News

เสียวหมี่บุก IFA ครั้งแรกกับบูธยักษ์ 3,300 ตร.ม. โชว์ระบบ Human × Car × Home ครบวงจร

3 กันยายน 2569เสียวหมี่ ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการผลิตอัจฉริยะ เปิดตัวสู่เวที IFA 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน เป็นครั้งแรก พร้อมบูธจัดแสดงในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทบนพื้นที่กว่า 3,300 ตารางเมตร โดยนำเสนอวิสัยทัศน์ระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เป็นครั้งแรกต่อสายตาผู้ชมทั่วโลก

ภายในงานจัดแสดง เสียวหมี่รวบรวมผลิตภัณฑ์มากกว่า 380 รายการ พร้อมด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตและการสาธิตการใช้งานจริง เพื่อนำเสนอภาพรวมของระบบนิเวศอัจฉริยะที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ทั้งด้านส่วนบุคคล บ้าน และการเดินทาง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่า AI (ปัญญาประดิษฐ์) สามารถประสานการทำงานระหว่างอุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้อย่างไร

มร. ซู เฟย (Xu Fei) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของเสียวหมี่ กล่าวว่า “งาน IFA ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางการเติบโตของเสียวหมี่ในระดับโลก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้ขยายธุรกิจจากสมาร์ทโฟนไปสู่สมาร์ทโฮมและรถยนต์อัจฉริยะ พร้อมทั้งลงทุนอย่างจริงจังในเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น AI ระบบปฏิบัติการ ชิป และการผลิตอัจฉริยะ” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ยุโรปถือเป็นตลาดสำคัญในกลยุทธ์ระดับโลกของเสียวหมี่ และด้วยการที่ Xiaomi Auto คาดว่าจะเข้าสู่ตลาดยุโรปในปี 2027 องค์ประกอบหลักทั้งสามส่วนของระบบนิเวศของเราจะเริ่มผสานการทำงานเข้าด้วยกันในภูมิภาคนี้อย่างสมบูรณ์”

เสียวหมี่บุก IFA

นิทรรศการของเสียวหมี่ในงาน IFA แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ AI Tomorrow, AI Today และกลุ่มผลิตภัณฑ์ Human × Car × Home ทั้งสามโซนพาผู้เข้าชมสัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่แนวคิดแห่งอนาคต เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้งานได้ในปัจจุบัน ไปจนถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในภาพรวม

โซน AI Tomorrow นำเสนออนาคตของการเดินทางอัจฉริยะผ่าน Xiaomi Vision Gran Turismo รถยนต์ไฟฟ้าไฮเปอร์คาร์ต้นแบบที่สร้างขึ้นสำหรับแฟรนไชส์เกมระดับตำนาน Gran Turismo โดยเน้นให้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่เกิดจากการผสานกันระหว่างการออกแบบยานยนต์ เทคโนโลยีสมรรถนะ และประสบการณ์ดิจิทัล

โซน AI Today นำความสามารถมาสู่การใช้งานจริง โดยมี Xiaomi SU7 Max และพื้นที่จำลองบ้านครบครัน ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องทำงาน เพื่อสาธิตให้เห็นว่า AI สามารถประสานการทำงานระหว่างอุปกรณ์ส่วนบุคคล รถยนต์ และสมาร์ทโฮมต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง

กลุ่มผลิตภัณฑ์ “Human × Car × Home” รวบรวมผลิตภัณฑ์มากกว่า 380 รายการ ครอบคลุม 7 กลุ่ม ได้แก่ การทำอาหารและการจัดเก็บอาหาร การทำความสะอาดบ้าน การจัดการอากาศภายในบ้าน ความบันเทิงด้านภาพและเสียง ความปลอดภัย อุปกรณ์ส่วนบุคคล และการเดินทางอัจฉริยะ การจัดแสดงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและครอบคลุมของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์เสียวหมี่ พร้อมแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกันและแนวทางการออกแบบที่เป็นหนึ่งเดียวสามารถสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงสอดประสานระหว่างอุปกรณ์หลากหลายประเภทได้อย่างไร

