
realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ตโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เปิดตัว realme 16 Series 5G พร้อมกันถึง 3 รุ่น ดึง “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “วินในทุกช็อต”
realme (เรียลมี) รุกตลาดมือถือพรีเมียมช่วงต้นปีอย่างจริงจัง ด้วยการส่ง realme 16 Series 5G ลงสนามพร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ realme 16 Pro+ 5G, realme 16 Pro 5G และ realme 16 5G โดยชูจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครด้วยระบบกล้อง 200MP LumaColor Portrait Master (ระบบกล้องความละเอียด 200 ล้านพิกเซลที่เชี่ยวชาญการจัดการสีและแสงสำหรับภาพพอร์ตเทรตโดยเฉพาะ) หนึ่งเดียวในเซกเมนต์ราคานี้ พร้อมดีไซน์แนวใหม่ Urban Wild Design ที่ร่วมสร้างสรรค์กับ “นาโอโตะ ฟุคาซาวะ” (Naoto Fukasawa) ปรมาจารย์ด้านการออกแบบสไตล์มินิมัลระดับโลก ผู้นำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาผสานเข้ากับความหรูหราของชีวิตเมือง ทำให้ทุกรุ่นโดดเด่นทั้งในแง่สมรรถนะและรูปลักษณ์ พร้อมราคาเริ่มต้นเพียง 11,999 บาท

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างความตื่นเต้นภายในงานเปิดตัวคือการประกาศชื่อ หนุ่มวิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ในฐานะ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ของ realme 16 Series 5G ภายใต้คอนเซ็ปต์ “วินในทุกช็อต” ซึ่งสะท้อนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเก็บทุกช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะในฐานะศิลปิน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ หรือผู้ใช้สมาร์ตโฟนเป็นเครื่องมือแสดงตัวตน
realme 16 Pro+ 5G ถือเป็นรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ และเป็นสมาร์ตโฟนเพียงรุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่ติดตั้งกล้องเทเลโฟโต้แบบ Periscope 3.5x (กล้องซูมแบบพับเลนส์ภายในตัวเครื่องเพื่อให้ซูมได้ไกลโดยไม่ทำให้ตัวเครื่องหนา) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี 200MP LumaColor ถ่ายทอดโทนสีผิวได้สวยงามเป็นธรรมชาติ พร้อมระบบเลนส์ FullFocal Portrait Lens Kit ครบทั้ง 6 ระยะ (0.6X / 1× / 1.5× / 2× / 3.5× / 4×) และอัลกอริทึม ProDepth Bokeh ที่ตัดขอบตัวบุคคลได้ละเอียดถึงระดับเส้นผม แยกตัวแบบออกจากฉากหลังราวกับถ่ายด้วยกล้องระดับมืออาชีพ ยังรองรับการซูม Super Zoom สูงสุด 120x และบันทึกวิดีโอ 4K FullFocal HDR ทุกระยะเลนส์ (1× / 2× / 3.5× / 7×) มาพร้อม MainTrack Algorithm ช่วยล็อกโฟกัสวัตถุเคลื่อนไหวได้แม่นยำ และฟีเจอร์ AI Edit Genie นวัตกรรมแต่งภาพด้วยคำสั่งเสียงหรือข้อความ พร้อม Vibe Master Mode ฟิลเตอร์เอกซ์คลูซีฟมากถึง 21 แบบ

