Reviews-Previews Smartphone

แกะกล่องรีวิว “REDMI Note 15 Pro 5G” สมาร์ตโฟนสายฮาร์ดคอร์ ถึก อึด ทน พร้อมลุยทุกสถานการณ์

เคยมั้ยครับที่ทำสมาร์ตโฟนตกแล้วหัวใจเต้นแรง เดินไปหยิบขึ้นมาด้วยความกลัวว่าหน้าจอจะแตก? หรือเคยเผลอเอาสมาร์ตโฟนไปใกล้น้ำแล้วเกิดอุบัติเหตุตกลงไป ต้องนั่งเสียใจว่าทำไมไม่ระวังให้มากกว่านี้? ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก

REDMI Note 15 Pro 5G คือสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “REDMI Titan Durability” ซึ่งแปลง่ายๆ ก็คือ “สร้างมาเพื่อทนทาน” นี่ไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นความจริงที่ผ่านการรับรองจากมาตรฐานสากลมากมาย พร้อมที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางในทุกสถานการณ์ของชีวิตคุณ

สมาร์ตโฟน REDMI Note 15 Pro 5G

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้จะมีแค่ความทนทานอย่างเดียว เพราะมันยังมาพร้อมกล้องความละเอียดสูงสุด 200 MP ที่ถ่ายภาพสวยปังทุกสถานการณ์ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6580mAh ที่ใช้งานได้ทั้งวันไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด และหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ที่สวยจนต้องร้องว้าว พร้อมด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7400-Ultra ที่แรงจัดให้ทุกการใช้งาน

เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเราจะพาไปสำรวจทุกมุมมองของสมาร์ตโฟนตัวนี้ว่าทำไมถึงน่าสนใจและคุ้มค่าที่จะเป็นเจ้าของขนาดนี้

ก่อนจะไปดูว่าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ทนทานขนาดไหน เรามาเริ่มต้นกันที่ประสบการณ์แรกพบกันก่อน เปิดกล่องมาครั้งแรกก็รู้สึกถึงความพรีเมียมทันที บรรจุภัณฑ์ออกแบบมาอย่างดี มีความหรูหราสไตล์มินิมอลที่ดูดี ภายในกล่องเราจะได้พบกับตัวสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมสีสันให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ Titanium Color โทนสีไทเทเนียมที่ดูหรูหราระดับพรีเมียม, Mist Purple สีม่วงหมอกที่สวยนุ่มนวลเหมาะกับสาวๆ และ Black สีดำคลาสสิกที่ไม่มีวันเชย

กล่องและอุปกรณ์ในกล่อง

นอกจากตัวเครื่องที่สวยงามแล้ว ในกล่องยังมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งสายชาร์จ USB และสิ่งที่ชอบมากคือเคสใสป้องกันตัวเครื่องให้มาด้วยเลย ไม่ต้องไปซื้อเพิ่ม ประหยัดเงินไปก้อนหนึ่งทันที คู่มือการใช้งานก็มีให้ครบ อธิบายรายละเอียดชัดเจน เหมาะสำหรับมือใหม่หรือคนที่เปลี่ยนแบรนด์มาใหม่

พอแกะออกจากกล่องแล้ว ก็ถึงเวลาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาสัมผัสกันจริงๆ น้ำหนัก 210 กรัม ถ่วงมือพอดี ไม่เบาจนรู้สึกไม่มีคุณภาพ แต่ก็ไม่หนักจนเมื่อย ขนาดตัวเครื่อง 163.61mm x 78.09mm x 7.96mm จับถนัดมือ ไม่ใหญ่เกินไปจนใช้งานด้วยมือเดียวลำบาก

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อลูบหน้าจอคือกระจก Corning® Gorilla® Glass Victus®2 ให้ความรู้สึกลื่นไหล ละเอียด และแข็งแกร่ง ดีไซน์โดยรวมดูทันสมัยเรียบหรู กลุ่มกล้องด้านหลังจัดวางสวยงามไม่รกตา หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้วให้พื้นที่การแสดงผลกว้างขวาง ความละเอียด 1.5K (2772 x 1280) ทำให้ภาพคมชัด สีสันสดใส

