CARS

Xiaomi ทุ่มทำ EV จนขาดทุนหนัก แต่ยอดส่งมอบพุ่ง 28% ในไตรมาส 2 ปี 2026

Xiaomi เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 พบว่าแผนก EV ขาดทุนจากการดำเนินงานกว่า 2,600 ล้านหยวน แม้ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูงถึง 28.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

การเดินหน้าสู่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีนเผชิญแรงกดดันทางการเงินอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2026 โดยแผนกรถยนต์ไฟฟ้า AI และธุรกิจใหม่รายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงาน (Operating Loss) สูงถึง 2,600 ล้านหยวน (ราว 327 ล้านยูโร) แม้ตัวเลขนี้จะดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่ขาดทุนถึง 3,100 ล้านหยวน แต่ก็นับเป็นการขาดทุนต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง และสวนทางกับช่วงสั้น ๆ ในปี 2025 ที่แผนกรถยนต์เคยทำกำไรได้จริง

ด้านรายได้รวมของแผนกนี้ยังคงแข็งแกร่ง โดยพุ่งขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับ 24,900 ล้านหยวน (ราว 3,160 ล้านยูโร) ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขายรถ EV โดยตรงถึง 23,900 ล้านหยวน ส่วนที่เหลืออีก 1,000 ล้านหยวนมาจากธุรกิจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่พัฒนาเองในชื่อ MiMo อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของแผนกรถยนต์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 26.4% ในปีที่แล้วเหลือเพียง 19.2% ในไตรมาสนี้

สาเหตุหลักของการบีบตัวของอัตรากำไรมาจากการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix หรือสัดส่วนสินค้าที่ขายออกไป ช่วงแรกผู้ซื้อนิยมรุ่นท็อปสุดอย่าง SU7 Ultra ที่ให้กำไรต่อคันสูง แต่ความต้องการตลาดปัจจุบันหันมาหารุ่นราคาย่อมเยากว่า ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อคันลดลง 9.6% มาอยู่ที่ 229,312 หยวน (ราว 29,040 ยูโร) ประกอบกับต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้น และงบวิจัยและพัฒนา (R&D) ทั้งกลุ่มที่สูงถึง 9,200 ล้านหยวน ซึ่งส่วนหนึ่งทุ่มไปกับโครงสร้างพื้นฐาน AI

แม้ตัวเลขทางการเงินจะน่ากังวล แต่ยอดส่งมอบรถยนต์กลับสดใสอย่างน่าประหลาดใจ Xiaomi ส่งมอบรถได้ 104,199 คันในไตรมาส 2 เติบโต 28.2% เมื่อเทียบปีต่อปี ท่ามกลางภาวะยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในจีนที่หดตัวถึง 22% สำหรับยอดสะสมรวมทะลุ 500,000 คัน และครองแชมป์ยอดขาย EV เซดานระดับพรีเมียมราคาเกิน 200,000 หยวนได้สำเร็จ

ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้มาจากดีไซน์และสเปกที่แข็งแกร่งของ SU7 ตัวรถมีความยาว 4,997 มม. กว้าง 1,963 มม. ระยะฐานล้อ 3,000 มม. และน้ำหนัก 1,980 กก. ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ SU7 มีขนาดใหญ่กว่า Tesla Model 3 (ยาว 4,720 มม. ฐานล้อ 2,875 มม. น้ำหนัก 1,765 กก.) อย่างชัดเจน และเหนือกว่าคู่แข่งจีนอย่าง Zeekr 007 (ยาว 4,865 มม. ฐานล้อ 2,928 มม.) ในด้านความกว้างขวางและพื้นที่ห้องโดยสาร

อย่างไรก็ดี ตัวเลขเดือนกรกฎาคมส่งสัญญาณเตือน ยอดส่งมอบเดือนดังกล่าวอยู่ที่ 31,267 คัน เพิ่มขึ้นเพียง 2.68% เมื่อเทียบปีต่อปี และลดลงเกือบ 10% จากเดือนมิถุนายน ยอดรวม 7 เดือนแรกอยู่ที่ 216,322 คัน หมายความว่าหาก Xiaomi ต้องการบรรลุเป้าหมายส่งมอบ 550,000 คันตลอดทั้งปี จะต้องทำยอดเฉลี่ย 66,700 คันต่อเดือนในช่วงที่เหลือ ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายและเพิ่มปริมาณการผลิต Xiaomi หันมาพัฒนา SUV ซีรีส์ SkyNomad ภายใต้สถาปัตยกรรม Kunlun โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเป็น Range Extender (เครื่องยนต์ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างเดินทาง) ควบคู่กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทั้ง SkyNomad N70 Max 5 ที่นั่ง และ SkyNomad N90 Max 7 ที่นั่งมาพร้อมพิสัยการวิ่งผสม CLTC สูงถึง 1,705 กม. ทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ยังกังวลเรื่องการชาร์จไฟในการเดินทางระยะไกลได้ดีขึ้น

เส้นทางของ Xiaomi สะท้อนบทเรียนที่เกือบทุกค่ายรถหน้าใหม่ต้องเผชิญ นั่นคือการสร้างยอดขายที่น่าประทับใจนั้นทำได้ แต่การแปลงยอดขายเหล่านั้นให้กลายเป็นกำไรที่ยั่งยืนต้องอาศัยทั้งเวลา วินัยด้านต้นทุน และการบริหารสายผลิตภัณฑ์ที่แม่นยำ

อ้างอิง | Arenaev.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
เผยโฉม ‘‘มาเซราติ จีที2’’ ก่อนประเดิมสนามแรกในรายการ “ฟานาเทค จีที2 ยูโรเปียน ซีรีส์ 2023”
มหากาพย์ Xiaomi YU7 ถล่มตลาด! ออเดอร์สะเทือนโลก 289,000 คันใน 1 ชั่วโมง ทำ Tesla หวาดเสียว
Wuling Mini EV รถจิ๋วจากจีนแซงหน้า Tesla Model Y ยึดอันดับหนึ่งยอดขายรถไฟฟ้าโลก

Leave Your Reply

*