ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องเสียงระดับตำนาน ชื่อ Technics คือหนึ่งในนั้นที่นักฟังเพลงทั่วโลกต่างให้การยอมรับมาหลายทศวรรษ และตอนนี้ Technics กลับมาอีกครั้งพร้อมกับ EAH-AZ100 หูฟัง True Wireless เรือธงรุ่นล่าสุดที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องเสียงเพียงอย่างเดียว

หากยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res ไปจนถึงการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ ได้พร้อมกันสูงสุด 3 เครื่อง บอกเลยว่านี่คือหูฟังตัวจบที่หลายคนตามหา ในราคา 11,990 บาท จะคุ้มหรือเปล่า ตามไปดูกันได้เลย

เปิดกล่องมาปุ๊บ รู้เลยว่าเงินไม่หนีไปไหน
เปิดกล่องมาปุ๊บ สิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยคือความ “พรีเมียม” ที่ไม่ได้แค่แสร้งทำ กล่องตัว Midnight Blue มาพร้อมตัวอักษรยี่ห้อสีทองบนฝากล่อง


ดูสุขุมและมีระดับในแบบที่แค่หยิบขึ้นมาถือก็รู้สึกว่าจ่ายไปแล้วไม่เสียดายแม้แต่บาทเดียว ตัวเคสชาร์จออกแบบมาอย่างรอบคอบ ทั้งไฟบอกสถานะแบตเตอรี่ด้านหน้า

พอร์ต USB-C สำหรับชาร์จไฟด้านหลัง และยังรองรับ Wireless Charging แบบ Qi อีกด้วย วางทิ้งไว้บนแท่นชาร์จแบบไร้สายได้เลย ไม่ต้องงมหาสายให้ยุ่งยาก


แต่ที่ประทับใจมากที่สุดต้องยกให้ตัวหูฟัง ซึ่งใช้วัสดุ อลูมิเนียม ที่ให้ผิวสัมผัสหรูหราและทนทานในคราเดียวกัน แถมยังน้ำหนักเบาเพียง ข้างละ 5.9 กรัม เท่านั้น ใส่แล้วแทบลืมไปเลยว่ามีของอยู่ในหู รูปทรงออกแบบมาในสไตล์ Concha Fit Shape ตามหลักสรีรศาสตร์ กระชับเข้ากับร่องหู ไม่หลุดง่าย แม้จะสวมใส่นานตลอดวันก็ยังสบายโดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด และเพื่อให้พอดีกับหูทุกรูปแบบ ในกล่องยังแถมจุกหูฟังให้เลือกถึง 5 ขนาด พร้อมสรรพ

สำหรับเรื่องสีสันนั้น มีให้เลือกครบ 3 แบบ ทั้ง สีดำ ที่คลาสสิกตลอดกาล สีทองแชมเปญ ที่ดูมีรสนิยม และน้องใหม่มาแรงอย่าง สีน้ำเงินมิดไนท์ ที่ดูสุขุมนุ่มลึก เอาไปแมชท์กับสมาร์ตโฟนเครื่องไหนก็ดูเข้ากันได้ทุกแบบ และไม่ต้องห่วงเรื่องเหงื่อหรือละอองฝน เพราะผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 มาให้เรียบร้อยแล้ว
เสียงดีแค่ไหน และ ANC ตัดเสียงได้จริงหรือเปล่า
นี่คือจุดที่ Technics จัดเต็มมาให้สุดๆ หัวใจของ EAH-AZ100 คือ Magnetic Fluid Driver ขนาด 10 มม. ที่ผสานกับโครงสร้างอลูมิเนียม ช่วยให้การขยับของไดรเวอร์แม่นยำกว่าไดรเวอร์ทั่วไป ผลลัพธ์ที่ได้คือย่านเสียงต่ำที่ลึกและแน่น ขณะที่เสียงร้องมาชัดเจนสมจริง เปิดเพลงทีก็รู้สึกได้ว่านักร้องมายืนอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว

ในแง่ Codec รองรับ LDAC คุณภาพสูงสำหรับการฟังเพลงความละเอียดสูงแบบไร้สายได้เต็มอรรถรส นอกจากนั้นยังรองรับ LE Audio พร้อมตัวแปลงสัญญาณ LC3 เพื่อการส่งสัญญาณเสียงที่มีประสิทธิภาพ และยังมีเทคโนโลยีเสียง 3 มิติ Spatial Audio พร้อม Dolby Atmos® และ Dolby Head Tracking ที่เพิ่มมิติการฟังให้โอบล้อมราวกับนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ส่วนตัว ครบเครื่องทุกมาตรฐานที่นักฟังเพลงตัวจริงต้องการ