เมื่อมองไปด้านบนของหน้าจอมาพร้อมดีไซน์รอยแหว่งแบบจอเจาะรู ในนั้นมีกล้องหน้าเป็นกล้องเซลฟี่ความละเอียด 20MP และขอบหน้าจอด้านบนมีลำโพงเสียงสำหรับการสนทนาม่กินพื้นที่หน้าจอมากเกินไป เหนือขึ้นไปบริเวณขอบจอเป็นลำโพงเสียงสำหรับการสนทนาและการรับฟังมัลติมีเดีย ซ่อนอยู่อย่างลงตัวไม่เห็นรู ล่างหน้าจอแสดงผล จะรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และไม่มีปุ่มใช้งานใดๆ 

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

มาดูรอบตัวเครื่องกันบ้าง ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนและ IR Blaster ที่ใช้รีโมตควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ด้านซ้ายของตัวเครื่องเรียบเนียนไม่มีปุ่มใช้งานใดๆ ส่วนด้านขวาของตัวเครื่องเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงที่กดสะดวก ถัดลงมาเป็นปุ่ม Power สำหรับล็อคหน้าจอและเปิด-ปิด รีสตาร์ทเครื่อง

ด้านล่างของตัวเครื่องมีรายละเอียดครบครัน ทางซ้ายสุดเป็นช่องใส่ถาดซิมการ์ดแบบ Dual SIM รองรับ Nano SIM 2 ช่อง ถัดมาเป็นไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พอร์ต USB Type-C อยู่ตรงกลางสำหรับชาร์จและถ่ายโอนข้อมูล และทางขวาเป็นลำโพงเสียงที่ทำงานร่วมกับลำโพงด้านบนเป็นระบบสเตอริโอ

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

พลิกมาด้านหลังของตัวเครื่อง จะพบกับฝาหลังที่โดดเด่นสะดุดตา มองเห็นโมดูลกล้องดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมขอบโค้งมนที่ออกแบบให้สมมาตรไปกับตัวเครื่อง บริเวณขอบเลนส์กล้องมีการออกแบบให้กลมกลืนกับสีตัวเครื่อง ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความพรีเมียมและความลงตัวของดีไซน์ ในนั้นมีกล้องหลัง 2 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลักความละเอียด 200MP,  กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8MP และไฟ LED flash ด้านล่างมีอักษร REDMI ที่แสดงเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

หลังจากชื่นชมดีไซน์และหน้าจอที่สวยงามแล้ว มาถึงส่วนที่หลายคนรอคอยและเป็นจุดขายหลักของสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ REDMI Note 15 Pro 5G ได้รับการรับรอง REDMI Titan Durability ซึ่งเป็นมาตรฐานความทนทานที่ Xiaomi พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ผ่านการรับรอง SGS Premium Performance ระดับ 5 ดาว ครอบคลุมทั้งการตกกระแทก การบีบอัด และการบิดงอ ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือทนต่อการตกจากความสูง 2.5 เมตร หมายความว่าถ้าคุณยืนถือสมาร์ตโฟนแล้วทำตก หรือวางบนโต๊ะสูงแล้วตกลงมา ก็ยังมีโอกาสรอดได้

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

ความลับของความแข็งแกร่งนี้อยู่ที่โครงสร้าง REDMI Titan ประกอบด้วยเมนบอร์ดความแข็งแรงสูงและเฟรมกลางที่เสริมพิเศษ ออกแบบให้ดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนเบาะรองรับของนักกีฬา

แต่ความทนทานไม่ได้จบแค่เรื่องการตกเท่านั้น เพราะสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ยังมีมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นที่ IP66, IP68, IP69 และ IP69K ครบทุกระดับ ทนต่อน้ำลึก 2 เมตรได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง ที่พิเศษกว่านั้นคือผ่านการรับรองจาก TÜV SÜD เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ฟีเจอร์กันน้ำถูกออกแบบมาอย่างแม่นยำถึง 17 จุด แม้หน้าจอเปียก เทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ก็ยังช่วยให้ใช้งานได้ตามปกติ ตรวจจับน้ำ น้ำมัน โฟม เหงื่อ และของเหลวอื่นๆ ได้อย่างแม่นยำ

