Reviews-Previews Smartphone

[เล่นแล้วเล่า] รีวิว “TECNO POVA 8 Pro 5G และ TECNO POVA 8 5G” สมาร์ทโฟนมิติใหม่ ดีไซน์ Matrix Dot ที่บอกตัวตนคุณ

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้วงการสมาร์ทโฟนคึกคักขึ้นมาก เพราะ TECNO แบรนด์ที่หลายคนรู้จักในฐานะสมาร์ทโฟนสเปกแรงราคาคุ้ม กำลังปรับลุคใหม่ครั้งใหญ่สู่การเป็นแฟชั่นไอเท็มสายเทรนดี้ที่สะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และล่าสุดประกาศเปิดตัว TECNO POVA 8 Series อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

TECNO POVA 8 Pro 5G และ TECNO POVA 8 5G

โดยมีทั้งหมด 2 รุ่นคือ TECNO POVA 8 Pro 5G และ TECNO POVA 8 5G ภายใต้คอนเซปต์สุดปัง “Alive At Night ยิ่งมืดยิ่งโดดเด่น” ที่ตั้งใจสื่อสารกับคนที่ใช้ชีวิตในโหมดกลางคืนอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นเพื่อนคู่คิดในทุกโมเมนต์ยามค่ำคืน พร้อมให้คุณโดดเด่น สุดเท่ ไม่ซ้ำใคร ด้วยฝาหลัง D.I.Y. Matrix Dot ที่วาดและปรับแต่งได้ตามสไตล์ แสดงสถานะหรือสร้างลูกเล่นเฉพาะตัวได้อย่างอิสระ พร้อมเผยความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

TECNO POVA 8 Pro 5G และ TECNO POVA 8 5G

TECNO POVA 8 Pro 5G รุ่นท็อปของซีรีส์มาพร้อมกล้องที่จัดการแสงได้ดีเยี่ยมทั้งกลางวันและกลางคืน ชิปประมวลผลทรงพลังคู่กับชิปกราฟิกแยกที่ช่วยให้เล่นเกมได้ลื่นไหลไร้สะดุด บวกกับแบตเตอรี่อึดพิเศษและมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับสูงที่สแตนด์บายเคียงข้างได้ตลอดทั้งคืนยันเช้า ส่วน TECNO POVA 8 5G เป็นตัวเลือกคุ้มค่าที่โดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 8000mAh ตอบโจทย์คนที่ใช้ชีวิตแบบไม่มีหยุดพักทั้งกลางวันและกลางคืน

TECNO POVA 8 Pro 5G

วันนี้จะพาแกะกล่องและเจาะลึกทุกฟีเจอร์แบบไม่มีกั๊ก โดยให้น้ำหนักหลักไปที่ TECNO POVA 8 Pro 5G ซึ่งต่อยอดความสำเร็จจาก TECNO POVA 7 กว่า 170 ล้านคนทั่วโลก ไปลุยกันเลย!

TECNO POVA 8 Pro 5G

ก่อนจะไปคุยกันเรื่องฟีเจอร์ ขอพาไปเริ่มต้นกันที่โมเมนต์การแกะกล่องครั้งแรกก่อนค่ะ พอเปิดกล่อง TECNO POVA 8 Pro 5G ออกมา สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความตั้งใจในการดีไซน์แพคเกจจิ้งที่ดูพรีเมียม สมกับเป็นเรือธงของตระกูล POVA พอหยิบขึ้นมาจับก็ต้องร้องว้าวกับความบางเฉียบที่บางกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 31% แต่สวนทางกับแบตเตอรี่ที่กลับเพิ่มความจุขึ้นอีก 16.6% น้ำหนักบาลานซ์ดี ไม่หนักจนเมื่อยมือ จับถือได้ถนัดมือกว่าที่คิด