เสียวหมี่บุก IFA

ระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ของเสียวหมี่คือระบบที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงอุปกรณ์ส่วนบุคคล รถยนต์อัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์บ้านอัจฉริยะเข้าด้วยกัน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเชื่อมต่ออุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังใช้ AI และ Xiaomi HyperOS (ระบบปฏิบัติการของเสียวหมี่) เพื่อให้อุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น มอบประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติ ไร้รอยต่อ และชาญฉลาดยิ่งขึ้น

หลังจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี ระบบนิเวศอัจฉริยะนี้ได้วางรากฐานที่แข็งแกร่ง ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่ทั่วโลกติด 3 อันดับแรกอย่างต่อเนื่องถึง 24 ไตรมาส ยอดจัดส่งแท็บเล็ตอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก และยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่อยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก ด้านยานยนต์ Xiaomi Auto สามารถส่งมอบรถยนต์ได้มากกว่า 700,000 คันในจีนแผ่นดินใหญ่ ภายในเวลาเพียง 2 ปีนับตั้งแต่เข้าสู่ตลาด ขณะที่ Xiaomi YU7 มียอดสั่งจองแบบล็อกสิทธิ์มากกว่า 240,000 คันภายในวันแรกที่เปิดตัว นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม consumer AIoT (การผสานปัญญาประดิษฐ์กับอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง) ของเสียวหมี่มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่มากกว่า 1.1 พันล้านเครื่อง และให้บริการผู้ใช้งานมากกว่า 175 ล้านรายทั่วโลก

ในขณะที่ AI ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เสียวหมี่เชื่อว่าก้าวต่อไปของ AI ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการตอบคำถามบนหน้าจอ แต่ควรสามารถเข้าใจบริบทของโลกความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น และภายใต้การอนุญาตของผู้ใช้ AI ควรประสานการทำงานระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ภารกิจในชีวิตจริงสำเร็จลุล่วงได้ ระบบนิเวศ “Human × Car × Home” จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

ภายในงาน IFA เสียวหมี่สาธิตให้เห็นว่าเมื่อผู้ใช้กำลังขับรถกลับบ้าน ระบบสามารถนำข้อมูลตามบริบท เช่น เวลา ตำแหน่ง และสภาพอากาศ มาปรับแสงไฟและเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าก่อนที่ผู้ใช้จะเดินทางถึงบ้าน หรือเพียงออกคำสั่งง่าย ๆ อย่าง “ปริ้นท์รูปที่ฉันเพิ่งถ่าย” ก็สามารถให้อุปกรณ์หลายประเภทดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ได้โดยอัตโนมัติ ประสบการณ์เหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของเสียวหมี่ที่มุ่งก้าวข้ามการควบคุมอุปกรณ์แต่ละชิ้น ไปสู่ AI ที่เข้าใจเจตนาของผู้ใช้และมอบความช่วยเหลือในเชิงรุก โดยผู้ใช้ยังคงเป็นผู้ควบคุมอยู่เสมอ

เบื้องหลังประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมต่อเหล่านี้ คือรากฐานทางเทคโนโลยีที่เสียวหมี่ลงทุนพัฒนามาอย่างยาวนาน ทั้งด้าน AI ระบบปฏิบัติการ ชิป และการผลิตอัจฉริยะ เมื่อทำงานร่วมกับ Xiaomi HyperOS ความสามารถเหล่านี้ช่วยให้เกิดการผสานรวมระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ลึกยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่สมาร์ทโฟน รถยนต์ อุปกรณ์สมาร์ทโฮม ไปจนถึงอุปกรณ์รูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ด้าน AI เสียวหมี่พัฒนาขีดความสามารถของโมเดล AI ขนาดใหญ่ภายในบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยความก้าวหน้าล่าสุดอย่าง MiMo-V2.5-Pro, Xiaomi Miloco และ Xiaomi Miclaw กำลังเสริมศักยภาพ AI ในด้านการทำความเข้าใจ การให้เหตุผล และการลงมือปฏิบัติให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะช่วยให้เสียวหมี่นำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์และขยายการผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้ Xiaomi Smart Factory มีกำลังการผลิตสมาร์ทโฟนเรือธงประมาณ 10 ล้านเครื่องต่อปี ขณะที่ Xiaomi Smart Factory | Wuhan ผสานการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการทดสอบตรวจสอบคุณภาพไว้ในโรงงานเดียว พร้อมห้องปฏิบัติการกว่า 46 แห่ง ในช่วงที่โรงงานทำงานด้วยความเร็วสูงสุด เครื่องปรับอากาศสามารถออกจากสายการผลิตได้ 1 เครื่องทุก ๆ 6.5 วินาที