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

และเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนในการใช้งานประจำวัน กระจก Corning® Gorilla® Glass Victus®2 จะช่วยปกป้องหน้าจอไว้ ไม่ว่าจะเอาใส่กระเป๋ากับกุญแจ ใส่กระเป๋ากางเกงกับเหรียญ หรือวางทับกับของแข็งอื่นๆ หน้าจอก็ยังคงสวยเรียบเสมอ

นอกจากตัวเครื่องที่แข็งแกร่งแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องพูดถึงคือพลังงานที่อยู่ภายใน REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ความจุ 6580mAh ซึ่งตัวเลขนี้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนทั่วไปที่อยู่ที่ 4000-5000mAh แบตเตอรี่แบบพิเศษนี้ให้สมดุลระหว่างความหนาแน่นของพลังงานสูงและความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ใช้งานได้ตลอดทั้งวันอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลแบตหมดกลางวัน แม้จะใช้งานหนักตลอดวันก็ตาม

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

และเมื่อถึงเวลาที่ต้องชาร์จ ความรวดเร็วก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น รองรับการชาร์จเร็ว 45W Turbo Charging ช่วยให้ชาร์จได้รวดเร็ว เติมแบตให้เต็มโดยไม่ต้องรอนาน ชาร์จไปพร้อมๆ กับทำกิจกรรมอื่นได้ ไม่ต้องนั่งรอจนเบื่อ ยิ่งมีระบบชาร์จย้อนกลับ 22.5W อีกด้วย คุณสามารถใช้สมาร์ตโฟนเป็นพาวเวอร์แบงก์ชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง สมาร์ตวอทช์ หรือสมาร์ตโฟนของเพื่อน

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

ที่น่าประทับใจที่สุดคือความคงทนของแบตเตอรี่ในระยะยาว ระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge ช่วยคงความจุแบตเตอรี่ไว้มากกว่า 80% แม้ผ่านการชาร์จกว่า 1,600 รอบ เทียบเท่ากับการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 6 ปี แม้ใช้ไปหลายปีแบตก็ยังทนทาน ไม่เหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไปที่ใช้ไปปีสองปีแบตก็เริ่มเสื่อม นี่คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าจริงๆ

พอพูดถึงแบตอึดที่ใช้ได้ทั้งวันแล้ว คงต้องมีฟีเจอร์ที่ทำให้คุณอยากใช้สมาร์ตโฟนทั้งวัน นั่นก็คือกล้อง REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อมกล้อง AI ความละเอียด 200 MP ขับเคลื่อนด้วยเซนเซอร์ถ่ายภาพ HPE ที่เปิดตัวระดับโลก ความละเอียด 200 ล้านพิกเซลทำให้ได้ภาพคมชัดสุดๆ เห็นรายละเอียดทุกจุด แม้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็จับได้ชัดเจน พร้อมเท็กซ์เจอร์ที่ประณีตและช่วงไดนามิกกว้าง ส่วนเสริมก็ไม่ธรรมดา กล้องรองมี Ultra-wide 8MP เหมาะกับการถ่ายภาพมุมกว้าง

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

ความสามารถของกล้องไม่ได้จบแค่ความละเอียดสูง เพราะยังรองรับการซูมแบบ In-sensor 2x และ 4x ให้รายละเอียดระดับออปติคัล เวลาซูมเข้าไปถ่าย ภาพจะยังคมชัดไม่มัวไม่เบลอ เลนส์หลักครอบคลุมระยะโฟกัส 23 มม. ถึง 92 มม. มอบการเปลี่ยนการซูมที่ลื่นไหลระหว่าง 1x, 2x และ 4x ผสานเทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัสและพลัง AI ขั้นสูง ช่วยเก็บภาพได้สมจริงในทุกเฟรม แม้ในสภาพแสงซับซ้อน

ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ
ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ

ส่วนที่ทำให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นก็คือ AI Engine 200MP รุ่นใหม่ที่ดึงรายละเอียดและสีสันที่เป็นธรรมชาติออกมาได้โดดเด่นในทุกสภาพแสง อัลกอริทึมภาพถ่ายบุคคลความคมชัดสูงมอบรายละเอียดประณีต ถ่ายรูปคนออกมาสวย หน้าเนียน ผิวขาวใส แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ รองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DAG

ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ
ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ
ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ
ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ
ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ
ตัวอย่างภาพกล้องหลังในสถานะการณ์ต่างๆ