ตัวเครื่องและอุปกรณ์ภายในกล่อง

สำหรับของที่มาในกล่องนั้น TECNO จัดมาให้ครบจบในกล่องเดียวเลยค่ะ มีทั้งเคสซิลิโคนใสที่ใส่ได้ทันทีเพื่อปกป้องเครื่องตั้งแต่วันแรก หัวชาร์จ 45W ที่ชาร์จไวจนไม่ต้องนั่งรอนาน และสาย USB-C ที่ใช้งานได้ทั้งชาร์จและโอนข้อมูล ถือว่าคุ้มมากที่แกะกล่องมาแล้วพร้อมใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมอีกค่ะ

อย่างที่บอกไปแล้วเมื่อตอนต้นว่า TECNO POVA 8 Pro 5G โดดเด่นด้วยรูปทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เกิดมิติความลึกและเอฟเฟกต์แสงที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง เวลาพลิกเครื่องไปมาภายใต้แสงไฟ จะเห็นลวดลายที่พลิ้วไหวสวยงามแบบที่สมาร์ทโฟนทั่วไปให้ไม่ได้

TECNO POVA 8 Pro 5G

พอพลิกมาดูด้านหน้า ความประทับใจแรกคือความบางเฉียบของขอบจอที่แทบมองไม่เห็นค่ะ ขอบด้านบน ซ้าย และขวา บางเพียง 1.75mm เท่านั้น ส่วนขอบล่างก็บางเพียง 1.87mm ทำให้พื้นที่หน้าจอครอบคลุมถึง 93.18% ของตัวเครื่อง มองแล้วรู้สึกเหมือนจับจอล้วน ๆ อยู่ในมือ กล้องหน้าถูกซ่อนอย่างเรียบร้อยในรูปแบบ Punch Hole ที่มุมซ้ายบน แทบไม่รบกวนการมองภาพบนหน้าจอเลย

หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รีเฟรชเรต 144Hz

ตัวจอเองก็ไม่ธรรมดาเลยค่ะ TECNO POVA 8 Pro 5G มาพร้อมจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K ดีไซน์แบบ 2.5D Flat Display ที่พื้นผิวจอเรียบแบนสนิท ให้ความรู้สึกลื่นนิ้วเวลาปัดหน้าจอ ความสว่างสูงถึง 4500 นิต ทำให้มองเห็นชัดเจนแม้ออกไปใช้งานกลางแจ้งกลางแดดในเมืองไทย ไม่ต้องเพ่งตาหรือหลบเงาให้เมื่อยอีกต่อไป

ขอบด้านข้างของ TECNO POVA 8 Pro 5G

ด้านขวาตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ถัดลงมาเป็นปุ่ม Power สำหรับล็อคหน้าจอและเปิด-ปิด, รีสตาร์ทเครื่อง และมีปุ่ม
Magic Button One-Key สำหรับเปิดกล้องหรือทริกเกอร์ในเกม และส่วนนด้านซ้ายของตัวเครื่องไม่มีปุ่มใช้งานใดๆ

TECNO POVA 8 Pro 5G

ด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน, IR Blaster และลำโพงเสียง และ ด้านล่างของตัวเครื่องทางซ้ายสุดเป็นช่องใส่ถาดซิมการ์ด ถัดมาเป็นไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พอร์ต USB Type-C อยู่ตรงกลาง และทางขวาเป็นลำโพงเสียง

TECNO POVA 8 Pro 5G

สำหรับสีสัน มีให้เลือก 3 สีคือ Arc White ขาวสะอาดสะอ้าน Graphite Black ดำทรงพลัง และ Tundra Green เขียวเข้มสไตล์ลุยที่เพิ่มความเท่ขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเลือกสีไหนก็ดูดีทุกสีค่ะ

TECNO POVA 8 Pro 5G ทั้ง 3 สี Arc White, Graphite Black และ Tundra Green
ไฟ D.I.Y. Matrix Dot แสดงรูปแบบการแจ้งเตือนต่าง ๆ บริเวณโมดูลกล้อง

