ถ้าพูดถึงแท็บเล็ตขนาดพกพา หลายคนอาจนึกถึงแบรนด์ดังจากฝั่ง Apple เป็นชื่อแรกในหัวอยู่เสมอ แต่วันนี้มีน้องใหม่มาเขย่าตลาดแบบเงียบๆ แต่แรงไม่น้อย
นั่นก็คือ HUAWEI MatePad Mini แท็บเล็ตที่ประกาศตัวเองว่าบางและเบาที่สุดในโลกสำหรับคลาสขนาด 8 นิ้วขึ้นไป ฟังดูโอ้อวดไปนิด แต่จับมือถือดูจริงๆ แล้ว ต้องยอมรับเลยว่ามันบางกว่าที่คิดมากจริงๆ

สิ่งที่ทำให้ MatePad Mini โดดเด่นกว่าแท็บเล็ตทั่วไปคือการที่มันรวมทุกอย่างที่คนสมัยนี้ต้องการไว้ในเครื่องเดียว ทั้งความคล่องตัวในการพกพา ความสามารถในการจดบันทึกที่ลื่นไหลเหมือนปากกาบนกระดาษ และความสร้างสรรค์ที่ปลดปล่อยได้เต็มที่ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเรียน สายทำงาน หรือสายครีเอทีฟ เครื่องนี้ตอบโจทย์ได้หมด และทั้งหมดนี้อยู่ในตัวเครื่องที่หนักเพียง 260 กรัม บางเพียง 5.2 มม. พกใส่กระเป๋าได้สบายทุกวันโดยไม่รู้สึกว่าถือของหนักแม้แต่นิด
ดีไซน์และสัมผัสแรกหลังเจอตัวจริง บางจนแทบไม่เชื่อ

หยิบขึ้นมาครั้งแรก สิ่งแรกที่รู้สึกได้ทันทีคือ “นี่มันเบาจนน่าตกใจ” เพราะตัวเครื่องเบากว่าสมุดบันทึกขนาด A5 ถึง 10% และเบากว่า iPad mini 7 ที่หนักอยู่ที่ 293 กรัม ถึง 17.6% ลองคิดดูว่าแท็บเล็ตหน้าจอ 8.8 นิ้ว แต่เบากว่าโน้ตบุ๊กขนาด A5 นั่นหมายความว่าหิ้วไปทุกที่ได้โดยไม่รู้สึกว่ากระเป๋าหนักขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

พอพลิกดูด้านข้าง ก็ยิ่งทึ่งไปกันใหญ่ เพราะความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่เพียง 5.1 มม. ซึ่งบางกว่า iPhone Air สมาร์ตโฟนที่ขึ้นชื่อเรื่องความบางที่ 5.64 มม. เสียอีก และยิ่งเทียบกับ iPad mini 7 ที่หนา 6.3 มม. แล้ว

ความแตกต่างก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น ที่น่าทึ่งคือความบางนี้ไม่ได้แลกมากับความเปราะบางแต่อย่างใด เพราะโครงสร้างภายในเสริมด้วยแมกนีเซียมอัลลอยและไฟเบอร์ 3 มิติ ให้ทั้งความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เบา จับแล้วมั่นใจ ไม่รู้สึกว่าจะหักหรืององ่าย




ด้านหน้าคือจุดที่ต้องพูดถึงอีกครั้ง เพราะ HUAWEI MatePad Mini มีขอบหน้าจอที่แคบที่สุดในโลกสำหรับแท็บเล็ตที่เพียง 2.99 มม. ทำให้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องพุ่งสูงถึง 92% เทียบกับ iPad mini 7 ที่อยู่ที่ 77% ผลลัพธ์ที่ได้คือแม้ตัวเครื่องจะเล็กกว่า iPad mini 7 ถึง 4.1% แต่พื้นที่ในการรับชมจริงๆ กลับใหญ่กว่าถึง 9.4% นั่นคือเวทมนตร์ของขอบจอที่แคบและสัดส่วนภาพ 16:10 ที่ทำให้ภาพกว้างและเต็มตาโดยที่เครื่องยังพอดีมือ

ปิดท้ายด้วยสีสันของตัวเครื่อง HUAWEI เลือกสีเขียวที่ให้ความรู้สึกหรูหราสงบสบายตา เข้ากับทั้งสไตล์ลำลองและสไตล์ทำงาน ส่วนพื้นผิวเคลือบมาแบบที่ไม่ยับง่ายและกันรอยนิ้วมือได้ดีกว่าพื้นผิวมันวาวทั่วไป จับถืออยู่ทั้งวันแล้วหน้าจอยังสะอาดอยู่
หน้าจอ Flexible OLED PaperMatte คมชัด สบายตา ฟีลใกล้เคียงกระดาษจริง
ภาพ: หน้าจอ OLED PaperMatte ระหว่างใช้งานจดบันทึกและดูคอนเทนต์ โชว์ความสดของสี ความคมชัด และพื้นผิวที่ไม่สะท้อนแสง

