News PR

TikTok Shop Awards 2026 เปิดฉากครั้งแรกในไทย เผยยุค “Discovery Commerce” ดันครีเอเตอร์เป็นแรงขับเศรษฐกิจ คาดมูลค่าแตะ 1.72 แสนล้านดอลล์ภายในปี 2573

TikTok Shop จัดงาน TikTok Shop Awards 2026 ครั้งแรกในประเทศไทย ชูแนวคิด “Discovery Commerce” ที่ครีเอเตอร์และคอนเทนต์กลายเป็นหัวใจสำคัญของอีคอมเมิร์ซยุคใหม่ พร้อมคาดการณ์ Creator Economy ไทยพุ่งแตะ 1.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573

TikTok Shop เป็นเจ้าภาพจัดงาน TikTok Shop Awards 2026 ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อยกย่องความสำเร็จของผู้ขาย ครีเอเตอร์ และพาร์ทเนอร์ในอีโคซิสเต็ม (Ecosystem หรือระบบนิเวศธุรกิจที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน) พร้อมชี้ทิศทางอีคอมเมิร์ซที่กำลังก้าวสู่ยุค “Discovery Commerce” ซึ่งคอนเทนต์และครีเอเตอร์มีบทบาทชี้ขาดต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

งานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Empowering Thai Brands in the Digital Economy” โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของแพลตฟอร์มดิจิทัลในการสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ SME และการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในงานคือการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคจากอีคอมเมิร์ซแบบ Search-based (ที่ผู้ซื้อเป็นฝ่ายค้นหาสินค้าเอง) ไปสู่ Discovery Commerce (ที่ผู้บริโภคค้นพบสินค้าผ่านคอนเทนต์และครีเอเตอร์โดยธรรมชาติ) นางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy – SEA, TikTok กล่าวว่า “บน TikTok Shop สินค้าถูกปลุกให้มีชีวิตผ่านคอนเทนต์และครีเอเตอร์ และการค้นพบกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ”

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่เส้นทางจากการรับรู้จนถึงการตัดสินใจซื้อมีความต่อเนื่องและไร้รอยต่อมากขึ้น แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการพิมพ์ค้นหาสินค้า ผู้บริโภคมักเริ่มจากการค้นพบคอนเทนต์ที่จุดประกายแรงบันดาลใจ ก่อนจะตัดสินใจกดดูรายละเอียด ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือแม้แต่สั่งซื้อสินค้าได้ทันทีในขั้นตอนเดียว ข้อมูลวิจัยล่าสุดระบุว่า 76% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มจะดำเนินการเหล่านั้นหลังรับชมคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นบทบาทของครีเอเตอร์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านการสร้างการค้นพบและการปิดการขาย

การเติบโตของ Discovery Commerce มีความสอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับการขยายตัวของ Creator Economy (เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์) จากผลการศึกษาร่วมกันระหว่าง TikTok และ Accenture คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 Creator Economy ของไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 1.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเติบโตขึ้นถึง 1.55 เท่า ทำให้ไทยติดอันดับหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ในระดับภูมิภาค Creator-Led Commerce (การค้าขายที่ขับเคลื่อนโดยครีเอเตอร์) คาดว่าจะแตะมูลค่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปีเดียวกัน โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.45 เท่า

สำหรับประเทศไทย TikTok Shop ได้สร้างอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่งด้วยผู้ขายมากกว่า 5 ล้านราย และครีเอเตอร์ที่ติดตะกร้าสินค้าอีกกว่า 3 ล้านราย ซึ่งช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านโมเดล Content-driven Commerce (การค้าที่ขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์)