พูดถึงดีไซน์แล้ว มีอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทำให้เราหยุดเล่นไม่ได้เลยตั้งแต่วันแรกที่ได้รับเครื่องมา นั่นคือ Dynamic Dot Light ไฟแจ้งเตือนอัจฉริยะบนลวดลาย D.I.Y. Matrix Dot บริเวณโมดูลกล้อง ที่ไม่ได้มีไว้แค่ดูสวยงาม แต่ยังสะท้อนสไตล์และตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว

TECNO POVA 8 Pro 5G

ปรับแต่งได้มากกว่า 100 รูปแบบ ตั้งแต่แสดงเวลา ระดับแบตเตอรี่ เลขนำโชค วงล้อเสี่ยงทาย ไปจนถึงแจ้งเตือนสายโทรเข้าแยกตามกลุ่มทั้งครอบครัว เพื่อน และเรื่องงาน

การปรับแต่งไฟ D.I.Y. Matrix Dot
การปรับแต่งไฟ D.I.Y. Matrix Dot
การปรับแต่งไฟ D.I.Y. Matrix Dot
การปรับแต่งไฟ D.I.Y. Matrix Dot

ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือในโหมดเกมมิ่ง ไฟตรงนี้ยังตอบโต้กับสถานการณ์ในเกมได้ด้วย ทำให้รู้สึกเหมือนเครื่องมีชีวิตจริง ๆ เป็นการ Customize ที่สนุกและส่วนตัวมากจริง ๆ ค่ะ

กล้องหลังเซ็นเซอร์ Sony’s LYTIA™ 700C ความละเอียด 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS+EIS

หยิบเครื่องส่องเล่นมานานพอแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาลองงัดกล้องออกมาทดสอบกันจริงจังสักหน่อย TECNO POVA 8 Pro 5G ใช้เซนเซอร์กล้องหลักระดับ Sony’s LYTIA™ 700C ความละเอียด 50MP พร้อมระบบกันสั่นทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ควบคู่กัน ช่วยให้ภาพถ่ายและวิดีโอคมชัดแม้ขณะเคลื่อนไหว รับแสงได้มากกว่ารุ่นมาตรฐานถึง 56% ทำให้ภาพในที่แสงน้อยสว่างคมชัดและเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าที่คิดมาก

ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ

ลองเอาไปถ่ายในย่านไนท์มาร์เก็ตยามค่ำคืนที่มีไฟนีออนหลากสี ภาพที่ได้ออกมาคมชัด สีไม่เพี้ยน แสงไฟไม่แตกฟุ้ง จัดการแสงและเงาได้ดีทุกมิติ

ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงน้อย
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงน้อย

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 13MP ก็ไม่น้อยหน้าเลยค่ะ ออกแบบมาเพื่อให้เซลฟีและวิดีโอคอลดูดีในทุกสภาพแสง ระบบ AI ช่วยปรับแต่งผิวและแสงให้สมดุลอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่โอเวอร์จนหน้าดูปลอม

กล้องหน้าความละเอียด 13MP

ลองเซลฟีในที่แสงน้อยก็ยังออกมาสว่างและคมชัด ไม่มีสัญญาณรบกวน ใครที่ชอบไลฟ์สด วิดีโอคอลกับเพื่อนหรือประชุมออนไลน์ กล้องหน้าตัวนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีมากค่ะ

ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) 
ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) 

นอกจากกล้องหลักที่แกร่งแล้ว ฟีเจอร์กล้องที่สนุกและน่าเล่นคือ Live Photo ที่แตะรูปสองครั้งก็เกิดภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง แชร์ลง Instagram ได้ทันที FlashSnap จับทุกการเคลื่อนไหวได้คมชัดไม่พลาดทุกโมเมนต์

ฟีเจอร์ FlashSnap
ฟีเจอร์ FlashSnap
ตัวอย่างการถ่าย 4K 
AIGS Portrait
AI Art Gallery
AI Art Gallery

