คุณเคยรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่ใช้งาน iPhone ของคุณ ที่มีอาการตอบสนองช้าหรืออยู่ดีๆ หน้าจอสีดำหรือไม่? บอกเลยว่านี่เป็นปัญหาทั่วไปที่ผู้ใช้จำนวนมากทั่วโลกเคยเจอมา

โดยมากแล้วจะค้นพบว่าอาจจะเกิดจากฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ทำงานผิดปกติ อาจเป็นประสบการณ์ที่น่าหงุดหงิดดำไม่บ่อย แต่วันนี้เราแนะนำว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้ iPhone ทำงานช้าและอาการจอดำ มาดูกันเลย

1. ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่ iPhone ของคุณหมดหรือไม่

เรื่องแรกอาจจะไม่ได้ประเด็นที่ร้ายแรงมาก เพราะแบตเตอรี่ของเครื่องอาจจะอยู่ในสถานที่หมดสภาพ หรือ iPhone ของคุณอาจเสื่อมลง วิธีแก้ปัญหา อาจจะให้แก้ด้วยการใช้เงินแก้ปัญหาทั้ง เปลี่ยนแบตเตอรี่ และปรับในเมนูตั้งค่าให้เลือกใช้งานให้ประสิทธิภาพสูงได้ แต่ถ้าไงไม่ดีขึ้นอาจจะต้องดูขั้นตอนถัดไป 

check-if-your-iphone-battery-
2. ตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากแอปที่ทำงานผิดปกติหรือไม่ 

ต่อมาคือ ต้องลองเช็คตรวจสอบ แอปบางตัวที่มีปัญหาบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดปัญหาหน้าจอสีดำของ iPhone หากแอปไม่ได้รับอัปเดตเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อแก้ปัญหานี้ได้

แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้อาจจะต้องลบออกและหาโปรแกรมอื่นแทนดีกว่า

3. ในบางครั้งเราก็ควรทำการรีสตาร์ท iPhone บ้าง (ทำเถอะมันดีมาก)

หากทุกขั้นตอนไม่ได้ผลแนะนำว่าลง Restart เครื่องบ้างก็ดี เพราะการทำวิธีนี้จะช่วยล้างไฟล์ที่ประมวลผลค้างหรือ Cache Memory และการทำงานจะถูกปรับเปลี่ยนได้แบบถูกต้อง

press-and-quickly-release-vol
press-and-hold-the-side-butto
4. อีกทางของการแก้ปัญหาที่คุณสามารถทำได้เองเบื้องต้นคือการรีเซ็ต iPhone โดยใช้ Mac หรือ PC เป็นการตั้งค่าโรงงาน

เมื่อคุณใช้วิธีที่จัดการจากมือถือหมดแล้วแต่ยังไม่หาย อาจจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหา อาจจะเป็นการโอน Flies ออก หรือจะเป็นการรีเซ็ตเครื่องออกไปเท่านั้นเอง

goto-general-and-click-on-res
5. อัปเดต iPhone ผ่าน Mac หรือ PC

ประเด็นหนึ่งที่ทำให้เครื่องไม่สามารถใช้งานได้ เราสามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการ โดยถ้ากดอัปเดตผ่าน iTunes หรือ ใช้ Mac ในการอัปเดตเช่นเดียวกัน แต่อย่าลืมสำลองข้อมูลก่อนเพราะการทำแบบนี้ข้อมูลอาจจะหายไปได้

6. บางครั้งคุณอาจต้องพึ่งพาแอปของบุคคลที่สามหรือ third party เพื่อกู้คืน iPhone

ถ้าใช้ iTunes ไม่ได้ผลอาจจะใช้โปรแกรมอื่นๆ เช่น FoneGeek iOS เพื่อจัดการข้อมูลและกู้คืนข้อมูลต่างๆ ของ iPhone ได้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะต้องศึกษาวิธีการเล็กน้อยนะ

7. และไม้สุดท้ายหากมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากทดลองทั้ง 6 ข้อเบื้องต้นนั้นก็คือการติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Apple คือทางออกที่ดีสุด!

หากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ผล ทางออกเดียวคือขอความช่วยเหลือจากฝ่ายสนับสนุนของ Apple ด้วยสิ่งนี้ คุณจะสามารถหาทางออกให้กับปัญหาของคุณได้ และหากคุณมี Apple Care+ คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะจะช่วยให้คุณได้รับการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมในราคาที่ถูกหรือฟรี ก็เป็นเป็นไปได้ แต่ประกันเครื่องไม่หมดก่อนนะ

ที่มา – www.igeeksblog.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
รู้ก่อน รีบปรับ กับ 7 สุดยอดเครื่องมือดิจิทัลสำหรับเจ้าของธุรกิจในยุคที่มีการแพร่ระบาด
วิธีตัดเสียงรบกวน iPhone เวลาโทรให้เสียงรอบข้างเงียบ ตั้งค่าตามนี้
รวมฟีเจอร์ธรรมดาบนมือถือที่กินไฟ “ยับ” ถ้าปิดสักนิดจะอยู่ได้นานแน่นอน

Leave Your Reply

*