
แอปเปิล ประกาศเปิดตัว Apple Business แพลตฟอร์มใหม่ที่รวมระบบจัดการอุปกรณ์ เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และฟีเจอร์ติดต่อลูกค้าไว้ในหน้าจอเดียว พร้อมเปิดใช้งานกว่า 200 ประเทศทั่วโลกในเดือนเมษายนนี้
Apple Business ถูกออกแบบมาเพื่อรวมบริการธุรกิจที่มีอยู่เดิมของแอปเปิลทั้งหมดไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Apple Business Essentials, Apple Business Manager และ Apple Business Connect โดยองค์กรและธุรกิจต่าง ๆ สามารถจัดการอุปกรณ์ พนักงาน การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในระบบนิเวศของแอปเปิลได้ผ่านอินเทอร์เฟซเดียว
ฟีเจอร์เด่นของแพลตฟอร์มนี้คือการมีระบบ Mobile Device Management (MDM) หรือการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบรวมศูนย์ ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดค่าการตั้งค่าอุปกรณ์ นโยบายความปลอดภัย แอปพลิเคชัน และกลุ่มผู้ใช้งานได้จากที่เดียว ขณะที่แอป Apple Business ฝั่งพนักงานจะช่วยให้สามารถติดตั้งแอปสำหรับการทำงาน เข้าถึงข้อมูลติดต่อเพื่อนร่วมงาน และส่งคำขอรับการสนับสนุนด้านเทคนิคได้อย่างสะดวก
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าจับตามองคือ “Blueprints” เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดค่าอุปกรณ์ล่วงหน้าพร้อมแอปและการตั้งค่าที่จำเป็น รองรับการใช้งานแบบ Zero-touch Deployment หรือการติดตั้งอุปกรณ์แบบไม่ต้องตั้งค่าด้วยตนเอง หมายความว่าพนักงานสามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีหลังเปิดกล่อง ทั้งนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวใช้ได้เมื่อซื้ออุปกรณ์ผ่านแอปเปิลหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองเท่านั้น
แพลตฟอร์มนี้ยังแนะนำ Managed Apple Accounts พร้อมระบบที่แอปเปิลเรียกว่า “cryptographic separation” หรือการแยกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการทำงานออกจากกันด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัส ช่วยให้พนักงานสามารถใช้อุปกรณ์เครื่องเดียวได้ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงานโดยไม่ปะปนกัน นอกจากนี้ยังรองรับการสร้างบัญชีอัตโนมัติผ่านการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการตัวตนดิจิทัล เช่น Google Workspace และ Microsoft Entra ID
ฟีเจอร์เพิ่มเติมยังครอบคลุมการสร้างกลุ่มผู้ใช้งาน การกำหนดบทบาท การแจกจ่ายแอปผ่าน App Store และการเข้าถึง Admin API สำหรับการใช้งานขนาดใหญ่ ซึ่งรองรับข้อมูลอุปกรณ์ ผู้ใช้งาน บันทึกการตรวจสอบ และข้อมูล MDM
Apple Business ยังผสานรวมบริการอีเมล ปฏิทิน และไดเรกทอรีองค์กรที่เชื่อมโยงกับโดเมนที่กำหนดเอง ธุรกิจสามารถนำโดเมนที่มีอยู่มาใช้ หรือซื้อโดเมนใหม่ผ่านแพลตฟอร์มได้โดยตรง พร้อมด้วยฟีเจอร์อย่างการมอบสิทธิ์จัดการปฏิทิน (calendar delegation) และไดเรกทอรีบริษัทพร้อมการ์ดติดต่อส่วนบุคคล
ในด้านการสื่อสารกับลูกค้า Apple Business นำเสนอเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ธุรกิจจัดการการแสดงตัวตนของแบรนด์และสาขาทั่วบริการต่าง ๆ ของแอปเปิล ครอบคลุมโปรไฟล์แบรนด์พร้อมโลโก้ การปรับแต่ง Place Card ใน Apple Maps ที่แสดงรูปภาพ เวลาทำการ และตัวเลือกต่าง ๆ เช่น การสั่งซื้อหรือการจองที่นั่ง รวมถึงข้อมูลวิเคราะห์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานค้นพบและมีส่วนร่วมกับสถานที่นั้น ๆ อย่างไร
การสื่อสารที่มีตราสินค้ายังขยายไปยังแอป Mail และ iCloud Mail รวมถึงการติดตามคำสั่งซื้อใน Wallet และธุรกิจที่ใช้ฟีเจอร์ Tap to Pay บน iPhone สามารถแสดงแบรนด์ของตนระหว่างทำธุรกรรมได้อีกด้วย
นอกจากนี้แอปเปิลยังประกาศฟีเจอร์โฆษณาใหม่ที่เชื่อมกับ Apple Maps กำหนดเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในช่วงฤดูร้อนนี้ โดยธุรกิจจะสามารถสร้างโฆษณาที่ปรากฏที่ด้านบนของผลการค้นหาใน Maps รวมถึงในประสบการณ์ใหม่อย่าง Suggested Places
Apple Business จะเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ในกว่า 200 ประเทศและภูมิภาค โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใช้งานใหม่และผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มธุรกิจเดิมของแอปเปิลอยู่แล้ว ทั้งนี้บางฟีเจอร์อาจจำกัดเฉพาะบางภูมิภาค ส่วนบริการเสริมอย่างพื้นที่เก็บข้อมูล iCloud เพิ่มเติมและ AppleCare+ ยังคงมีให้สมัครใช้งานในแพลตฟอร์มเช่นเดิม
สำหรับการเปลี่ยนแปลงสำคัญ Apple Business Essentials, Apple Business Manager และ Apple Business Connect จะถูกยกเลิกเมื่อ Apple Business เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยข้อมูลที่มีอยู่ เช่น ตำแหน่งที่อ้างสิทธิ์และข้อมูลบัญชี จะถูกย้ายมาโดยอัตโนมัติ และลูกค้า Apple Business Essentials จะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนสำหรับการจัดการอุปกรณ์อีกต่อไปหลังจากการเปลี่ยนผ่านเสร็จสมบูรณ์