AI Auto Zoom จัดเฟรมและซูมตัวแบบให้อัตโนมัติ ถ่ายครั้งเดียวได้ภาพสวยหลายมุมมอง และ 3D Photo ที่เพิ่มมิติความลึกให้ภาพดูสมจริงมีชีวิตชีวา จัดเต็มมาทุกฟีเจอร์จนแทบอยากหยิบขึ้นมาถ่ายตลอดเวลาค่ะ

AI Auto Zoom จัดเฟรมและซูมตัวแบบให้อัตโนมัติ
AI Auto Zoom จัดเฟรมและซูมตัวแบบให้อัตโนมัติ
AI Auto Zoom จัดเฟรมและซูมตัวแบบให้อัตโนมัติ
AI Auto Zoom จัดเฟรมและซูมตัวแบบให้อัตโนมัติ

พอกล้องผ่านบททดสอบมาได้สวยงาม ทีนี้มาดูกันว่าข้างในเครื่องมีพลังขับเคลื่อนแค่ไหน TECNO POVA 8 Pro 5G มาพร้อมชิปประมวลผลที่ทรงพลังและประหยัดพลังงาน

ชิป MediaTek Dimensity 7400 Ultimate

จุดเด่นพิเศษที่หาตัวจับยากในราคานี้คือชิปกราฟิกแยก TECNO P1 Graphic Chip ที่ช่วยให้การเล่นเกมลื่นไหลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น PUBG, Delta Force, Mobile Legends ก็เล่นได้ครบสเต็ปที่ 144FPS และเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Genshin, Honkai, Thundering Wave ก็ยังลื่นนิ่งเสถียรที่ 90FPS

ทดสอบเล่นเกม
ทดสอบเล่นเกม

ยิ่งไปกว่านั้น TECNO POVA 8 Pro 5G มี Magic Button ปุ่มอัจฉริยะที่กดเพียงครั้งเดียวก็เปิดกล้องได้ทันที หรือใช้เป็นปุ่มยิงในเกมก็ได้ ระบบสั่นสะเทือนตอบสนองไวและสมจริงกว่ามือถือในราคาเดียวกัน และมีระบบระบายความร้อนที่ช่วยให้เล่นได้ยาวนานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องร้อน ด้านการเชื่อมต่อก็ครบครัน Wi-Fi, Bluetooth, GPS, NFC รองรับเครือข่าย 5G ทุกความต้องการ

Magic Button
ทดสอบใช้งาน Magic Button

ปุ่ม Magic Button One-Key สำหรับ  เปิดกล้องหรือทริกเกอร์ในเกม

ทดสอบใช้งาน Magic Button

สำหรับระบบปฏิบัติการ TECNO POVA 8 Pro 5G ใช้ HiOS 16.1 ที่พัฒนาต่อยอดบน Android 16 มาพร้อมวอลเปเปอร์ 3D ที่ทำให้ทุกการปลดล็อกหน้าจอรู้สึกเหมือนได้สัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคต

HiOS 16.1

และดีไซน์ที่จัดวางไอคอนอย่างเป็นระเบียบ สวยงาม ใช้งานง่าย ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันกับเครื่องนี้ลื่นไหลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฟีเจอร์ TECNO AI
ฟีเจอร์ TECNO AI

ในยุคที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน TECNO AI ตัวนี้จดจำข้อมูลและช่วยเหลือทันทีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คุยโต้ตอบได้เป็นธรรมชาติเหมือนคุยกับคนจริง ๆ แก้โจทย์จากภาพถ่ายได้อย่างชาญฉลาด แปลงเอกสารกระดาษเป็นดิจิทัลได้แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาหรือคนทำงานก็ใช้ประโยชน์ได้ทั้งนั้นค่ะ

