
Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์ติดตามสุขภาพรุ่นใหม่ล่าสุด ขนาดจิ๋วแบบไม่มีหน้าจอ ในราคา 3,500 บาท พร้อมรุ่นพิเศษที่ออกแบบร่วมกับ สเตฟ เคอร์รี นักบาสเกตบอลชื่อดัง

หลังจากที่มีข่าวลือและภาพหลุดออกมาต่อเนื่องหลายเดือน รวมถึงที่ สเตฟ เคอร์รี สวมใส่อุปกรณ์ลึกลับออกสาธารณะหลายครั้ง ในที่สุด Google ก็ได้เปิดตัว Fitbit Air อย่างเป็นทางการ ด้วยแนวคิดที่ชัดเจนว่านี่คืออุปกรณ์สำหรับคนที่ไม่อยากสวมสมาร์ทวอทช์ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลานอนหลับ

Fitbit Air มีดีไซน์เป็นแคปซูลขนาดเล็กที่ถอดออกจากสายรัดข้อมือได้ บรรจุเซนเซอร์ระดับสูงไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง การแจ้งเตือนภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AFib หรือภาวะที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง) ค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2) ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ (HRV) การติดตามคุณภาพการนอนหลับ รวมถึงการตรวจจับกิจกรรมออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุดหนึ่งสัปดาห์ และสามารถชาร์จเร็วเพียง 5 นาทีเพื่อรับพลังงานใช้งานได้เต็มวัน


ในส่วนของการเชื่อมต่อ Fitbit Air รองรับ Android 11 ขึ้นไปและ iOS 16.4 ขึ้นไป และมาพร้อมกับ Google Health Premium ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน จุดเด่นของรุ่นนี้คือการไม่มีหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่มีการสั่นแจ้งเตือนบนข้อมือ ไม่มีการชาร์จหน้าจอ และไม่มีการดูสถิติบ่อยครั้ง ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งผ่านแอปพลิเคชัน Google Health บนสมาร์ทโฟนแทน

นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว Google ยังเปิดตัว Fitbit Air Special Edition ที่ออกแบบร่วมกับ สเตฟ เคอร์รี นักบาสเกตบอลดาวดังของทีม Golden State Warriors โดยใช้ฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกัน แต่มาพร้อมสาย Performance Loop สีน้ำตาลไรย์และสีส้มเกมเดย์ สายมีการเคลือบกันน้ำ พร้อมลวดลายนูนภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแถบแข่งรถ ช่วยการระบายอากาศขณะออกกำลังกายหนัก และมีลายเซ็น #LockIn พร้อมหมายเลข 30 อันเป็นหมายเลขประจำตัวของ เคอร์รี ปักอยู่ด้านในสาย
สำหรับราคา Fitbit Air รุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 99.99 ดอลลาร์ (ราว 3,500 บาท) ส่วนรุ่น Special Edition ราคา 129.99 ดอลลาร์ (ราว 4,500 บาท) โดยทั้งสองรุ่นเปิดให้พรีออเดอร์แล้ววันนี้ และจะวางจำหน่ายจริงวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ พร้อมทดลองใช้ Google Health Premium ฟรี 3 เดือนเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้สนใจควรรู้ก่อนสั่งซื้อคือ Fitbit Air ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ Google Health Coach ซึ่งเป็นฟีเจอร์ AI ที่ต้องสมัครสมาชิก Google Health Premium ในราคา 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 99 ดอลลาร์ต่อปี หลังจากสิ้นสุดช่วงทดลองใช้งาน
หากไม่สมัครสมาชิก ผู้ใช้ยังสามารถดูข้อมูลดิบในแอป Google Health ได้ แต่ฟีเจอร์โค้ชสุขภาพ AI ส่วนบุคคล แผนออกกำลังกายรายสัปดาห์ และคำแนะนำการฝึกซ้อมแบบขั้นตอนจะถูกล็อกไว้ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สมัคร Google AI Pro หรือ Google AI Ultra อยู่แล้ว จะได้รับ Google Health Premium รวมในแพ็กเกจโดยอัตโนมัติ

ทั้งนี้ Fitbit Air ไม่ได้ให้ข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมเมื่อสวมใส่ควบคู่กับ Pixel Watch แต่ข้อได้เปรียบที่แท้จริงคือการสลับการใช้งาน โดยสวม Pixel Watch ระหว่างวันและเปลี่ยนมาสวม Fitbit Air ขณะนอนหลับ ซึ่งซอฟต์แวร์จะจัดการส่งต่อข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รู้สึกไม่สะดวกสบายเมื่อสวม Pixel Watch ในขณะนอน
อ้างอิง | Phonearena.com