การเติบโตดังกล่าวเกิดจากการยกระดับประสิทธิภาพตลอดทั้ง Commerce Value Chain (ห่วงโซ่คุณค่าของการพาณิชย์) ตั้งแต่การสร้างความต้องการ (Demand Generation) ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ (Conversion) โดยการรวมเอาทั้งการค้นพบสินค้า การมีส่วนร่วม และการทำธุรกรรมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและย่นระยะเวลาการตัดสินใจให้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ ในด้าน Shopping Experience Efficiency แพลตฟอร์มยกระดับประสบการณ์การซื้อแบบ End-to-End ภายในแอปเดียวตั้งแต่การค้นพบสินค้าจนถึงการชำระเงิน ส่วน Brand & Creator Collaboration Efficiency ได้ขับเคลื่อนการตลาดผ่าน Creator Marketplace ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงเครือข่ายครีเอเตอร์ขนาดใหญ่พร้อมข้อมูลเชิงลึก ในขณะที่ Real-time Consideration Efficiency เปลี่ยนประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าให้เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ผ่าน LIVE Commerce และ Growth Acceleration Efficiency ช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะแบรนด์ใหม่หรือร้านค้าขนาดเล็ก ผ่านเครื่องมืออย่าง Shop Ads ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการตอกย้ำความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากความร่วมมือระหว่าง TikTok Shop และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยมีธุรกิจกว่า 450 รายเข้าสู่แพลตฟอร์ม และสร้างยอดขายรวม (GMV) ได้มากกว่า 1.32 พันล้านบาท ในปี 2568 ขณะเดียวกัน TikTok Shop ยังเดินหน้าพัฒนาทักษะดิจิทัลคอมเมิร์ซให้แก่ผู้ประกอบการ SME กว่า 10,000 รายในช่วงปี 2566–2568 ผ่านการอบรมทักษะที่จำเป็นอย่างการไลฟ์สตรีมมิง การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ และการสร้างคอนเทนต์เพื่อกระตุ้นยอดขาย พร้อมกระจายหลักสูตรไปยังศูนย์ดิจิทัลชุมชนกว่า 1,722 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า “สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถช่วยเปลี่ยนการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับธุรกิจไทย”

ไฮไลต์สำคัญอีกประการหนึ่งของงานคือเวทีเสวนา “Road to the Top: Powering Thailand’s Discovery Commerce” ที่รวบรวมแบรนด์ชั้นนำ ครีเอเตอร์ และพันธมิตรในอุตสาหกรรมมาร่วมถอดรหัสกลยุทธ์การเติบโตในอีโคซิสเต็มที่ขับเคลื่อนด้วยการค้นพบ โดยเจาะลึก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ หัวข้อ Top Performance ที่มีตัวแทนจากแบรนด์อย่าง BioActive+, Yerpall, Joyhouse, GQ Apparel และครีเอเตอร์อย่าง คุณพิชามญช์ โลหะ (@tiffanyfanie_busy) มาร่วมแชร์กลยุทธ์การใช้คอนเทนต์และครีเอเตอร์เพื่อขับเคลื่อน Discovery Commerce, หัวข้อ Top Safety ว่าด้วยธรรมาภิบาลแพลตฟอร์ม ความปลอดภัยของสินค้า และการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีวิทยากรจาก TikTok Shop และแบรนด์อย่าง CLARTE’ Thailand, Koreadong และ Glory Vital ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหัวข้อ Top Inclusion ว่าด้วยการขยายโอกาสไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่นและธุรกิจชุมชน โดยมีตัวแทน SME จากภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ โอทอปบ้านซ่ง (จ.มุกดาหาร), ปลาสลิดพอดีคำ (จ.ฉะเชิงเทรา) และ จันทร์จำปาเฮิร์บ (จ.กระบี่) มาร่วมเป็นวิทยากร

การเติบโตของแบรนด์ไทยบนแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับโครงการอย่าง #TikTokShopThaiRisers, #TikTokShopช้อปได้ทุกถิ่น และ #SMEไทยน่าช้อปน่าใช้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า Discovery Commerce ไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอีโคซิสเต็มดิจิทัลของประเทศไทย

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
นับถอยหลังสู่ “LINE NEXPLOSION 2020”
WeTV ประเทศไทย คว้ารางวัล “วิดีโอโฆษณายอดเยี่ยมแห่งปี” จาก LINE THAILAND AWARDS 2021
รวมโปรฯ สมาร์ตโฟน OnePlus จาก AIS ในงาน Thailand Mobile Expo 2020 ตั้งแต่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 63 นี้

Leave Your Reply

*