แบตเตอรี่ 6500mAh รองรับการชาร์จไว 45W

ต่อให้ฟีเจอร์ดีแค่ไหน ถ้าแบตหมดเร็วก็คงไม่สนุก TECNO POVA 8 Pro 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ 6500mAh รองรับการชาร์จไว 45W ผ่านพอร์ต Type-C ดูวิดีโอได้นาน 11 ชั่วโมง เล่นเกมได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง และโทรต่อเนื่องได้นาน 20 ชั่วโมง

TECNO POVA 8 Pro 5G

สำหรับสายเกมเมอร์ที่กังวลเรื่องเครื่องร้อนขณะเล่น มีระบบชาร์จพิเศษที่ช่วยลดความร้อนขณะเล่นเกม พร้อมรองรับชาร์จย้อนกลับสำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ด้วย และที่น่าประทับใจมากคือแบตเตอรี่ยังคงคุณภาพดีถึง 80% แม้ใช้งานยาวนานถึง 6 ปี คุ้มค่าในระยะยาวอย่างแท้จริงค่ะ

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68, IP69 และ IP69K

สำหรับคนที่ใช้ชีวิตนอกบ้านหรือเจอฝนกระทันหันบ่อย ๆ เรื่องความทนทานสำคัญไม่แพ้ฟีเจอร์อื่น TECNO POVA 8 Pro 5G มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำสูงสุด IP68, IP69 และ IP69K ทนทั้งการแช่น้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที ทนการฉีดน้ำแรงดันสูง และกันฝุ่นได้ 100% ผ่านการรับรองมาตรฐานกันกระแทกระดับสูงจากหลายองค์กรสากล มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos เสริมอรรถรสในการดูหนังฟังเพลง และ Cloud Service ฟรี 256GB นาน 3 ปี พร้อมสิทธิ์ Google AI Plus ฟรี 3 เดือน จับไปลุยได้ทุกที่โดยไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ

พูดถึงรุ่นพี่มาเยอะแล้ว ก็ถึงเวลาที่น้องคนนี้จะได้ออกมาอวดโฉมบ้างค่ะ TECNO POVA 8 5G ไม่ใช่แค่รุ่นเล็กที่ถูกกว่า แต่เป็นตัวเลือกที่ถูกออกแบบมาอย่างมีจุดประสงค์ชัดเจน

สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่เป็นอันดับหนึ่ง ต้องการสมาร์ทโฟนที่ใช้ได้ยาวนานโดยไม่ต้องพะวงเรื่องปลั๊กไฟ แต่ยังอยากได้ดีไซน์เท่ กล้องดี และประสิทธิภาพที่ลื่นไหลพอกัน ถ้าโปรไฟล์นั้นฟังดูคุ้นหู บทความนี้มีคำตอบให้ค่ะ

TECNO POVA 8 5G

TECNO POVA 8 5G มาในดีไซน์ Space-Futurism เอกลักษณ์เดียวกับรุ่นพี่ โมดูลกล้องทรงสามเหลี่ยม จอขนาด 6.76 นิ้ว รีเฟรชเรต 144Hz สีสันสดใส ภาพลื่นไหลตอบสนองไว มีให้เลือก 3 สีคือ Arc White, Graphite Black และ Helios Orange สีส้มสดใสที่ดูโดดเด่นมีพลังในแบบฉบับตัวเองค่ะ และเช่นเดียวกับรุ่นพี่ ในกล่องก็มาพร้อมเคสซิลิโคนใส หัวชาร์จ 45W และสาย USB-C ครบจบพร้อมใช้งานได้ทันทีค่ะ