และกล้องหน้า 20MP ถ่ายเซลฟี่ได้สวยคมชัด ระบบ AI Beautify ปรับแต่งให้หน้าสวยอัตโนมัติแต่ยังคงเป็นธรรมชาติ Dynamic Shots 2.0 เพิ่มเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวให้ภาพมีชีวิตชีวา พร้อมแชร์ตรงไปยัง Instagram ได้เลย

Xiaomi Redmi Note 15 Pro
ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า
ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า
ตัวอย่างภาพถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า

แน่นอนว่ากล้องที่ดีต้องมาคู่กับประสิทธิภาพที่แรงพอจะประมวลผล สมาร์ตโฟนขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7400-Ultra ใช้เทคโนโลยีการผลิต 4nm มาพร้อม CPU Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.6GHz และ GPU Mali-G615 ทำให้การใช้งานลื่นไหลในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเล่นเกมหนัก ดูหนัง 4K หรือทำงานหลายแอปพร้อมกัน ก็ไม่สะดุดไม่กระตุก

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

รองรับด้วย RAM LPDDR4X และหน่วยความจำ UFS2.2 ให้เลือก 2 แบบคือ 8GB + 256GB และ 12GB + 512GB ช่วยให้สามารถเปิดแอปหลายๆ ตัวพร้อมกันได้โดยไม่ค้าง เก็บข้อมูลได้เยอะ ไม่ต้องลบรูปลบวิดีโอบ่อยๆ

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

สมาร์ตโฟนนี้ขับเคลื่อนด้วย Xiaomi HyperOS 2 ที่ใช้ระบบ Android 15 เป็นฐาน ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลและเป็นระบบมากขึ้น อินเทอร์เฟซดูสะอาดตา ใช้งานง่าย พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน รองรับทั้งการทำงาน

การใช้งานโซเชียล และการสร้างคอนเทนต์ได้อย่างคล่องตัว ทำให้การใช้งานโดยรวมเป็นธรรมชาติและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ระบบจัดการหน่วยความจำอัจฉริยะช่วยให้แอปทำงานได้เร็วขึ้น และยังประหยัดแบตเตอรี่อีกด้วย

Xiaomi HyperOS 2
Xiaomi HyperOS 2

เมื่อพูดถึงฟีเจอร์พิเศษ สิ่งที่โดดเด่นมากคือ Xiaomi Offline Communication ให้คุณสื่อสารด้วยเสียงในระยะระดับกิโลเมตรได้แม้ไม่มีสัญญาณเครือข่าย เหมาะสำหรับการเดินป่า ปีนเขา หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

สำหรับคนที่ชอบใช้เสียงสั่งงาน REDMI Note 15 Pro 5G มาพร้อม Google Gemini ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ฝังอยู่ในระบบ คุณสามารถสั่งงานด้วยเสียงเพื่อควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ในเครื่องได้ ไม่ว่าจะเป็นสั่งเปิดแอป ตั้งการแจ้งเตือน ค้นหาข้อมูล ส่งข้อความ เล่นเพลง เพียงแค่กดปุ่มหรือพูดคำสั่ง Gemini ก็จะทำงานให้ทันที ที่เจ๋งคือ Gemini ไม่ใช่แค่รับคำสั่งแบบตายตัว แต่สามารถคุยโต้ตอบแบบธรรมชาติ ถามคำถามซับซ้อน หรือขอคำแนะนำได้อีกด้วย ยิ่งใช้บ่อยก็จะยิ่งเข้าใจความต้องการเรามากขึ้น ทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้น

Google Gemini

ประสบการณ์มัลติมีเดียก็ไม่ธรรมดา ด้วยลำโพงคู่เสริมพลังเสียงเพิ่มขึ้นสูงสุด 400% รองรับ Dolby Atmos® และ Hi-Res ทำให้เสียงหนักแน่นเต็มอารมณ์ เหมาะสำหรับดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

ยิ่งเปิดใช้งานแล้วก็ยิ่งประทับใจ ความสว่างสูงสุด 3,200 nits เทพมาก ลองเอาไปใช้กลางแจ้งตอนแดดจัดๆ ยังมองเห็นชัดเจน ไม่มืดไม่เป็นมัน อัตราการรีเฟรช 120Hz ทำให้การเลื่อนดูเนื้อหาลื่นไหลราวไหม ไม่สะดุด สัมผัสได้ถึงความต่างจากหน้าจอ 60Hz ทันที

