News

ถึงเวลา “ทำความสะอาดดิจิทัล” ก่อนข้อมูลส่วนตัวของคุณจะรั่วไหลโดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลส่วนตัวของคุณกำลังถูกซื้อขายบนอินเทอร์เน็ตโดยที่คุณไม่รู้ตัว ตั้งแต่ที่อยู่บ้าน เบอร์โทรศัพท์ ไปจนถึงประวัติทางการเงิน ทั้งหมดนี้อยู่ในมือของ “นายหน้าข้อมูล” (Data Broker) ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังโลกดิจิทัล

เช่นเดียวกับการทำความสะอาดบ้านรับฤดูใบไม้ผลิที่ใครหลายคนคุ้นเคย ฤดูกาลแห่งการเริ่มต้นใหม่นี้คือโอกาสทองในการ “เก็บกวาดข้อมูลดิจิทัล” ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วอินเทอร์เน็ต แต่ต่างจากการจัดตู้เสื้อผ้าหรือล้างบ้าน การลบร่องรอยข้อมูลบนโลกออนไลน์นั้นซับซ้อนและใช้เวลามากกว่าที่หลายคนคิด เพราะข้อมูลของคุณไม่ได้ถูกเก็บไว้แค่ที่เดียว แต่กระจายอยู่ในฐานข้อมูลของนายหน้าข้อมูลกว่า 420 รายทั่วโลก

นายหน้าข้อมูล (Data Broker) คือบริษัทที่รวบรวม วิเคราะห์ และขายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตให้กับบริษัทที่สนใจโดยที่เจ้าของข้อมูลมักไม่ได้รับอนุญาตหรือรับรู้ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ถูกขายให้แค่นักการตลาดเท่านั้น แต่ยังเข้าถึงได้โดยมิจฉาชีพ แฮกเกอร์ และผู้ไม่หวังดีที่ต้องการนำไปใช้ในทางที่ผิด

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดจากการปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวกระจายบนอินเทอร์เน็ตคือการถูกขโมยตัวตน (Identity Theft) อาชญากรสามารถนำ “ชิ้นส่วนปริศนา” เล็กๆ เช่น ชื่อสมาชิกในครอบครัว วันเกิด หรือที่อยู่บ้าน มาต่อกันจนสามารถแอบอ้างตัวตนของคุณได้สำเร็จ นอกจากนี้ การที่ข้อมูลส่วนตัวถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลบุคคล (People-Search Sites) ยังเป็นต้นตอของโรโบคอล ข้อความสแปม และจดหมายขยะที่รบกวนชีวิตประจำวันอีกด้วย

การลบข้อมูลส่วนตัวออกจากโลกออนไลน์ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ในโลกดิจิทัลโดยตรง เมื่อนายจ้าง เพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักค้นหาชื่อของคุณบน Google สิ่งที่ปรากฏควรเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ไม่ใช่บันทึกสาธารณะที่ล้าสมัยหรือข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำความสะอาดข้อมูลดิจิทัลด้วยตัวเอง มีขั้นตอนหลักที่ควรดำเนินการดังนี้ ขั้นแรกคือการใช้เครื่องมือ “Results about you” ของ Google เพื่อขอลบผลการค้นหาที่แสดงข้อมูลติดต่อส่วนตัวของคุณโดยตรง ถัดมาคือการปิดการใช้งานบัญชีที่ไม่ได้ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์โซเชียลมีเดียเก่า บัญชีช้อปปิ้งที่ทิ้งไว้ หรือฟอรัมที่ไม่ได้เข้าใช้งานมานานแล้ว บัญชีเหล่านี้ยังคงจัดเก็บข้อมูลของคุณแม้จะไม่ได้ล็อกอินก็ตาม

บนสมาร์ทโฟน ควรตรวจสอบการอนุญาตของแอปพลิเคชันอย่างละเอียด โดยเฉพาะการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง ไมโครโฟน และรายชื่อผู้ติดต่อของแอปที่ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์เหล่านั้นในการทำงาน และควรล้างข้อมูลเบราว์เซอร์อย่าง Cache และ Cookie เป็นประจำ หรือพิจารณาเปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์ที่เน้นความเป็นส่วนตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวติดตาม (Tracker) ในพื้นหลังสร้างโปรไฟล์ของคุณขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทั้งหมดนี้ด้วยตัวเองนั้นต้องใช้เวลามากกว่า 300 ชั่วโมง เพราะต้องติดต่อขอลบข้อมูลกับนายหน้าข้อมูลแต่ละรายด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซ้ำซากและน่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง ทางออกที่ชาญฉลาดกว่าคือการใช้บริการอัตโนมัติอย่าง Incogni ที่จะจัดการกระบวนการทั้งหมดแทนคุณ

Incogni คือบริการที่ส่งและติดตามคำร้องขอลบข้อมูลไปยังนายหน้าข้อมูลกว่า 420 รายโดยอัตโนมัติ เนื่องจากนายหน้าข้อมูลมักนำข้อมูลกลับเข้าสู่ฐานข้อมูลหลังจากถูกลบออกครั้งแรก Incogni จึงทำการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณถูกลบออกอย่างถาวร กระบวนการทำงานของ Incogni ผ่านการตรวจสอบโดย Deloitte และผู้ตรวจสอบอิสระบุคคลที่สาม เพื่อรับรองว่าบริการนี้ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ใช้จริงๆ

อ้างอิง | 9to5mac.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
“HUAWEI Y7 Pro 2019” ยกเครื่องใหม่เอี่ยม! กล้องหลังคู่ AI แบตสุดอึด
สัมภาษณ์พิเศษ “Kylie Minogue” อัลบั้มใหม่ที่ชื่อว่า “DISCO”
หลุดราคาพร้อมชื่อทั้ง 3 รุ่นของ Samsung Galaxy S22 Series ก่อนเปิดตัว

Leave Your Reply

*