TECNO POVA 8 5G

ก่อนจะไปดูฟีเจอร์ต่าง ๆ ขอพาสำรวจรอบตัวเครื่องสักหน่อยเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นนะคะ เริ่มที่ ด้านหลังของตัวเครื่องคือไฮไลต์ที่ทำให้ TECNO POVA 8 5G แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปอย่างชัดเจน โมดูลกล้องดีไซน์ทรงสามเหลี่ยมขอบโค้งมนที่ออกแบบให้สมมาตร วางตำแหน่งกล้องและไฟ D.I.Y.Matrix Dot ได้อย่างสวยงามและลงตัว มองดูแล้วรู้สึกได้ถึงความตั้งใจในการออกแบบที่ไม่ได้แค่ทำให้ดูดี แต่ยังสื่อถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของซีรีส์นี้ได้อย่างครบถ้วนค่ะ

TECNO POVA 8 5G

แม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่ TECNO POVA 8 5G ก็มาพร้อม D.I.Y.Matrix Dot ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ POVA 8 Series ครบเหมือนกันทุกประการ ปรับแต่งได้มากกว่า 100 รูปแบบ ไม่ว่าจะแสดงเวลา ระดับแบต แจ้งเตือนสายโทรเข้า หรือตอบสนองโหมดเกมมิ่ง ทุกลูกเล่นที่รุ่นพี่มีก็ได้ครบเหมือนกันเลยค่ะ

เมื่อพลิกมาดูด้านหน้าของ TECNO POVA 8 5G จะเห็นได้ทันทีว่า TECNO ตั้งใจออกแบบหน้าจอให้ดูสะอาดและเต็มตาค่ะ จอ IPS LCD FHD ขนาด 6.76 นิ้ว ให้สีสันสดใสและสมจริง แสงผ่านออกมาสม่ำเสมอทั่วทั้งจอ ไม่มีจุดสว่างหรือจุดดับให้รู้สึกแปลกตา รีเฟรชเรต 144Hz ทำให้การเลื่อนหน้าจอ การสไลด์ระหว่างแอป หรือแม้แต่การเล่นเกม รู้สึกลื่นไหลและตอบสนองไวมากกว่าจอ 60Hz ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคนที่ใช้งานโซเชียลมีเดียหนัก ๆ หรือดูวิดีโอเป็นประจำ ความลื่นตรงนี้จะรู้สึกได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่จับเครื่อง

หน้าจอแสดงผล

ขอบจอออกแบบมาให้บางในระดับที่น่าพอใจสำหรับราคานี้ค่ะ ด้านบนและด้านข้างบางกระชับ ส่วนขอบล่างก็ไม่ได้หนาจนรู้สึกว่าล้าสมัย โดยรวมแล้วอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องออกมาดูดีและเต็มตา กล้องหน้าฝังอยู่ที่รูเจาะตรงกลางด้านบนของจออย่างเรียบร้อย ไม่รบกวนพื้นที่การมองเห็นแม้ใช้งานเต็มจอ และเมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมา สีสันที่ออกมาก็สดใส คมชัด มองเห็นได้ชัดเจนทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง ถือว่าเป็นจอที่ให้ประสบการณ์ดีเกินราคาในระดับนี้อย่างแน่นอนค่ะ

ต่อกันที่ด้านขวาของตัวเครื่องที่จัดวางปุ่มใช้งานมาอย่างลงตัว ประกอบด้วยปุ่มเพิ่มและลดระดับเสียงคู่กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดหรือปลุกและล็อคหน้าจอ กดได้ชัดและตอบสนองดีค่ะ และด้านซ้ายของตัวเครื่องก็เรียบเนียนไม่มีปุ่มเช่นกัน

TECNO POVA 8 5G
TECNO POVA 8 5G

ด้านบนของตัวเครื่องที่ออกแบบมาเรียบสะอาด มีเพียงไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พร้อมอักษรพิมพ์ว่า Dolby Atmos บ่งบอกถึงระบบเสียงคุณภาพสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน

เมื่อมาดูที่ด้านล่างของตัวเครื่อง การจัดวางถือว่าคิดมาดีมากค่ะ ฝั่งซ้ายสุดเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Dual Nano-SIM ใส่ได้สองซิมพร้อมกัน ถัดมาเป็นไมโครโฟนสำหรับรับเสียง ตรงกลางเป็นพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จและโอนข้อมูล และฝั่งขวาสุดเป็นลำโพงที่ให้เสียงใสชัดเจน การจัดวางแบบนี้ทำให้ถือเครื่องขณะชาร์จได้สะดวก ไม่สายพันกันยุ่งเหยิง

