
ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 Meta ได้ยุติการเข้ารหัสแบบ End-to-End บน Instagram DM อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ข้อความส่วนตัวของผู้ใช้งานอาจถูกเข้าถึงได้โดย Meta และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การส่งข้อความโดยตรง (Direct Messages) บน Instagram จะไม่มีระบบเข้ารหัสแบบ End-to-End Encryption หรือ E2EE อีกต่อไป ซึ่งหมายความว่า Meta มีศักยภาพในการเข้าถึงเนื้อหาการสนทนาระหว่างผู้ใช้งาน รวมถึงสามารถเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย
E2EE หรือ End-to-End Encryption คือระบบเข้ารหัสข้อมูลที่ทำให้มีเพียงผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ แม้แต่ผู้ให้บริการอย่าง Meta เองก็ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ ฟีเจอร์นี้ถูกเปิดให้ใช้งานแบบทางเลือก (Opt-in) บน Instagram ตั้งแต่ปี 2566 แต่ Meta ได้ถอดออกอย่างเงียบๆ โดยไม่มีการแจ้งเตือนผู้ใช้งานอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ การเปิดใช้งาน E2EE บน Instagram นั้นไม่ได้สะดวกนักสำหรับผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากต้องเปิดทีละบทสนทนาผ่านการตั้งค่าที่ซ่อนอยู่ลึกในระบบ ไม่มีการเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ และ Meta ไม่เคยแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่ามีตัวเลือกนี้อยู่ ส่งผลให้มีผู้ใช้งานฟีเจอร์นี้น้อยมาก
Meta ระบุว่า “มีผู้ใช้งานเลือกเปิดใช้ End-to-End Encryption ใน DM น้อยมาก เราจึงตัดสินใจนำตัวเลือกนี้ออกจาก Instagram ในช่วงเดือนข้างหน้า” พร้อมแนะนำให้ผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดหันไปใช้ WhatsApp แอปส่งข้อความในเครือเดียวกันที่ยังคงระบบ E2EE ไว้ โดยแอปพลิเคชันอื่นๆ อย่าง iMessage ของ Apple และ Signal ก็ยังคงให้บริการ E2EE เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ของ Meta มีมิติที่น่าสนใจหลายประการ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรคุ้มครองเด็กได้ผลักดันให้ Meta ยกเลิกการเข้ารหัสมาเป็นเวลานาน เพราะ E2EE ทำให้ยากต่อการตรวจสอบเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า Meta เองอาจได้ประโยชน์จากการนำ E2EE ออก เนื่องจากเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถนำเนื้อหาจาก DM ไปใช้ในอัลกอริทึมโฆษณาหรือการฝึกสอนโมเดล AI ได้ในอนาคต แม้ Meta จะยืนยันในปัจจุบันว่าเนื้อหาใน DM ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อโฆษณาแบบเจาะกลุ่ม แต่มีข้อความในนโยบายที่เปิดช่องให้ใช้ข้อมูลเพื่อ “การพัฒนาผลิตภัณฑ์” ได้
จังหวะเวลาของการตัดสินใจนี้ก็น่าจับตามอง เนื่องจากเกิดขึ้นเพียง 11 วันก่อนที่กฎหมาย Take It Down Act ของสหรัฐอเมริกาจะมีผลบังคับใช้ กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องลบภาพหรือวิดีโอที่ไม่ได้รับความยินยอม รวมถึง Deepfake ภายใน 48 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง ซึ่งหาก E2EE ยังคงอยู่ Meta ก็จะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาในข้อความเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายนี้ได้
ความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับทิศทางของ Meta ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้ว Meta เริ่มนำการสนทนาส่วนตัวกับ AI มาใช้ปรับแต่งเนื้อหาและคำแนะนำโฆษณาสำหรับผู้ใช้งาน Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะใช้ข้อมูลอย่างกว้างขวางเพื่อสร้างรายได้ ทั้งนี้ WhatsApp และ Messenger ยังคงมีระบบ End-to-End Encryption ต่อไปในขณะนี้
สำหรับผู้ใช้งาน Instagram ที่มีบทสนทนาแบบ E2EE อยู่ Meta ได้แจ้งวิธีดาวน์โหลดสื่อและข้อความที่ต้องการเก็บรักษาไว้เรียบร้อยแล้ว
อ้างอิง | Macrumors.com