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

ด้านความปลอดภัยก็ไม่ลืม มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอและระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า AI ให้เลือกใช้ตามความสะดวก ตอบสนองเร็ว แม่นยำ

มาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าสมาร์ตโฟนที่มีทั้งความทนทาน สเปกแรง ฟีเจอร์ครบ ราคาคงแพงแน่ๆ แต่เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเรากำลังจะบอกราคาให้คุณได้ทราบกันแล้ว REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB2 วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และรุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท เท่านั้น มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีฟ้าน้ำแข็ง (Glacier Blue) และสีม่วงอ่อน (Mist Purple) สามารถสั่งจองออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 ผ่านช่องทาง ShopeeLazada และ JD Central 

ราคาและโปรโมชั่น

พร้อมรับสิทธิ์พิเศษครอบคลุม ได้แก่ ส่วนลดสูงสุด 3,000 บาท สมาชิก Mi Club Member รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท กระเป๋าสะพายและฟิล์มกระจกฟรี ประกันความเสียหายจากของเหลว หน้าจอ หรือฝาหลัง 1 ครั้ง และประกันแบตเตอรี่ฟรี 1 ครั้ง ภายใน 24 เดือน นอกจากนี้ยังสามารถแลกซื้อ Redmi Buds 6 เพียง 690 บาท หรือ Redmi Watch 5 Active เพียง 690 บาท

สำหรับสมาร์ตโฟนที่มีทุกอย่างครบครันขนาดนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน

หลังจากทดสอบและใช้งาน REDMI Note 15 Pro 5G มาระยะหนึ่ง ต้องบอกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ครบทุกด้าน เหมาะสำหรับคนมือบานพัด คนทำงานกลางแจ้ง และคนชอบผจญภัย

Xiaomi Redmi Note 15 Pro

จุดเด่นที่โดดเด่นสุดคือความทนทานระดับ REDMI Titan Durability ผ่านการรับรอง SGS 5 ดาว กันน้ำกันฝุ่น IP66/IP68/IP69/IP69K ทนต่อการตกจากความสูง 2.5 เมตร พร้อมกระจก Gorilla Glass Victus 2 แบตเตอรี่ 6580mAh ใช้ได้ทั้งวัน อายุยาวนานถึง 6 ปี ชาร์จเร็ว 45W กล้อง 200 MP ถ่ายสวยคมชัดด้วย AI หน้าจอ AMOLED 6.83 นิ้ว ความสว่าง 3,200 nits อัตรารีเฟรช 120Hz

เสริมด้วยชิป MediaTek Dimensity 7400-Ultra ระบบ Xiaomi HyperOS 2 ที่ลื่นไหล Xiaomi Offline Communication สื่อสารได้แม้ไม่มีสัญญาณ Google Gemini สั่งงานด้วยเสียง และระบบเสียง Dolby Atmos®

Redmi Note 15 Pro+ 5G และ Redmi Note 15 Pro 5G

ในราคาเริ่มต้น 9,999 บาท REDMI Note 15 Pro 5G พิสูจน์ว่า “ถึก อึด ทน จะตกกี่รอบ จะร่วงอีกกี่ครั้ง ก็พร้อมไปต่อ” ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่เป็นความจริงที่สัมผัสได้ นี่คือสมาร์ตโฟนที่พร้อมรับมือทุกช่วงเวลาในชีวิตคุณ ไม่ทิ้งคุณไว้กลางทาง ถ้ากำลังมองหาสมาร์ตโฟนทนทาน สเปกดี ฟีเจอร์ครบ ในราคาเข้าถึงได้ เราขอแนะนำเลย

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
รีวิว “vivo V50” กับก้าวใหม่แห่งการถ่ายภาพ ครบเครื่องทั้งสเปก สวยทุกมุมมองด้วยเลนส์ ZEISS
สัมผัสแรกกับ “Galaxy S24 FE” สัมผัสประสบการณ์สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมในราคาเอื้อมถึง
Preview | พรีวิว Xiaomi Mi MIX 3 กล้องสไลด์ตัวจริงหลังการเปิดตัว

Leave Your Reply

*