TECNO POVA 8 5G

TECNO POVA 8 5G มีให้เลือกใช้งานด้วยกัน 3 สีคือ Arc White, Graphite Black และ Helios Orange สีส้มสดใสที่ดูโดดเด่นมีพลังในแบบฉบับตัวเองค่ะ

TECNO POVA 8 5G ทั้ง 3 สี Arc White, Graphite Black และ Helios Orange
ไฟ D.I.Y.Matrix Dot ของ TECNO POVA 8 5G

แม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่ TECNO POVA 8 5G ก็มาพร้อม Dynamic Dot Light ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ POVA 8 Series ครบเหมือนกันทุกประการ ปรับแต่งได้มากกว่า 100 รูปแบบ ไม่ว่าจะแสดงเวลา ระดับแบต แจ้งเตือนสายโทรเข้า หรือตอบสนองโหมดเกมมิ่ง ทุกลูกเล่นที่รุ่นพี่มีก็ได้ครบเหมือนกันเลยค่ะ

ลูกเล่น ไฟ D.I.Y.Matrix Dot
กล้องหลังความละเอียด 50MP

ด้านกล้องมาพร้อมเซนเซอร์ Sony LYT-600 ความละเอียด 50MP ซึ่งเป็นชื่อที่ Sony ตั้งให้ภายใต้แบรนด์ LYTIA ที่เปิดตัวในปี 2022 เพื่อแยกกลุ่มผลิตภัณฑ์เซนเซอร์กล้องมือถือให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่ายขึ้น

กล้องชุดนี้ถ่ายภาพคมชัด จัดการแสงและเงาได้แม่นยำ สีสันสมจริงแม้ในสภาวะแสงน้อย พร้อมเก็บรายละเอียดได้ชัดเจนแม้ขณะซูม มาพร้อมกล้องเสริมสำหรับถ่ายภาพเพิ่มความชัดลึก

ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องในสภาพแสงต่างๆ
ตัวอย่างภาพ AIGC Portrait
ตัวอย่างภาพ AIGC Portrait

สำหรับกล้องหน้า 13MP ของ TECNO POVA 8 5G ก็น่าประทับใจไม่แพ้กันค่ะ ระบบ AI ช่วยปรับแสงและสีหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่โอเวอร์จนดูปลอม เซลฟีออกมาสว่าง คมชัด แม้ในที่แสงน้อยก็ยังได้ภาพที่ดูดีเกินราคา

กล้องหน้าความละเอียด 13MP

ใครที่ใช้ชีวิตบนโซเชียลมีเดีย ชอบถ่ายรูปตัวเองหรือวิดีโอคอลกับครอบครัว กล้องหน้าตัวนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีมากในระดับราคาค่ะ

ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) 
ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) 
ภาพตัวอย่างกล้องหน้า (เซลฟี่) 
ชิป MediaTek Dimensity 7100

ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปที่ใช้งานลื่นไหล ประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งโซเชียลมีเดีย ดูวิดีโอ เล่นเกมระดับกลาง และทำงานได้อย่างราบรื่น พร้อมระบบระบายความร้อนที่ช่วยให้เครื่องไม่ร้อนเกินไปแม้ใช้งานต่อเนื่อง การเชื่อมต่อก็ครบ Wi-Fi, Bluetooth, NFC รองรับเครือข่าย 5G ครบครัน

ทดสอบเล่นเกม

สำหรับระบบปฏิบัติการ TECNO POVA 8 5G ใช้ HiOS 16.1 บน Android 16 เหมือนกับรุ่นพี่ทุกประการ มาพร้อมวอลเปเปอร์ 3D และดีไซน์ไอคอนที่เป็นระเบียบสวยงาม ใช้งานง่าย ทำให้การใช้งานประจำวันลื่นไหลและสนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

