News PR

ซีอีโอทรูชี้ AI ต้องเขย่าโครงสร้างองค์กรทั้งใบ ไม่ใช่แค่เพิ่มความเร็ว

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยว่าการใช้ AI ในองค์กรต้องปรับทั้งโครงสร้าง อำนาจตัดสินใจ และวิธีทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่เร่งงานหรือลดต้นทุน

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น ขึ้นเวที CP Innovation Expo and Symposium 2026 ด้วยมุมมองที่ท้าทายแนวคิดเดิมเกี่ยวกับ AI ในองค์กร เขาชี้ว่าการนำ AI มาใช้จริงไม่ควรหยุดอยู่แค่การเพิ่มความเร็วหรือลดต้นทุนการดำเนินงาน แต่ผู้นำองค์กรต้องกล้าทบทวนโครงสร้างการทำงานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การแบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบ ไปจนถึงการจัดสรรทรัพยากรและอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้พนักงานสามารถใช้ขีดความสามารถที่ AI เพิ่มให้ไปสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจและลูกค้าได้อย่างเต็มที่

เบรกเก้ ยังได้ตั้งคำถามกับผู้เข้าร่วมงานในวันนั้นและพบว่าราว 30% เชื่อว่า AI จะเข้ามาทำงานแทนพวกเขาในที่สุด ขณะที่เมื่อถามถึงประโยชน์สูงสุดของ AI ต่อธุรกิจ กลุ่มใหญ่ที่สุด 58% เลือกเรื่องประสิทธิภาพและผลิตภาพเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย 20% ที่มองว่า AI ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีและเร็วขึ้น ส่วนการสร้างธุรกิจใหม่และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้รับคะแนน 12% และ 10% ตามลำดับ เบรกเก้ มองว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีโอกาสอีกมากในการขยาย AI ออกไปสร้างบริการและตลาดใหม่ มากกว่าแค่ปรับปรุงงานที่ทำอยู่เดิม

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น

ในแง่โครงสร้างองค์กร เบรกเก้ เห็นว่า AI ช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลและทำงานข้ามสายงานได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้องค์กรมีโอกาสลดขั้นตอนการประสานงานที่ซ้ำซ้อนและปรับโครงสร้างให้แบนราบและคล่องตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกว่าคือการกำหนด “คุณค่า” ของแต่ละบทบาทให้ชัดเจน มากกว่าการมุ่งลดจำนวนผู้บริหารระดับกลาง และยังต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจ AI กับบุคลากรที่มีประสบการณ์ วิจารณญาณ และความเข้าใจธุรกิจเชิงลึก

สำหรับ ทรู คอร์ปอเรชั่น เอง บริษัทกำลังปรับรูปแบบการดำเนินงานด้วยการตั้งเป้าเชื่อมโยงข้อมูลยอดขาย รายได้ ต้นทุน และการใช้งานเครือข่ายผ่านระบบ Business Intelligence หรือ BI (ระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจเพื่อประกอบการตัดสินใจ) พร้อมคำแนะนำจาก AI เพื่อให้พนักงานที่ทำงานใกล้ชิดลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือโครงการ Nano Cluster ที่แบ่งพื้นที่ตลาดทั่วประเทศไทยออกเป็นประมาณ 6,000 พื้นที่ย่อย โดยแต่ละพื้นที่มีผู้รับผิดชอบบริหารเป้าหมายและงบประมาณของตัวเอง พร้อมใช้ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลคู่แข่ง ผลการดำเนินงาน และคำแนะนำจาก AI ประกอบกับความเข้าใจพื้นที่จริงในการตัดสินใจ เพื่อลดการรอคำตัดสินใจจากส่วนกลางในทุกเรื่อง

เบรกเก้ เสนอกรอบแนวคิดสำหรับ AI Transformation ใน 3 มิติ ได้แก่ Reimagine (มองหาความเป็นไปได้ใหม่), Transform (ปรับรูปแบบการดำเนินงาน) และ Engage (เปิดให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วม) พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ต้องเป็นวาระของผู้นำและทุกหน่วยธุรกิจ ไม่ใช่แค่ภารกิจของฝ่าย IT เพราะการออกแบบงาน การกำหนดอำนาจตัดสินใจ และการสร้างคุณค่าใหม่ให้ลูกค้านั้นต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งองค์กร สิ่งที่เขาเรียกว่า “You and I Transformation”

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
เสียวหมี่ จับมือ อิเกีย เชื่อม Smart Home เข้ากับอุปกรณ์และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน
Garmin จับมือ แทมมี่ แทมมารีน จัดคลาสเทนนิสสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเปิดตัว LILY 2 Active สมาร์ทวอทช์เพื่อสาวแอคทีฟ
realme จัดโปรต้อนรับเดือนมีนาคม ‘3.3 realme ไม่ได้มีดีแค่มือถือ’ ลดสูงสุด 40%

Leave Your Reply

*