News

EU บังคับ Apple ต้องเปิดระบบ iOS 19 และ iOS 20 รองรับอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่น

คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศรายการเปลี่ยนแปลงที่ Apple จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายในการอัปเดต iOS 19 และ iOS 20 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปิดระบบนิเวศของ iPhone ให้กับบริษัทคู่แข่งมากขึ่น

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศชี้แจงข้อกำหนดด้านความสามารถในการทำงานร่วมกัน (interoperability) ที่ Apple จำเป็นต้องปฏิบัติตามในสหภาพยุโรปภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้ iPhone และเทคโนโลยีของบริษัทเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับบริษัทและอุปกรณ์คู่แข่ง ซึ่ง Apple แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมากต่อข้อกำหนดดังกล่าว

จากรายละเอียดที่ปรากฏในประกาศของคณะกรรมาธิการยุโรป มีข้อกำหนดสำคัญหลายประการที่ Apple จะต้องดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดให้อุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่นสามารถเข้าถึงฟีเจอร์พื้นฐานของระบบปฏิบัติการ iOS ได้มากขึ้น

หนึ่งในข้อกำหนดสำคัญระบุว่า Apple ต้องอนุญาตให้สมาร์ทวอทช์จากผู้ผลิตบุคคลที่สามสามารถแสดงและโต้ตอบกับการแจ้งเตือนของ iOS ได้ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งอาจหมายถึงการอัปเดตเป็น iOS 19.2 หรือเวอร์ชันก่อนหน้านั้น นี่ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสมาร์ทวอทช์รายอื่นนอกเหนือจาก Apple Watch สามารถทำงานร่วมกับ iPhone ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น

นอกจากนี้ Apple ยังต้องเปิดให้ใช้ฟีเจอร์การสลับเสียงอัตโนมัติ (automatic audio switching) สำหรับหูฟังของบริษัทอื่นภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งน่าจะหมายถึง iOS 19.4 หรือเวอร์ชันก่อนหน้านั้น ฟีเจอร์นี้เดิมเป็นคุณสมบัติพิเศษของ AirPods และหูฟัง Beats บางรุ่นที่สามารถสลับการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ Apple ได้โดยอัตโนมัติ เช่น ระหว่าง Mac และ iPhone

ข้อกำหนดอีกประการหนึ่งระบุว่า Apple จะต้องปรับเปลี่ยน iOS ให้บุคคลที่สามสามารถพัฒนาทางเลือกที่เทียบเท่ากับ AirDrop ได้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากขึ้นในการแชร์ไฟล์ระหว่างอุปกรณ์

อีกหนึ่งข้อกำหนดที่น่าสนใจคือ Apple จะต้องปรับเปลี่ยน iOS เพื่อให้บุคคลที่สามสามารถพัฒนาทางเลือกที่เทียบเท่ากับ AirPlay ได้ภายใน iOS 20 หรือภายในสิ้นปี 2569 โดย iOS 20 มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2569 การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากขึ้นในการส่งสตรีมเนื้อหาจาก iPhone หรือ iPad ไปยังอุปกรณ์แสดงผลอื่นๆ

ทั้งนี้ Apple มีเวลาถึง iOS 20 ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดบางส่วน โดยรายการการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดสามารถพบได้บนเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรป

Apple ได้วิจารณ์ข้อกำหนดเหล่านี้ว่าเป็น “สิ่งที่ไม่ดีต่อผลิตภัณฑ์ของเราและผู้ใช้ในยุโรป” โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “การตัดสินใจในวันนี้ทำให้เราต้องพัวพันกับกฎระเบียบที่ยุ่งยาก ซึ่งชะลอความสามารถของ Apple ในการสร้างนวัตกรรมสำหรับผู้ใช้ในยุโรป และบังคับให้เรามอบฟีเจอร์ใหม่ๆ ของเราให้กับบริษัทที่ไม่ต้องเล่นตามกฎเดียวกันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”

ทั้งนี้ iOS 19 มีกำหนดประกาศในงาน WWDC 2025 ในเดือนมิถุนายนนี้ และ iOS 20 จะตามมาในอีกหนึ่งปีถัดไป การเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปอาจส่งผลต่อการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ และกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของ Apple ในอนาคต

นอกจากนี้ การเปิดระบบนิเวศของ Apple ตามข้อกำหนดของ DMA ยังอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และส่วนแบ่งตลาดของบริษัทในยุโรป เนื่องจากผู้บริโภคจะมีทางเลือกมากขึ้นในการใช้บริการและอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่นร่วมกับอุปกรณ์ Apple ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในแง่ของทางเลือกที่มากขึ้นและอาจนำไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาดเทคโนโลยี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และราคาที่แข่งขันได้มากขึ้นสำหรับผู้ใช้ปลายทาง

อ้างอิง | Macrumors.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
เช็คข้อมูลอัพเดทการแพร่กระจาย “ไวรัสโคโรนา” ผ่านเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเองทุกวินาที
วอลโว่ปล่อยอัพเดทซอฟต์แวร์รุ่น EX90 และ EX30 รองรับ Apple Car Keys แล้ว
หัวเว่ยเตรียมเปิดตัว HUAWEI MediaPad T5 10” แท็บเล็ตราคาสุดคุ้ม จอ Full HD 10.1 นิ้ว

Leave Your Reply

*