเนื่องสูงสำหรับเกมและงาน AI บนอุปกรณ์ แต่สำหรับผู้ที่ซื้อใหม่จาก iPhone 16 Pro หรือรุ่นเก่ากว่า iPhone 18 Pro คือตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

เปิด Pre-order วันเสาร์ที่ 12 กันยายน และวางจำหน่ายจริงวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569

อ้างอิง | Macrumors.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
“แอพแอนตี้ไวรัส” ที่ดีที่สุดสำหรับ iPhone และ iPad ในปี 2022
ทำความรู้จักฟีเจอร์บน Google Maps ที่ช่วยวางแผนการเดินทาง…ซึ่งคุณไม่เคยรู้ว่าทำได้!
ประชุมออนไลน์แบบไหน? ให้ปลอดภัย ความท้าทายใหม่ยุคโควิด-19

Leave Your Reply

*