ในด้านระบบตัดเสียงรบกวน EAH-AZ100 มาพร้อม Adaptive ANC ที่ทำงานร่วมกับไมโครโฟนแบบ Feed Forward และ Feed Back โดยปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์อัตโนมัติ ไม่ว่าจะอยู่ในออฟฟิศที่เงียบสงบหรือนั่งรถไฟฟ้าที่อึกทึกครึกโครม ก็รับมือได้อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์
และสำหรับเรื่องการโทรศัพท์นั้นก็ไม่น้อยหน้าใครเลย เพราะมาพร้อมเทคโนโลยี Voice Focus AI พร้อมไมโครโฟนถึง 3 ตัว ที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปลายสายได้ยินเสียงคุณชัดเจน แม้จะอยู่ในสถานที่วุ่นวายแค่ไหนก็ตาม
ต่อสมาร์ตโฟนพร้อมกัน 3 เครื่อง และแอปฯ ที่ตอบทุกโจทย์การใช้งาน
นี่คือฟีเจอร์ที่ทำให้ Technics EAH-AZ100 แตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน ด้วย Multipoint Connection ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กได้พร้อมกันสูงสุด 3 เครื่อง สลับการใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องกด Disconnect ให้วุ่นวาย เหมาะมากสำหรับคนทำงานที่มีอุปกรณ์หลายชิ้นบนโต๊ะและต้องสลับรับสายหรือฟังเพลงจากหลายแหล่งในคราเดียว ทั้งนี้ควรทราบว่าเมื่อใช้งานโหมด Multipoint ฟีเจอร์ LDAC จะไม่สามารถทำงานได้

เพื่อรีดประสิทธิภาพของหูฟังออกมาให้สุด ต้องพูดถึงแอปพลิเคชัน Technics Audio Connect ที่ออกแบบหน้าตามาให้ใช้งานง่ายและตอบโจทย์ครบในที่เดียว

ไม่ว่าจะเป็นการปรับ EQ ตามรสนิยมหรือจะ Custom เองแบบเต็มๆ ตั้งค่า ANC หรือโหมด Ambient Sound ให้ได้ยินเสียงรอบข้าง เช็กเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ของหูฟังซ้าย-ขวาแยกกัน ปรับแต่งปุ่ม Touch Sensor ตามความถนัด รวมถึงทดสอบการทำงานของระบบ Voice Focus AI ได้ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว ทุกอย่างจบในแอปเดียว สะดวกสบายจริงๆ

ในเรื่องแบตเตอรี่ก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมสำหรับหูฟัง TWS ระดับเรือธง ตัวหูฟังเพียวๆ ฟังเพลงต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC และเมื่อรวมกับเคสชาร์จ ยาวนานรวมสูงสุด 28 ชั่วโมง เรียกว่าชาร์จครั้งเดียวก็ใช้ได้ข้ามวันข้ามคืนแบบไม่ต้องห่วง
ราคา 11,990 บาท กับหูฟังตัวจบที่ไม่ต้องมองหาอีกแล้ว
Technics EAH-AZ100 พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของในราคา 11,990 บาท มีให้เลือก 3 สี ทั้ง Black, Champagne Gold และ Midnight Blue โดยสี Midnight Blue คือสีใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่ายพร้อมกับอีก 2 สีที่มีก่อนหน้านี้แล้ว

สรุปตรงๆ ว่า Technics EAH-AZ100 คือหูฟัง TWS ที่ “ครบเครื่อง” ที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดตอนนี้ เหมาะสำหรับทั้งคนรักเสียงเพลงที่ต้องการคุณภาพระดับ Audiophile และคนทำงานที่ต้องใช้สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกันในชีวิตประจำวัน ดีไซน์พรีเมียมจริง เสียงเต็มจริง แบตอึดจริง ถ้ากำลังมองหาหูฟังตัวจบสักคู่ที่คุ้มค่าแก่การลงทุน รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้เกือบทุกอย่างที่ต้องการครับ