
แคสเปอร์สกี้ ออกโรงเตือนหลังพบการโจมตีระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรปติดต่อกันสองเดือน ชี้ภัยนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเอเชียแปซิฟิก
นายเอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ เปิดเผยว่า ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุโจมตีระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทั่วยุโรป ผลกระทบเป็นรูปธรรมและเห็นได้ชัด ทั้งสินค้าเสียหาย ยอดขายตก และร้านค้าต้องหยุดชะงัก
ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ เงื่อนไขที่ทำให้การโจมตีเหล่านี้สำเร็จ ไม่ได้มีอยู่แค่ในยุโรป รายงานจากตลาดการค้าชี้ว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งการเติบโตของเมือง โลจิสติกส์ค้าปลีก และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งทั้งหมดนี้ผลักดันความต้องการระบบทำความเย็นที่ซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาค และเมื่อซูเปอร์มาร์เก็ตหันมาใช้ IoT (ระบบอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สำหรับตรวจสอบสภาพแวดล้อมและควบคุมระบบจากระยะไกล) ควบคู่กับระบบประหยัดพลังงาน ก็ยิ่งเปิดช่องให้แฮกเกอร์เข้ามาได้มากขึ้น
ภาคค้าปลีกกลายเป็นเป้าโปรดของแฮกเกอร์มาสักพักแล้ว รายงาน Security Bulletin ปี 2025 ของ แคสเปอร์สกี้ ด้านค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซพบว่า ผู้ค้าปลีกถึง 22.20% เผชิญกับภัยคุกคามจากอุปกรณ์ของตัวเอง และบริษัทในกลุ่มค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซกว่า 8.25% ตกเป็นเหยื่อของ แรนซัมแวร์ (มัลแวร์ที่เข้ารหัสข้อมูลแล้วเรียกค่าไถ่) ที่น่าตกใจกว่าคือจำนวนผู้ใช้งานในองค์กรที่ตรวจพบแรนซัมแวร์พุ่งขึ้นถึง 152% เมื่อเทียบกับปี 2023
การคาดการณ์สำหรับปี 2026 ยิ่งทำให้น่ากังวลขึ้นไปอีก พื้นที่โจมตีในธุรกิจค้าปลีกจะกว้างขึ้น ทั้งในฝั่งลูกค้าผ่านผู้ช่วย AI ช้อปปิ้ง ข้อมูลจากแชทบอท และการค้นหาด้วยรูปภาพ รวมถึงการฉ้อโกงที่ฉวยโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงด้านภาษีและกฎระเบียบการค้า โดยมีผู้ค้าปลีกขนาดเล็กและขนาดกลางเป็นเป้าหมายหลัก
นายเอเดรียน เฮีย ฝากข้อความถึงผู้ค้าปลีกในเอเชียแปซิฟิกว่า ให้มองเหตุการณ์ IoT ในยุโรปครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่ใช่แค่ข่าวต่างแดน ระบบทำความเย็นที่เชื่อมต่อออนไลน์และระบบปฏิบัติการต่างๆ จำเป็นต้องได้รับการรักษาความปลอดภัยอย่างจริงจัง ไม่ต่างจากข้อมูลการชำระเงินและข้อมูลลูกค้า ซึ่งสิ่งที่ต้องทำประกอบด้วย การตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทั้งหมด ไม่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตโดยตรง ใช้ระบบยืนยันตัวตนที่เข้มงวดสำหรับการเข้าถึงระยะไกล แบ่งส่วนเครือข่าย และเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าเมื่อระบบถูกดัดแปลง
แม้สาเหตุที่แท้จริงของการโจมตีในยุโรปยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่บทเรียนที่ แคสเปอร์สกี้ ทิ้งไว้นั้นชัดเจนมาก “หากอุปกรณ์สามารถควบคุมได้จากระยะไกล มันก็สามารถถูกโจมตีจากระยะไกลได้เช่นกัน”