จากดีไซน์ที่บางและเบา ยิ่งมาเปิดหน้าจอแล้วก็ยิ่งชอบไปอีกระดับ เพราะ HUAWEI MatePad Mini มาพร้อมหน้าจอ Flexible OLED ขนาด 8.8 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 ระดับ 2.5K ความหนาแน่นพิกเซลถึง 343 PPI ความสว่างสูงสุดพีคได้ถึง 1,800 nits และรีเฟรชเรตปรับได้แบบ Dynamic อัตโนมัติระหว่าง 60/90/120 Hz ตามการใช้งาน สีสันสดจริง คอนทราสต์ลึกจริง และภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลสังเกตเห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดขึ้นมา เทียบกับ iPad mini 7 ที่ใช้จอ LCD ธรรมดาความสว่างแค่ 500 nits และรีเฟรชเรตแค่ 60 Hz ต่างกันชัดเจนมากโดยเฉพาะตอนดูคอนเทนต์สีสดหรือเลื่อนหน้าจอเร็วๆ

ที่ทำให้หน้าจอนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือเทคโนโลยี PaperMatte ซึ่งเป็นชั้นเคลือบพิเศษที่ป้องกันแสงสะท้อน ป้องกันแสงจ้า และป้องกันประกายแสงได้ในเวลาเดียวกัน ผลคือใช้งานกลางแจ้งหรือในที่สว่างจ้าก็ยังอ่านหน้าจอได้ชัดเจน ไม่ต้องเงยหน้าหลบแสงเหมือนจอแบบมันวาวทั่วไป แถมพื้นผิวที่ดูเหมือนกระดาษยังช่วยให้สัมผัสการเขียนด้วย M-Pencil ลื่นไหลเหมือนปากกาบนกระดาษจริงๆ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สมาร์ตโฟนทั่วไปให้ไม่ได้อยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หน้าจอนี้ยังได้รับการรับรองจาก TUV Rheinland และ SGS Low Visual Fatigue Certification ว่าช่วยลดอาการตาล้าได้จริง ผ่านทั้งโหมด Eye Comfort ที่กรองแสงสีฟ้าออก และโหมด eBook ที่ปรับหน้าจอให้อ่านสบายเหมือนอ่านหนังสือเล่มจริง ใครที่ต้องจ้องหน้าจอนานหลายชั่วโมงต่อวัน ไม่ว่าจะเรียน ทำงาน หรือดูซีรีส์ก่อนนอน จะรู้สึกถึงความแตกต่างชัดเจนว่าตาไม่ล้าเหมือนเดิม
สเปกแรง ลื่นไหลทุกการใช้งาน WPS Office 3.0 ทำงานได้จริง ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ด้วย RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่จัดเก็บ 256GB ทำให้การใช้งานมัลติทาสก์เปิดหลายแอปพร้อมกันไม่มีสะดุด แบ่งหน้าจอ Split Screen ดูวิดีโอคอลขณะพิมพ์เอกสาร หรือดึง Floating Window ขึ้นมาจดโน้ตด่วนก็ยังลื่นไหล ไม่มีกระตุกให้รำคาญ

ฟีเจอร์ที่ทำให้ MatePad Mini แตกต่างจากแท็บเล็ตรุ่นอื่นอย่างชัดเจนคือ WPS Office 3.0 แอปออฟฟิศระดับ PC ที่มาพร้อมกับเครื่องแบบฟรีตลอดชีพ มูลค่าถึง 3,990 บาท ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายปีเหมือน Microsoft 365 และไม่ใช่แค่แอปออฟฟิศมือถือธรรมดาที่เปิดไฟล์ดูได้แค่นั้น เพราะ WPS Office 3.0 ให้ UI แบบ PC ที่คุ้นตา รองรับเมาส์คลิกแบบ PC เต็มรูปแบบ มี Pivot Table สำหรับ Excel ที่แท็บเล็ตอื่นมักตัดออก รองรับ Word Art แทรกสูตรคณิตศาสตร์ เส้นกริดไลน์ และไม้บรรทัดสำหรับจัดวางที่แม่นยำ
เปิดไฟล์หลายไฟล์พร้อมกันแบบ Multi-tab และรองรับ PPT Transitions พร้อม Animation ครบถ้วนสำหรับงานนำเสนอ ทุกอย่างฟรีทั้งหมด ในขณะที่บน iPad ฟีเจอร์เหล่านี้มักไม่ครบหรือต้องจ่ายเพิ่มเพื่อปลดล็อค ยิ่งรู้ว่า WPS Office 3.0 รองรับ Import/Export เป็น PDF ได้อย่างราบรื่นและมีฝ่ายสนับสนุนด้วยแล้ว ก็ยิ่งคุ้มค่าเข้าไปอีก

