News

Apple เปิดตัว MacBook Air ชิป M5 แรงขึ้น เก็บข้อมูลได้มากขึ้น พร้อม Wi-Fi 7 ในดีไซน์บางเบาเหมือนเดิม

Apple ประกาศเปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ล่าสุดที่ขับเคลื่อนด้วยชิป M5 อย่างเป็นทางการ โดยอัปเกรดทั้งพลังประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และการเชื่อมต่อไร้สายรุ่นใหม่ ภายใต้ดีไซน์อะลูมิเนียมบางเบาที่เป็นเอกลักษณ์

ชิป M5 กับประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดด

หัวใจสำคัญของ MacBook Air รุ่นนี้คือชิป M5 ซึ่งมาพร้อม CPU แบบ 10-core ที่ Apple อ้างว่าเป็นคอร์ CPU ที่เร็วที่สุดในโลก ทำให้การตอบสนองของระบบฉับไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน GPU สูงสุดแบบ 10-core ก็มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Neural Accelerator ซึ่งถูกฝังไว้ในทุกคอร์ของ GPU ทำให้ความสามารถในการประมวลผลงาน AI (ปัญญาประดิษฐ์) บนเครื่องเร็วขึ้นอย่างมาก

John Ternus รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของ Apple กล่าวว่า ชิป M5 จะช่วยให้ MacBook Air จัดการงานได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน ไปจนถึงเวิร์กโหลดงานสร้างสรรค์ พร้อมประสิทธิภาพด้าน AI ที่เร็วกว่าเดิม

ตัวเลขที่ Apple นำเสนอนั้นน่าสนใจไม่น้อย เมื่อเทียบกับ MacBook Air รุ่นชิป M4 ประสิทธิภาพด้าน AI เร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่า และหากย้อนไปเทียบกับรุ่นชิป M1 จะเร็วขึ้นสูงสุดถึง 9.5 เท่า ในส่วนของการทำงานจริง การปรับแต่งวิดีโอด้วย AI ใน Topaz Video เร็วขึ้นสูงสุด 6.9 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น M1 และเร็วขึ้นสูงสุด 1.9 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น M4 ส่วนการเรนเดอร์ภาพ 3 มิติด้วยเรย์เทรซซิ่ง (Ray Tracing — เทคโนโลยีจำลองแสงเพื่อให้ภาพสมจริง) ใน Blender ก็เร็วขึ้นสูงสุด 6.5 เท่าจากรุ่น M1 และ 1.5 เท่าจากรุ่น M4

นอกจากนี้ชิป M5 ยังมาพร้อมเอนจิ้นเรย์เทรซซิ่งรุ่นที่ 3 ที่เพิ่มพลังให้การเล่นเกมและงานกราฟิก 3 มิติ รวมถึงหน่วยความจำแบบรวม (Unified Memory) ที่มีแบนด์วิดท์สูงถึง 153GB/s ซึ่งมากกว่าชิป M4 ถึง 28% ช่วยให้การทำงานหลายอย่างพร้อมกันราบรื่นขึ้นและเปิดแอปได้เร็วกว่าเดิม Apple ยังระบุว่าเมื่อเทียบกับแล็ปท็อป PC ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra X7 การท่องเว็บบน MacBook Air เร็วขึ้นสูงสุด 50% และงานหนักมีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า

พื้นที่จัดเก็บเพิ่มเท่าตัว SSD เร็วขึ้น 2 เท่า

อีกหนึ่งการอัปเกรดที่สำคัญคือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 512GB จากเดิม 256GB และเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งตามสั่งได้สูงสุดถึง 4TB ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องจัดการกับโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่หรือเก็บเกมจำนวนมาก นอกจากนี้ SSD (Solid State Drive — อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูง) ตัวใหม่ยังมีประสิทธิภาพการอ่านและเขียนข้อมูลเร็วขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยให้การนำเข้าไฟล์ขนาดใหญ่หรือการประมวลผลงาน AI บนเครื่องทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 ด้วยชิป Apple N1

MacBook Air รุ่นใหม่มาพร้อมชิป Apple N1 ซึ่งเป็นชิประบบเครือข่ายไร้สายที่ Apple ออกแบบขึ้นเอง รองรับ Wi-Fi 7 (มาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายรุ่นล่าสุดที่ให้ความเร็วและความเสถียรสูงขึ้น) และ Bluetooth 6 เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ว่าจะใช้งานที่ใดก็ตาม

คุณสมบัติครบครันในดีไซน์ที่คุ้นเคย

แม้จะได้รับการอัปเกรดภายในอย่างมาก แต่ MacBook Air ยังคงรักษาดีไซน์แบบอะลูมิเนียมบางเบาไร้พัดลมไว้เหมือนเดิม มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina ความสว่าง 500 นิตที่รองรับสีสัน 1 พันล้านสี ให้ภาพคมชัดสดใส ทั้งรุ่นหน้าจอ 13.6 นิ้วสำหรับผู้ที่เน้นพกพา และรุ่น 15.3 นิ้วสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่หน้าจอกว้างขึ้น