เสียวหมี่บุก IFA

เสียวหมี่ยังอยู่ระหว่างการสำรวจการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยการทดสอบในโรงงาน Xiaomi Auto แสดงให้เห็นอัตราความสำเร็จเพิ่มขึ้นจากประมาณ 90% เป็น 98% ภายในเวลาเพียง 4 เดือน ด้านขีดความสามารถด้านชิป เสียวหมี่ยังคงลงทุนพัฒนาชิปที่ออกแบบภายในบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงาน IFA มีการจัดแสดง Xiaomi 18 Fold สมาร์ทโฟนจอพับเรือธงรุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Xiaomi XRING O3 เจเนอเรชันถัดไป สะท้อนถึงการสำรวจแนวทางใหม่ล่าสุดในด้านการประมวลผลบนอุปกรณ์พกพาและความสามารถ AI บนอุปกรณ์

ภายในงาน IFA ยังมีการจัดแสดง Xiaomi CyberOne หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สามารถโต้ตอบกับผู้เข้าชมผ่านท่าทางแบบเรียลไทม์ เช่น การทำมินิฮาร์ตด้วยนิ้วและการชูนิ้วโป้ง นอกจากนี้ Xiaomi CyberOne ยังอยู่ระหว่างการทดสอบที่ Xiaomi Auto Factory ในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านการรับรู้ การควบคุม และการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง

Xiaomi Auto นำมิติด้านการเดินทางของระบบนิเวศมาจัดแสดง โดยนำรถยนต์ 3 รุ่นมาแสดงเส้นทางการพัฒนาของ Xiaomi Auto ตั้งแต่แนวคิดแห่งอนาคตไปจนถึงการขับขี่อัจฉริยะที่เกิดขึ้นจริง ไฮไลต์สำคัญคือ Xiaomi Vision Gran Turismo รถยนต์ไฟฟ้าไฮเปอร์คาร์ต้นแบบ ซึ่งเสียวหมี่เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกที่เข้าร่วมโครงการ Vision Gran Turismo ถูกออกแบบขึ้นเพื่อจินตนาการถึงอนาคตของการออกแบบยานยนต์ หลักอากาศพลศาสตร์ และการปฏิสัมพันธ์อัจฉริยะ รูปลักษณ์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “Shaped by the Wind” พร้อมห้องโดยสารทรงหยดน้ำและระบบ Active Wake Control System ขณะที่ห้องโดยสารแนวคิด “Racing on a Sofa” และผู้ช่วยอัจฉริยะรูปวงแหวน Xiaomi Pulse สะท้อนถึงความเป็นไปได้ในการผสานงานออกแบบ เทคโนโลยีสมรรถนะ และการโต้ตอบอัจฉริยะในอนาคต

ภายในงานยังมีการจัดแสดง Xiaomi SU7 รุ่นใหม่ และ Xiaomi SU7 Ultra โดย Xiaomi SU7 รุ่นใหม่วางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์สำหรับผู้ขับขี่แห่งยุคใหม่ ผสานภาษาการออกแบบที่หรูหราและสปอร์ตเข้ากับ Xiaomi HyperOS และระบบนิเวศอัจฉริยะของเสียวหมี่ ส่วน Xiaomi SU7 Ultra คือรถยนต์สมรรถนะสูงระดับเรือธง ที่ต่อยอดจากความสามารถด้านวิศวกรรมที่ได้รับการพิสูจน์บนสนาม Nürburgring Nordschleife และสามารถทำสถิติอย่างเป็นทางการในประเภท “Electric Executive Car” ในเดือนเมษายน 2025

