
ฃหัวเว่ย เปิดตัว FusionSolar 9.0 อินเวอร์เตอร์โซลาร์ฟอร์มกริดอัจฉริยะรายแรกของโลก ในงาน Huawei Digital Power Summit ภายใต้แนวคิด “พลังงาน คือรากฐานของ AI” ดึงผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานกว่า 700 คนร่วมงาน มุ่งเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานหมุนเวียนของไทย พร้อมรองรับความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล AI และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถ EV ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
คุณ Jack Zeng ประธานฝ่าย Huawei Digital Power Dept บริษัท Huawei Technologies (Thailand) Co., Ltd. ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ของบริษัทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย จากอิเล็กตรอนสีเขียวสู่ปัญญาประดิษฐ์ดิจิทัล โดยเน้นย้ำว่าเทคโนโลยี Grid-Forming (การสร้างเสถียรภาพให้กับระบบสายส่งไฟฟ้าจากฝั่งโซลาร์เอง) และ AI คือกุญแจสำคัญสู่ระบบพลังงานที่ยืดหยุ่นและชาญฉลาดยิ่งขึ้น
“เมื่อพลังงานหมุนเวียนกลายเป็นแหล่งพลังงานหลัก Grid-Forming และ AI จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างระบบพลังงานที่มีเสถียรภาพ ชาญฉลาด และยืดหยุ่นสำหรับยุค AI ของไทย” คุณ Jack Zeng กล่าว พร้อมเสริมว่า กลยุทธ์ ‘Grid-Forming Everywhere, AI Everywhere’ ของ หัวเว่ย อาศัยความสามารถแบบบูรณาการ ‘4T’ ได้แก่ Bit (ดิจิทัล), Watt (พลังงาน), Heat (ความร้อน) และ Battery (กักเก็บพลังงาน) เพื่อเสริมความมั่นคงของกริดและยกระดับการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายใต้แนวคิด ‘Redefine Life Cycle Optimal LCOE’ (การลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าให้เหมาะสมที่สุดตลอดวงจรชีวิตโครงการ) หัวเว่ย เปิดตัว FusionSolar 9.0 พร้อมรุ่น SUN2000-506KTL อินเวอร์เตอร์สาย Grid-Forming อัจฉริยะรายแรกของโลก ด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ โมดูล IGBT รุ่นใหม่ที่ทนแรงดันสูงขึ้น 25%, ระบบสื่อสาร PLC แบบ Dual-Channel, ระบบระบายความร้อนแบบ Hybrid และอัลกอริทึมสนับสนุนกริดแบบ Active ที่พัฒนาขึ้นเอง ทั้งหมดนี้แปลงนวัตกรรมทางวิศวกรรมเป็นคุณค่าที่จับต้องได้ใน 4 มิติ
ลดต้นทุนระบบ เพิ่มผลตอบแทน: ลดต้นทุน BOS (Balance of System หรือต้นทุนส่วนประกอบระบบนอกเหนือแผงโซลาร์) ได้ 0.1–0.2 บาท/วัตต์พีค ลดค่าใช้จ่ายในการ Commissioning ได้ 1 ล้านบาทต่อโครงการขนาด 100 เมกะวัตต์ และเพิ่มปริมาณการผลิตพลังงานโดยรวม 1.5–2% ส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับ IRR ของโครงการและระยะเวลาคืนทุนที่สั้นลง
สนับสนุนกริดได้แข็งแกร่งขึ้น: ด้วยเทคโนโลยี Grid-Forming ระดับสายสำหรับอินเวอร์เตอร์ที่ผลิตเป็นรายแรกของอุตสาหกรรม ทำให้เพิ่มความสามารถในการรองรับกริด และรวมพลังงานหมุนเวียนได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในพื้นที่ที่กริดอ่อนแอหรืออยู่ห่างไกล
O&M อัจฉริยะ ประสิทธิภาพสูงขึ้น: ระบบวินิจฉัยด้วย AI และการตรวจสอบแบบบูรณาการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับข้อผิดพลาดได้มากกว่า 50% นอกจากนี้ เทคโนโลยีทำความสะอาดตัวเองของอินเวอร์เตอร์ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือที่เหนือกว่า: กลไกความปลอดภัยหลายชั้นร่วมกับระบบระบายความร้อนแบบ Hybrid ขั้นสูงที่เพิ่มความสามารถในการระบายความร้อนได้ถึง 30% ช่วยให้โรงไฟฟ้าทำงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยในสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง
การเปิดตัว FusionSolar 9.0 ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ หัวเว่ย ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยผ่านนวัตกรรมพลังงานดิจิทัล ด้วยการนิยามคุณค่าตลอดวงจรชีวิตโครงการใหม่และเปลี่ยนโรงไฟฟ้าโซลาร์ให้กลายเป็นสินทรัพย์อัจฉริยะที่สนับสนุนกริด หัวเว่ย กำลังกำหนดทิศทางระบบพลังงานยุคต่อไป และเร่งการนำโซลูชันพลังงานสะอาดคาร์บอนต่ำมาใช้อย่างยั่งยืน