ด้านประสิทธิภาพ realme 16 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 7 Gen 4 ทำคะแนน AnTuTu (มาตรฐานวัดประสิทธิภาพมือถือ) สูงถึง 1.44 ล้านคะแนน รองรับการเล่นเกมที่เฟรมเรต 120FPS อย่างลื่นไหล จับคู่กับ RAM แบบ LPDDR5X ความเร็ว 8400Mbps และระบบระบายความร้อน AirFlow VC Cooling System พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69 ทนต่อการฉีดน้ำแรงดันสูงและอุณหภูมิสูงถึง 80°C ปกป้องด้วยกระจก Corning Gorilla Glass และการรับรองจาก TÜV Rheinland สำหรับหน้าจอใช้เทคโนโลยี HyperGlow 4D Curve+ Display จอขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz ความสว่างสูงสุด 6,500nit พร้อมระบบหรี่แสง 4608Hz PWM dimming เพื่อถนอมสายตา ตัวเครื่องบางเพียง 8.49 มม. แต่แพ็คแบตเตอรี่ Titan 7000mAh และระบบปฏิบัติการ realme UI 7.0 พร้อม NEXT AI
สำหรับ realme 16 Pro 5G รุ่นกลางของซีรีส์ มาพร้อมกล้อง 200MP LumaColor ชุดเดียวกับรุ่นพี่ ใช้เซ็นเซอร์ Samsung HP5 ระบบกันสั่น Super OIS และ Golden Portrait Lens Kit ครบ 5 ระยะ พร้อมเทคโนโลยีเบลอฉากหลังระดับเส้นผมและมิติภาพแบบ 3D รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K HDR ทั้งเลนส์ 1x และ 2× มี AI Instant Clip สร้างไฮไลต์คลิปอัตโนมัติ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Dimensity 7300-Max 5G ที่ทำคะแนน AnTuTu ทะลุ 970,000 คะแนน จับคู่แบตเตอรี่ Titan 7000mAh พร้อม AI Long-life Battery และ All-Scenario Bypass Charging ลดความร้อนขณะชาร์จ ผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69 หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz ความสว่าง 6,500nit รองรับสีสูงถึง 1.07 พันล้านสี ดีไซน์ยังคงปรัชญา Urban Wild ของ “นาโอโตะ ฟุคาซาวะ” ผ่านสี Pebble Grey และ Orchid Purple พร้อมผิวสัมผัส Velvet Matte ระดับพรีเมียม

realme 16 5G รุ่นน้องเล็กสุดของซีรีส์ กลับมาพร้อมนวัตกรรมที่ครั้งแรกในอุตสาหกรรม นั่นคือ Selfie Mirror (กระจกเซลฟี่ขนาดเล็กด้านหลังตัวเครื่อง) ช่วยให้จัดเฟรมภาพได้แม่นยำแบบเรียลไทม์เมื่อถ่ายด้วยกล้องหลัก มาพร้อมกล้องคู่ AI Portrait Master 50MP ทั้งด้านหน้าและหลัง โดยกล้องหลังใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX852 รูรับแสง F1.8 เสริมด้วย Aura Ring Flash สำหรับแสงสม่ำเสมอ และระบบจดจำท่าทาง “Say Hi” กดชัตเตอร์ได้โดยไม่ต้องแตะหน้าจอ ยังคงมาพร้อม LumaColor Engine, Vibe Master Mode, AI Edit Genie และ AI Instant Clip ครบครัน ด้านแบตเตอรี่ Titan 7000mAh ใช้ Titan Long-Life Algorithm รักษาสุขภาพแบตให้คงเหลือมากกว่า 80% แม้ชาร์จแล้ว 1,600 รอบ หรือยาวนานถึง 6 ปี รองรับชาร์จเร็ว 60W ชาร์จ 50% ในเพียง 30 นาที ผ่านการรับรองมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นทั้ง IP69, IP68, IP66 และ IP69K ดีไซน์ใช้แนวคิด Air Design ตัวเครื่องบางเพียง 8.1 มม. น้ำหนักเพียง 183 กรัม ฝาหลังแบบ Aurora Wings เล่นแสงเปลี่ยนสีตามมุมมอง สร้างเอฟเฟกต์ราวแสงเหนือที่พลิ้วไหว จอขนาด 6.57 นิ้ว ขอบล่างบางเฉียบเพียง 2.23 มม.
“วิน” เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร แบรนด์แอมบาสเดอร์ realme 16 Series 5G กล่าวว่า “realme 16 Series ตอบโจทย์ผมแบบได้เต็ม ๆ ทั้งกล้อง 200 ล้านพิกเซลที่ถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้สวยมากจริง ๆ เหมือนมีช่างภาพส่วนตัวตามไปทุกที่ ดีไซน์สวยจนอยากถือไว้ตลอดเวลา แถมทำงานไว ทนทาน แบตใช้งานได้ทั้งวัน พูดเลยว่า realme 16 Series 5G ทำให้ผม ‘วินได้ในทุกช็อต’ จริง ๆ”
นอกจากสมาร์ตโฟนทั้ง 3 รุ่น realme ยังเปิดตัวแก็ดเจ็ตเสริมอีก 2 ชิ้น ได้แก่ realme Buds T500 Pro หูฟังไร้สายมาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 12.4 มม. รองรับ 3D Spatial Audio (เสียงเสมือนรอบทิศทาง) ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ระดับ 50dB ร่วมกับ AI Deep Noise Cancellation ผ่านไมค์ 6 ตัว เชื่อมต่อ Bluetooth 6.1 แบตใช้งานได้สูงสุด 56 ชั่วโมง กันน้ำกันฝุ่น IP55 และมีฟีเจอร์ AI Live Translation แปลภาษาแบบเรียลไทม์