นับตั้งแต่เริ่มส่งมอบรถยนต์คันแรกในเดือนมีนาคม 2024 Xiaomi Auto มียอดส่งมอบในจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 700,000 คัน และกำลังเตรียมขยายเข้าสู่ตลาดยุโรป รวมถึงประเทศเยอรมนีในปี 2027

เสียวหมี่บุก IFA

ภายในงาน IFA 2026 เสียวหมี่ยังประกาศการขยายธุรกิจครั้งใหญ่ของ Mijia แบรนด์สมาร์ทโฮมของบริษัท ไปยังตลาดยุโรป ภายใต้แนวคิด “The Art of Smart Living” โดย Mijia นำเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง คุณภาพที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว และการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานมาสร้างประสบการณ์สมาร์ทโฮมที่เป็นธรรมชาติและใช้งานง่าย

แนวทางของ Mijia ก้าวข้ามการเพิ่มความสามารถเชื่อมต่อให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้น เสียวหมี่มองว่าอนาคตของสมาร์ทโฮมกำลังก้าวจากการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ไปสู่การประสานการทำงานที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถตอบสนองต่อผู้ใช้แต่ละคน สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ที่แตกต่างกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านแอป Xiaomi Home ผลิตภัณฑ์ Mijia ที่รองรับสามารถบริหารจัดการได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียว และทำงานร่วมกันในสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน

ปัจจุบัน Mijia มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมกว่า 130 หมวดหมู่ และเชื่อมต่อทำงานร่วมกันผ่านระบบนิเวศเดียวกัน ด้วยการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของเสียวหมี่ใน AI ระบบปฏิบัติการ และการเชื่อมต่อ IoT (Internet of Things) Mijia นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาผสานเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบดั้งเดิม เพื่อสร้างประสบการณ์ชีวิตประจำวันที่ฉลาดและเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น

การออกแบบถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์ Mijia ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาการออกแบบ “Alive” ของเสียวหมี่ ด้วยภาษาการออกแบบที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และเข้าถึงได้ ช่วยให้เทคโนโลยีผสานเข้ากับพื้นที่อยู่อาศัยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว จนถึงปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ Mijia ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับนานาชาติมากกว่า 500 รางวัล

ในระดับกลยุทธ์โลก ยุโรปถือเป็นภูมิภาคหลักสำหรับการขยายระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ของเสียวหมี่อย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2026–2030 เสียวหมี่คาดว่าจะลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาทั่วโลกมากกว่า 24,000 ล้านยูโร ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ AI ระบบปฏิบัติการ เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัท ยานยนต์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และการผลิตอัจฉริยะ

ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีพื้นฐานเหล่านี้ เสียวหมี่กำลังสร้างขีดความสามารถที่นำไปต่อยอดได้ทั่วทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่อุปกรณ์ส่วนบุคคลและผลิตภัณฑ์ภายในบ้าน ไปจนถึงเทคโนโลยียานยนต์ ผ่านระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” เสียวหมี่มุ่งเชื่อมโยงพื้นที่การใช้งานส่วนบุคคล บ้าน และการเดินทางเข้าด้วยกัน พร้อมนำ AI เข้

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
Samsung เคาะวันเปิดตัว Z Fold3, Z Flip3, Buds2 และ Watch4 ในวันที่ 11 สิงหาคม นี้
Ming-Chi Kuo: นักวิเคราะห์สินค้า Apple คนดังบอก AirPods Pro 2 ยังไม่มาปีนี้
เผยดีไซน์ใหม่ของ “Google” สำหรับผลการค้นหาใหม่เวอร์ชั่นมือถือ

Leave Your Reply

*