News PR

หัวเว่ยโชว์พลัง AI ระดับโลก เปิดตัว Atlas 960E SuperPoD รองรับโมเดลหมื่นล้านพารามิเตอร์

หัวเว่ย ส่ง Atlas 960E SuperPoD ท้าชน AI Infrastructure โลก ในงาน HUAWEI CONNECT 2026 ที่เซี่ยงไฮ้ พร้อมประกาศศักดาเป็น SuperPoD บนสถาปัตยกรรม NPO รุ่นแรกของอุตสาหกรรม ออกแบบมาเพื่อรองรับ Foundation Model ขนาดสูงถึง 10 ล้านล้านพารามิเตอร์

งาน HUAWEI CONNECT 2026 เปิดฉากอย่างเป็นทางการที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดย นายเดวิด หวัง รองประธานคณะกรรมการบริหารและประธานหมุนเวียนของหัวเว่ย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Advancing the Agentic World, Building a Solid Silicon Foundation” ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทในการวางรากฐานด้านซิลิคอนสำหรับยุคปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ด้าน AI ของหัวเว่ยให้ความสำคัญกับพลังประมวลผล (Computing Power) เป็นแกนหลัก โดยมุ่งสร้างมูลค่าจากฮาร์ดแวร์และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรมระดับระบบและสถาปัตยกรรม หัวเว่ยขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวผ่าน SuperPoD และ SuperCluster ควบคู่กับการส่งเสริมระบบเปิดและโอเพนซอร์ส (Open Source) เพื่อร่วมพัฒนาระบบนิเวศด้านการประมวลผลและนำเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก

เมื่อ Foundation Model (โมเดล AI ขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นฐานสำหรับแอปพลิเคชันต่าง ๆ) มีขนาดเข้าใกล้ระดับ 10 ล้านล้านพารามิเตอร์ การใช้ SuperPoD จึงกลายเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แนวทางการออกแบบ SuperPoD ของหัวเว่ยมุ่งเชื่อมต่อองค์ประกอบทั้งหมดภายในคลัสเตอร์ด้วยโปรโตคอลเดียวผ่านการเชื่อมต่อแบบ Peer-to-Peer รองรับการเข้าถึงหน่วยความจำระหว่างเซิร์ฟเวอร์ทางกายภาพ และผสานการใช้ Short-Reach Copper เข้ากับระบบสื่อสารด้วยแสงสำหรับการส่งข้อมูลระยะไกล

ด้วยการพัฒนานวัตกรรมในระดับระบบอย่างต่อเนื่อง หัวเว่ยได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีออปติคัลที่สั่งสมมาหลายปีมาประยุกต์ใช้กับ SuperPoD พร้อมเปิดตัว Hi-ONE ซึ่งเป็น Optical Engine (เครื่องยนต์ประมวลผลสัญญาณแสง) แบบ NPO รุ่นแรกของโลกที่ผลิตในระดับมวลชน รองรับความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 7.2 Tbit/s ซึ่งอยู่ในระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม และเป็น NPO เพียงหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรมที่มีแหล่งกำเนิดแสงในตัว

นายเดวิด หวัง ได้เปิดตัว Atlas 960E SuperPoD ที่ขับเคลื่อนด้วย UnifiedBus และ Hi-ONE โดยในฐานะ SuperPoD บนสถาปัตยกรรม NPO รุ่นแรกของอุตสาหกรรม Atlas 960E SuperPoD มาพร้อมสถาปัตยกรรมแบบ Orthogonal และการออกแบบระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมความสามารถในการกำหนดแอดเดรสหน่วยความจำแบบรวมศูนย์ผ่าน UnifiedBus ทำให้ SuperPoD หนึ่งชุดสามารถรองรับการขยายระบบได้สูงสุดถึง 4,096 NPU (หน่วยประมวลผลทางปัญญาประดิษฐ์) พร้อมมอบประสิทธิภาพการประมวลผลสูงถึง 8 EFLOPS ที่ความแม่นยำ FP8 และ 16 EFLOPS ที่ความแม่นยำ FP4

