News PR

Sony WF-1000XM6 หูฟัง True Wireless ตัดเสียงรบกวนตัวท็อปรุ่นใหม่ เปิดตัวในไทย ราคา 11,990 บาท

โซนี่ ไทย เปิดตัว WF-1000XM6 หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวนเรือธงรุ่นล่าสุดในตระกูล 1000X Series พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 11,990 บาท ชูจุดเด่นเรื่องคุณภาพเสียงที่ผ่านการจูนจากทีมซาวด์เอ็นจิเนียร์ระดับรางวัลแกรมมี่

มร. หนิง เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า WF-1000XM6 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อถ่ายทอดสารและห้วงอารมณ์จากครีเอเตอร์ โดยเฉพาะผู้สร้างผลงานเพลง ให้ไปถึงผู้ฟังอย่างครบถ้วนที่สุด แม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในโน้ตดนตรี

Sony WF-1000XM6

นายณิชภูมิ เอื้อสกุลเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่ม Personal Entertainment บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด อธิบายเพิ่มเติมว่า หูฟังรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงในรุ่นก่อนหน้า โดยเทคโนโลยี Active Noise Cancelling หรือระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็กทีฟ มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่น WF-1000XM5 ถึง 25% โดยเฉพาะในย่านเสียงกลางถึงสูง ซึ่งเป็นย่านความถี่ที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุยของผู้คน เสียงยานพาหนะบนท้องถนน หรือเสียงรบกวนในร้านคาเฟ่

หัวใจสำคัญของการตัดเสียงรบกวนอยู่ที่ชิปประมวลผล HD Noise Cancelling Processor QN3e ที่ควบคุมการทำงานของไมโครโฟนทั้ง 4 ตัว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนที่มีเพียง 3 ตัว ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลอัจฉริยะ Integrated Processor V2 และระบบ Adaptive Noise Cancelling Optimiser ที่วิเคราะห์เสียงรบกวนภายนอกและสภาพการสวมใส่ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมปรับการตัดเสียงให้เหมาะกับรูปทรงหูเฉพาะบุคคลของผู้ใช้แต่ละคน แม้แต่เสียงที่อาจเล็ดลอดผ่านช่องว่างระหว่างจุกหูฟังกับรูหูก็ถูกจัดการได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ หูฟังยังมาพร้อมจุกหูฟัง Noise Isolation Earbud Tips ที่ โซนี่ ออกแบบเฉพาะ มีให้เลือก 4 ขนาด เพื่อความพอดีที่กระชับในทุกรูปทรงของใบหู ช่วยเสริมประสิทธิภาพการป้องกันเสียงรบกวนในระดับสูงสุด

ในด้านคุณภาพเสียง WF-1000XM6 ใช้พลังการประมวลผลจากโปรเซสเซอร์ 2 ตัวทำงานร่วมกัน โดยชิป QN3e ขับเคลื่อนภาคขยายเสียง DAC (Digital-to-Analog Converter) ซึ่งเป็นวงจรแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นเสียงอนาล็อก ที่ได้รับการพัฒนาให้ถ่ายทอดทุกรายละเอียดได้คมชัดยิ่งขึ้น ขณะที่ Integrated Processor V2 รองรับการประมวลผลเสียงแบบ 32-bit จากเดิม 24-bit ในรุ่นก่อนหน้า ทำให้ได้เสียงที่มีความละเอียดสูงและเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น

โซนี่ ยังพัฒนาไดรเวอร์ยูนิตใหม่สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ ออกแบบไดอะแฟรม (Diaphragm) หรือแผ่นสั่นสะเทือนที่สร้างเสียง ให้มีโครงสร้างพิเศษผสมผสานวัสดุที่แตกต่างกันระหว่างส่วนโดมกับขอบ โดยขอบที่นุ่มช่วยสร้างเสียงเบสลึกและเต็มอิ่ม ในขณะที่โดมที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงช่วยให้เสียงแหลมชัดเจนและครอบคลุมย่านความถี่สูงได้มากขึ้น พร้อมเพิ่มรอยบากพิเศษที่ขอบไดอะแฟรมเพื่อลดความเพี้ยนของเสียง อีกทั้งยังรองรับเทคโนโลยีเสียงคุณภาพสูงอย่าง Hi-Res Audio Wireless ระบบอัปสเกลเสียง DSEE Extreme ที่ยกระดับไฟล์เพลงคุณภาพต่ำให้ใกล้เคียงระดับ Hi-Res ระบบเสียงรอบทิศทาง 360 Reality Audio พร้อมการปรับแต่งเสียงได้ 10 Band EQ ผ่านแอปพลิเคชัน Sony | Sound Connect รวมถึงฟีเจอร์ Headtracking และ Background Music Effect