และ realme Pad 3 แท็บเล็ตดีไซน์ Book-View ตัวเครื่องบางเพียง 6.6 มม. น้ำหนัก 578 กรัม จอขนาด 11.61 นิ้ว ความละเอียด 2.8K รีเฟรชเรต 120Hz ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 7300-Max ลำโพง Quad Speakers 4 ตัว แบตเตอรี่ 12,200mAh ชาร์จเร็ว 45W พร้อมฟีเจอร์ Next AI ช่วยจดโน้ตและส่งเสริมการเรียนรู้


realme 16 Pro+ 5G วางจำหน่ายในราคา 17,499 บาท (12/256GB) และ 19,999 บาท (12/512GB), realme 16 Pro 5G ราคา 14,999 บาท (12/256GB) และ realme 16 5G ราคา 11,999 บาท (8/256GB) สามารถพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 19–27 มีนาคม และวางจำหน่ายพร้อมกัน 28 มีนาคม ผ่าน realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สำหรับช่องทาง AIS ราคาเริ่มต้นพิเศษสำหรับ realme 16 Pro+ 5G ที่ 11,499 บาท, realme 16 Pro 5G ที่ 9,799 บาท และ realme 16 5G ที่ 6,999 บาท พรีออเดอร์ 19–27 มีนาคม รับสิทธิ์จองเพียง 500 บาท และใช้ AIS Point 10 คะแนนรับส่วนลดสูงสุดทันที 1,000 บาท พร้อมของแถมอีกมากมาย สำหรับช่องทาง Shopee พรีออเดอร์ 19–26 มีนาคม วางจำหน่าย 27 มีนาคม รับของแถมพิเศษทันที

realme Buds T500 Pro ราคา 1,499 บาท พิเศษ! เมื่อซื้อคู่กับ realme 16 Series 5G ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม–15 เมษายน รับสิทธิ์ซื้อในราคาเพียง 1,299 บาท จำหน่ายผ่าน realme Brand Shop ตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok Shop สำหรับ realme Pad 3 ราคาเริ่มต้น 12,999 บาท (รุ่น Wi-Fi) และ 14,999 บาท (รุ่นใส่ซิมการ์ด) รับฟรี realme Pad Pencil และ realme Pad Keyboard วางจำหน่ายตั้งแต่ 28 มีนาคมเป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับ realme 16 Pro+ 5G, realme 16 Pro 5G, realme 16 5G และ realme Pad 3 ได้แก่ ผ่อนชำระผ่าน SG Finance+ โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ดาวน์เริ่มต้น 10%, ผ่อนผ่าน UFUND ดาวน์ 0%, ผ่อนผ่านบัตรเครดิตร่วมรายการดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน และโปรโมชันเก่าแลกใหม่รับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท (เฉพาะรุ่น realme 16 Pro+ 5G ตั้งแต่ 28 มีนาคม–15 เมษายน ผ่านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ อาทิ com7, TG, IT City, Jaymart, Singer, Advice และ JIB รวมถึงช่องทางโอเปอร์เรเตอร์ AIS, True, Dtac และดีลเลอร์ทั่วประเทศ)
ติดตามข่าวสารกิจกรรมจาก realme Thailand ได้ที่ Facebook: realmeTH | Instagram: realme_thailand | TikTok: realme_thailand