ขณะเดียวกัน การผสาน Hi-ONE จำนวน 5,500 ชุดเข้ากับระบบ ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ Optical Module ขนาด 800G จำนวน 48,000 ชุด ซึ่งโดยปกติจำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อ NPU ทั้งหมด ส่งผลให้ลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 550 กิโลวัตต์ เพิ่มระยะเวลาการทำงานของระบบโดยปราศจากข้อขัดข้องได้ถึง 2 เท่า และทำให้ระบบมีความพร้อมใช้งานสูงถึง 99.8% โดยรวมแล้ว ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและการใช้งาน Frontier Model ทั้งในด้านการฝึก (Training) และการอนุมาน (Inference) ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หัวเว่ยยังได้นำสถาปัตยกรรม SuperPoD มาประยุกต์ใช้กับระบบประมวลผลแบบอเนกประสงค์ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์อย่าง TaiShan 950 SuperPoD ที่ได้รับการอัปเกรดในทุกด้าน SuperPoD รุ่นใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายออปติคัลแบบครบวงจรผ่าน UnifiedBus รองรับได้สูงสุด 4,096 โหนด พร้อมหน่วยความจำแบบรวมศูนย์ขนาดสูงถึง 256 TB ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของการรองรับ Agent Sandbox เร่งความเร็วในการเริ่มต้น Sandbox และยกระดับประสิทธิภาพการค้นหาเวกเตอร์ (Vector Search) สำหรับ Agent นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัว OceanStor M900 ซึ่งเป็นคลัสเตอร์จัดเก็บหน่วยความจำบริบท ขับเคลื่อนด้วย UnifiedBus รองรับการเข้าถึงข้อมูลโดยตรงภายในเพียง One-Hop Access และมอบ KV Cache ระดับเพตะไบต์สำหรับเลเยอร์ L3.5

ด้วยเครือข่าย UnifiedBus หรือ RoCE ทำให้สามารถเชื่อมต่อ Atlas 960E SuperPoD หลายชุดเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง SuperCluster ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดย SuperCluster ที่ใช้สถาปัตยกรรม Clos แบบ Two-Tier, Four-Plane Clos Architecture สามารถเชื่อมต่อ NPU ได้สูงสุดถึง 512,000 ตัว และเมื่อทำงานร่วมกับโทโพโลยีแบบ Multi-Rail จะช่วยให้คลัสเตอร์ดังกล่าวสามารถรองรับ NPU ได้สูงสุดถึง 1 ล้านตัว

นายหวัง กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์หลักของหัวเว่ยคือการเดินหน้าสู่โอเพนซอร์สและระบบเปิด เพื่อส่งเสริมการเติบโตของระบบนิเวศด้านการประมวลผล โดยปัจจุบัน CANN (Compute Architecture for Neural Networks) ได้เปิดเป็นโอเพนซอร์สและเปิดให้เข้าถึงได้อย่างเสรี พร้อมเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกับชุมชนนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศ Ascend

“ที่หัวเว่ย เรามุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมเดินหน้าสู่โอเพนซอร์สและระบบเปิด เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศด้านการประมวลผล” นายหวัง กล่าว “เราจะเดินหน้าสนับสนุนการฝึกโมเดลแบบ Native สำหรับ Foundation Model ชั้นนำที่มีการนำไปใช้งานอย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์ม Ascend พร้อมเปิดรับโมเดลและแอปพลิเคชันที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโลกสู่ยุคอัจฉริยะ”

ภายใต้ธีม “Advancing the Agentic World” งาน HUAWEI CONNECT 2026 จะเจาะลึกเรื่อง AI ใน 3 มิติ ได้แก่ กลยุทธ์ เทคโนโลยี และระบบนิเวศ โดยผู้เข้าร่วมจะได้ติดตามแนวทางเชิงกลยุทธ์ล่าสุดของหัวเว่ย พร้อมพบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและอัจฉริยะรุ่นใหม่ โซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ตลอดจนเครื่องมือสำหรับการพัฒนา งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2569 ณ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center และ Shanghai Expo Center นครเซี่ยงไฮ้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HUAWEI CONNECT 2026 สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.huawei.com/en/events/huaweiconnect

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
เปิดตัว ห้องน้ำแมวอัจฉริยะ, ชุดเครื่องตัดแต่งขนพร้อมดูดขนสัตว์ “AiRROBO”
AIS 5G Thailand Virtual Expo มหกรรมสินค้าโมบาย/อาหาร/ไลฟ์สไตล์ บนโลกเสมือนจริง Virtual Reality
เทรนด์ไมโครก้าวสู่อันดับหนึ่งของโลกอีกครั้ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยสำหรับไฮบริดจ์คลาวด์

Leave Your Reply

*