Sony WF-1000XM6

สิ่งที่ทำให้ WF-1000XM6 แตกต่างจากหูฟังไร้สายทั่วไปคือกระบวนการจูนเสียง โดย โซนี่ ได้ร่วมมือกับสตูดิโอชั้นนำระดับโลกในการปรับจูนเสียงอย่างพิถีพิถัน ภายใต้คำแนะนำจากทีมวิศวกรเสียงระดับรางวัลแกรมมี่ ประกอบด้วย แรนดี้ เมอร์ริลล์ (Randy Merrill) จาก Sterling Sound ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของ Ed Sheeran, คริส เกอร์ริงเจอร์ (Chris Gehringer) ผู้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Rihanna และ Lady Gaga, ไมค์ เพียเซนตินี (Mike Piacentini) จาก Battery Studios ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงของ Bob Dylan และ ไมเคิล โรมาโนสกี (Michael Romanowski) จาก Coast Mastering ผู้มีผลงานร่วมกับ Alicia Keys รวมถึงเพลงประกอบภาพยนตร์ Star Wars ภาค 4, 5 และ 6 ด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ หูฟังจึงถูกออกแบบมาให้ถ่ายทอดเสียงได้อย่างที่ศิลปินต้องการอย่างแท้จริง ทั้งความลึก รายละเอียด และอารมณ์ของเสียงที่ซื่อตรงต่อจินตนาการต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

ด้านคุณภาพเสียงสนทนา WF-1000XM6 มาพร้อมไมโครโฟน 2 ตัว และ Bone Conduction Sensor (เซ็นเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูก) ในแต่ละข้าง ใช้เทคโนโลยีอัลกอริทึม AI Beamforming ขั้นสูงในการแยกเสียงพูดของผู้ใช้ออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงอย่างชัดเจนแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ซึ่ง โซนี่ ระบุว่าเป็นคุณภาพไมค์สนทนาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา หูฟังรุ่นนี้ยังรองรับการใช้งาน Google Gemini ผู้ช่วย AI ที่ทำให้การสั่งงานแบบแฮนด์ฟรีสะดวกยิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถพูดคุยกับ Gemini Live เพื่อแชร์ไอเดีย เพิ่มรายการใน Google Keep หรือจัดตารางใน Google Calendar ได้โดยไม่ต้องแตะโทรศัพท์ พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง Auto Play, Adaptive Sound Control ที่ปรับเสียงอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม และ Quick Access สำหรับเรียกใช้งานด่วน

ในเรื่องของดีไซน์ WF-1000XM6 ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) โดยตัวหูฟังโค้งรับกับสรีระภายในของใบหูอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดแรงกดทับและความรู้สึกอึดอัดเมื่อสวมใส่ ดีไซน์ใหม่มีขนาดตัวเครื่องบางลงกว่ารุ่นก่อนหน้าราว 11% ช่วยลดการเสียดสีกับบริเวณโครงสร้างซับซ้อนของใบหู ทำให้สวมใส่สบายแม้ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน โครงสร้างระบายอากาศออกแบบใหม่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในตัวหูฟัง ลดเสียงรบกวนภายในจากเสียงฝีเท้าหรือเสียงเคี้ยวอาหาร ด้านวัสดุมาพร้อมพื้นผิว Premium Matte Texture ที่ให้สัมผัสเรียบหรู โดยสีดำ (Black) ถ่ายทอดความหรูหราแบบ Quiet Luxury ด้วยโทนสีลุ่มลึกและผิวสัมผัสแมตต์ ขณะที่สีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) ให้ความรู้สึกเบาสบาย เคสชาร์จได้รับการปรับปรุงให้เปิดใช้งานได้ง่ายด้วยมือเดียวและหยิบหูฟังออกมาได้สะดวกกว่าที่เคย

ด้านการเชื่อมต่อ WF-1000XM6 ใช้อัลกอริทึมขั้นสูงและเสาสัญญาณขนาดใหญ่ขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่ออย่างเห็นได้ชัด พร้อมรองรับเทคโนโลยี LE Audio ซึ่งเป็นมาตรฐาน Bluetooth รุ่นถัดไปที่มาพร้อมค่าหน่วงต่ำพิเศษ (Low Latency) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นเกมหรือการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำแบบเรียลไทม์ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสูงสุดถึง 24 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ รองรับการชาร์จแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยี Qi และเทคโนโลยีชาร์จไว โดยชาร์จเพียง 5 นาทีก็ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง

WF-1000XM6 ยังถูกออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้พลาสติกรีไซเคิลแบบหมุนเวียน (Circular Material) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของพลาสติกทั้งหมดที่ใช้ในตัวผลิตภัณฑ์ ช่วยลดการพึ่งพาพลาสติกใหม่ที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ปราศจากพลาสติก 100%

Sony WF-1000XM6

WF-1000XM6 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในราคา 11,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ (Black) และสีแพลตตินัมซิลเวอร์ (Platinum Silver) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรับฟรีลำโพงพกพา Sony ULT FIELD 1 มูลค่า 4,990 บาท เมื่อซื้อหูฟังและลงทะเบียนรับประกันสินค้า My Sony ผ่านไลน์ @SonyThai พร้อมตอบแบบสอบถามที่จะได้รับทางอีเมลภายในวันเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2569 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.sony.co.th หรือสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูล โซนี่ โทร. 0-2715-6100

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
หัวเว่ยหนุนภาคอุตสาหกรรมพลังงาน จับมือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) 
POCO เปิดตัว X7 Series พร้อมรุ่นพิเศษ Iron Man Edition ในไทย ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพและดีไซน์สุดล้ำ
ซัมซุงแจกฟิลเตอร์ IG Story สุดเก๋ เนรมิต “ไลฟ์สไตล์ทีวี” ถึงบ้าน

Leave Your Reply

*