ส่วนสายครีเอทีฟที่อยากปลดปล่อยทุกไอเดีย GoPaint ตอบโจทย์ได้ครบ ทั้งแปรงพรีเซ็ตกว่า 150 แบบ พารามิเตอร์มากกว่า 80 รายการ แปรงน้ำมัน 3 มิติ แปรงสีจริง และโหมดแอนิเมชันที่ส่งออกเป็น MP4 หรือ GIF ได้ทั้งหมดฟรี ไม่ต้องซื้อ Procreate เพิ่มอีก 399 บาท เหมือนบน iPad



ในด้านการจดบันทึก HUAWEI Notes คือแอปที่ทำงานได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นเมื่อจับคู่กับ M-Pencil สติกเกอร์กว่า 300 แบบ เทมเพลตมากกว่า 120 รูปแบบ และ AI ที่จดจำสมการคณิตศาสตร์พร้อมปรับลายมือให้ดูเรียบร้อยอัตโนมัติ ทั้งหมดฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อจับคู่กับ M-Pencil รุ่นที่ 3 ที่ใช้เทคโนโลยี NearLink แทนบลูทูธ ทำให้ตอบสนองเร็วกว่า แม่นยำกว่า และรองรับแรงกดสูงถึง 10,000 ระดับ ซึ่งเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม สัมผัสการเขียนบนจอ PaperMatte จึงเหมือนปากกาบนกระดาษจริงๆ อย่างที่สมาร์ตโฟนทั่วไปให้ไม่ได้ ด้านการเชื่อมต่อก็ไม่ยิ่งหย่อน มาพร้อม Wi-Fi 7 พร้อมเทคโนโลยีเสาอากาศอัจฉริยะที่สลับเสาอากาศอัตโนมัติเมื่อถูกมือบัง ทำให้สัญญาณไม่ขาดตอนไม่ว่าจะถือในท่าไหน
แบตเตอรี่และการชาร์จ พกง่าย ใช้งานได้ตลอดวัน
ทุกอย่างที่พูดมาจะไม่มีความหมายเลยถ้าแบตหมดกลางวัน แต่กับ HUAWEI MatePad Mini ประเด็นนี้ไม่มีให้กังวล เพราะในตัวเครื่องบางๆ นี้ซ่อนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6,400mAh เล่นวิดีโอภายในเครื่องได้นานถึง 15.5 ชั่วโมง และใช้งานแบบไดนามิกทั่วไปได้ราว 9.5 ชั่วโมง เทียบกับ iPad mini 7 ที่มีแบตเตอรี่แค่ 5,200 mAh เล่นวิดีโอได้ประมาณ 10 ชั่วโมง ต่างกันโดดมากในแท็บเล็ตที่บางและเบากว่า

ที่ทำให้ชีวิตสะดวกยิ่งขึ้นคือ 66W SuperCharge ชาร์จเต็มได้ภายใน 60 นาทีเท่านั้น เทียบกับ iPad mini 7 ที่ชาร์จ 20W ต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมง แค่เสียบชาร์จสักพักก่อนออกจากบ้าน ก็ได้พลังงานเพียงพอสำหรับทั้งวันแล้ว พกง่าย ใช้งานได้ตลอดวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดให้วุ่นวาย
สเปกกล้อง — คมชัด ครบทั้งหน้าหลัง ไว้วางใจได้ทุกสถานการณ์

ใครบอกว่ากล้องแท็บเล็ตไม่สำคัญ ที่นี่ขอค้านนะ เพราะ HUAWEI MatePad Mini มาพร้อมกล้องหลังคู่ที่จริงจังมาก นำโดยกล้องหลัก 50 MP (F1.8) จับรายละเอียดได้คมชัดระดับ Ultra-HD และกล้องมุมกว้าง 8 MP (F2.2) สำหรับถ่ายภาพแนวกว้างหรือสแกนเอกสารคุณภาพสูง เทียบกับ iPad mini 7 ที่มีกล้องหลังเพียงตัวเดียว 12 MP ต่างกันชัดเจนมาก ส่วนกล้องหน้า 32 MP (F2.4) ที่รองรับทั้งระบบรู้จำใบหน้าและตรวจจับการจ้องมอง ทำให้ Video Call ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องกลัวหน้าเบลอหรือมุมกล้องแปลกๆ เหมือนใช้สมาร์ตโฟนรุ่นกลางๆ ขณะที่ iPad mini 7 มีกล้องหน้าแค่ 12 MP และไม่รองรับการปลดล็อคด้วยใบหน้าแบบ Wide-view ด้วย
ราคาและโปรโมชั่น — พร้อมให้เป็นเจ้าของก่อนใครแล้ววันนี้