ด้านแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง ซึ่ง Apple ระบุว่ามากกว่า MacBook Air ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel ถึง 6 ชั่วโมง พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่

กล้อง Center Stage ความละเอียด 12MP พร้อมฟีเจอร์มุมมองด้านหน้าโต๊ะช่วยให้การวิดีโอคอลมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ขณะที่ชุดไมโครโฟน 3 ตัวให้เสียงพูดคมชัด และระบบลำโพงรองรับเสียงเชิงมิติพื้นที่ (Spatial Audio) พร้อม Dolby Atmos สำหรับประสบการณ์การฟังเพลงและรับชมภาพยนตร์แบบ 3 มิติ ส่วนการเชื่อมต่อมาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 2 พอร์ต รองรับจอภาพภายนอกได้สูงสุด 2 จอ และมีพอร์ตชาร์จ MagSafe แยกต่างหาก

macOS Tahoe และ Apple Intelligence

MacBook Air รุ่นนี้ทำงานบนระบบปฏิบัติการ macOS Tahoe ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ Liquid Glass ใหม่ที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งหน้าตาของ Mac ได้หลากหลายขึ้น ทั้งสีของโฟลเดอร์ ไอคอนแอป และวิดเจ็ต ขณะที่ Apple Intelligence ซึ่งเป็นระบบ AI ของ Apple ก็เพิ่มความสามารถใหม่ เช่น การแปลภาษาสดในแอปข้อความ การจัดหมวดหมู่อัตโนมัติในแอปเตือนความจำ และแอปคำสั่งลัดที่เชื่อมต่อกับโมเดล AI ได้โดยตรง ช่วยสร้างการทำงานอัตโนมัติอย่างการดึงข้อมูลจากไฟล์ PDF แล้วเพิ่มลงในสเปรดชีต

คุณสมบัติความต่อเนื่อง (Continuity) ยังได้รับการขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยมีแอปโทรศัพท์บน Mac ที่ช่วยให้ผู้ใช้รับสายจาก iPhone ที่อยู่ใกล้ได้ รวมถึงกิจกรรมสดที่แสดงในการสะท้อนหน้าจอ iPhone และเอฟเฟ็กต์ไฟขอบใหม่สำหรับวิดีโอคอลที่ช่วยให้ใบหน้าของผู้ใช้ดูสว่างสดใสในทุกสภาพแสง

ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

MacBook Air พร้อมชิป M5 ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 55% ประกอบด้วยอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ในตัวเครื่องและโคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่ การผลิตทั่วทั้งซัพพลายเชนใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 50% สอดคล้องกับเป้าหมายของ Apple ที่ต้องการทำให้ทุกกิจกรรมมีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 นอกจากนี้ตัวเครื่องยังได้รับการออกแบบให้ทนทานและซ่อมแซมได้ ส่วนบรรจุภัณฑ์กระดาษทำจากเยื่อไม้ 100% และนำไปรีไซเคิลได้

ราคาและการวางจำหน่ายในประเทศไทย

MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว พร้อมชิป M5 มีราคาเริ่มต้นที่ 36,900 บาท และราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 33,490 บาท ส่วนรุ่น 15 นิ้ว มีราคาเริ่มต้นที่ 44,900 บาท และราคาส่งเสริมการศึกษาเริ่มต้นที่ 41,390 บาท ทั้งสองรุ่นมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สกายบลู มิดไนท์ สตาร์ไลท์ และเงิน โดยสามารถสั่งซื้อได้ทาง apple.com/th/store และแอป Apple Store ทุกรุ่นจะเริ่มจัดส่งและวางจำหน่ายใน Apple Store รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple ในประเทศไทยเร็วๆ นี้

ลูกค้าสามารถนำคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมมาแลกเป็นเครดิตผ่านบริการ Apple Trade In ได้ที่ apple.com/th/shop/trade-in และผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมสามารถเลือกซื้อ AppleCare+ ซึ่งครอบคลุมอุบัติเหตุอย่างการตกกระแทกและน้ำหกใส่ พร้อมบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่และการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญของ Apple

SHARE
กองบรรณาธิการ Techhaus ผู้ซึ่งหลงรักในเรื่องไอที ชอบเล่น Gadget ใหม่ๆ ชื่นชอบการถ่ายทอดข้อมูล และเชื่อว่าทุกอย่างรอบตัวยังคงหมุนไปเรื่อยๆ
View Website
RELATED POSTS
Infinix เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด “HOT 11 Series” เร็วสุด สนุกเต็มสปีด
iPhone 17 จะขึ้นราคาหรือไม่? ข่าวลือล่าสุดเผยแล้ว
เปิดตัว “OPPO Reno7 Z 5G” สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ในราคาเพียง 12,990 บาท

Leave Your Reply

*