HUAWEI MatePad Mini พร้อมให้เป็นเจ้าของก่อนใครแล้ววันนี้ ในราคาเพียง 18,990 บาท โดยสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 ถึง 30 พฤษภาคม 2569 พร้อมรับสิทธิพิเศษและของสมนาคุณรวมมูลค่าสูงสุดถึง 22,130 บาท ซึ่งครอบคลุมทั้ง HUAWEI M-Pencil 3rd Generation มูลค่า 4,490 บาท, เคส HUAWEI MatePad Mini Folio สีเขียว มูลค่า 1,990 บาท, HUAWEI SuperCharge 66W Adapter มูลค่า 1,690 บาท รวมถึงแอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาให้ใช้งานฟรีได้แก่ WPS Office 3.0 มูลค่า 3,990 บาท, HUAWEI Notes มูลค่า 1,990 บาท และ GoPaint App มูลค่า 1,990 บาท

นอกจากอุปกรณ์และแอปแล้ว ยังได้รับบริการ Warranty & Services มูลค่า 3,990 บาท ซึ่งครอบคลุมการเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี 1 ครั้งภายใน 3 ปี และบริการ Deep Cleaning สำหรับหน้าจอ PaperMatte จำนวน 2 ครั้งต่อปี โดยแนะนำให้เคลมสิทธิ์ภายใน 30 วันนับจากวันที่ซื้อ และสามารถเก็บสิทธิ์ไว้ใช้บริการ Deep Cleaning ได้ภายในระยะเวลา 1 ปีแรกเท่านั้น สำหรับลูกค้าที่ต้องการอัปเกรดจากเครื่องเก่า ยังมีโปรโมชันเก่าแลกใหม่รับส่วนลดเพิ่มอีก 2,000 บาท จากราคาประเมินอีกด้วย
สั่งจองได้ผ่านหน้าร้าน HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์อย่าง HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop
สรุปส่งท้ายบอกเลยว่าเห็นมินิแต่ไม่มีนิ
ภาพ: HUAWEI MatePad Mini Lifestyle shot บรรยากาศคาเฟ่หรือ Co-working space มือจับเครื่องอ่านหนังสือหรือวาดรูปอย่างคล่องตัว

ถ้าจะสรุปทุกอย่างให้ตรงๆ สักประโยค HUAWEI MatePad Mini คือแท็บเล็ตที่ “เล็กพอใส่กระเป๋า แต่แรงพอแทนแล็ปท็อปในหลายสถานการณ์” ดีไซน์บางเพียง 5.1 มม. เบาเพียง 260 กรัม แต่ไม่ได้แลกมากับความอ่อนแอ หน้าจอ Flexible OLED PaperMatte ที่คมชัด สบายตา และให้ฟีลใกล้เคียงกระดาษจริง WPS Office 3.0 ที่ทำงานได้จริงแบบ PC โดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายปี แบตเตอรี่ 6,400 mAh ที่พร้อมลุยตลอดวัน ชาร์จไวด้วย 66W SuperCharge กล้องครบคู่ 50MP+8MP และกล้องหน้า 32MP และราคาที่คุ้มค่ากว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน

สิ่งที่ควรพิจารณาก็มีเหมือนกัน ระบบนิเวศของ HUAWEI ต่างจาก Android กระแสหลัก บางแอปต้องดาวน์โหลดผ่าน AppGallery แต่แอปยอดนิยมอย่าง Gmail, Netflix, Spotify, Zoom, YouTube และ Google Meet ใช้งานได้ปกติ ไม่มีสะดุด
ท้ายสุด ถ้าคุณไม่ได้ยึดติดกับระบบนิเวศของ Apple และกำลังมองหาแท็บเล็ตพกพาที่หน้าจอสวย แบตอึด ชาร์จเร็ว กล้องดี ดีไซน์เพรียวบาง ทำงานออฟฟิศได้จริง และราคาคุ้มค่า HUAWEI MatePad Mini คือคำตอบที่ดีที่สุดในปีนี้ แท็บเล็ตไซซ์มินิที่ความสามารถไม่มินิตาม ครบทั้งงาน ความบันเทิง และความคิดสร้างสรรค์ในเครื่องเดียว

ติดตามข่าวสารและอัปเดตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ล่าสุดจากหัวเว่ยได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Huawei Mobile TH หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า คอมมูนิตี้ และบริการต่างๆ ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน My HUAWEI ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน AppGallery