แบตเตอรี่ 8000mAh ของ TECNO POVA 8 5G

สิ่งที่ทำให้ TECNO POVA 8 5G โดดเด่นกว่าใครในตลาดราคานี้อย่างชัดเจนคือแบตเตอรี่ความจุยักษ์ 8000mAh รองรับการชาร์จไว 45W ผ่านพอร์ต Type-C ใช้งานได้มากสุดถึง 2 วัน 2 คืน

ทดสอบ YouTube
ระบบเสียง Dolby Atmos คมชัดโอบล้อมรอบทิศทาง

ดู YouTube ต่อเนื่องได้ถึง 30 ชั่วโมง และเล่นเกมต่อเนื่องได้นาน 15 ชั่วโมง ที่น่าประทับใจคือแบตเตอรี่ยังคงคุณภาพดีถึง 80% แม้ใช้งานมานาน 6 ปีค่ะ

มาตรฐานความทนทาน IP64 

สำหรับความทนทาน มาพร้อมมาตรฐานกันฝุ่นและน้ำระดับ IP64 ใช้งานได้มั่นใจในที่มีฝุ่น ลม ฝน หรือโดนน้ำเล็กน้อยในชีวิตประจำวันโดยยังทำงานได้ปกติ ทนการตกกระแทกสูงถึง 1.5 เมตร พร้อมโครงสร้างตัวเครื่องที่แข็งแรง ช่วยให้ใช้งานได้มั่นใจแม้ทำตก

มาตรฐานความทนทาน IP64 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมมาพร้อม Cloud Service ฟรี 256GB นาน 3 ปี และสิทธิ์ Google AI Plus ฟรี 3 เดือนค่ะ

หนึ่งในฟีเจอร์ที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่พอได้ใช้จริงแล้วต้องร้องว้าวกันเลยค่ะ นั่นคือ One Tap Transfer ฟีเจอร์ที่ทำให้การโอนไฟล์กับ iPhone กลายเป็นเรื่องง่ายในคลิกเดียว ไม่ว่าจะแชร์รูปในงานสังสรรค์ที่ต้องส่งภาพไปให้เพื่อนที่ใช้ iPhone หรือโอนย้ายไฟล์งานข้ามระบบเพื่อความสะดวกในการทำงาน ก็ทำได้รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก

การโอนไฟล์ระหว่าง TECNO POVA 8 และ iPhone

เพียงแตะครั้งเดียวก็เสร็จ ไม่ต้องจับคู่อุปกรณ์ให้เสียเวลา ถือเป็นครั้งแรกที่การโอนย้ายไฟล์ระหว่าง TECNO POVA 8 และ iOS ทำได้ง่ายขนาดนี้ แชร์ไฟล์ข้ามระบบได้เร็ว เสถียร และสะดวกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานทั้งใน TECNO POVA 8 Pro 5G และ TECNO POVA 8 5G เหมือนกันทั้งสองรุ่นค่ะ

TECNO POVA 8 Pro 5G

หลังจากจับเครื่องเล่นมาครบทุกฟีเจอร์แล้ว ขอสรุปแบบเพื่อนคุยกันสักหน่อยว่าสองรุ่นนี้เหมาะกับใครบ้าง TECNO POVA 8 Pro 5G เหมาะกับคนที่อยากได้ทุกอย่างจบในเครื่องเดียวจริง ๆ ค่ะ ถ่ายรูปกลางคืนสวยจนต้องเอ่ยปากชม เล่นเกมลื่นจนลืมเวลา จะเดินตากฝนหรือเผลอทำตกน้ำก็ไม่ต้องใจหาย ครบทุกด้านแบบไม่ต้องประนีประนอมอะไร

ส่วน TECNO POVA 8 5G เหมาะกับคนที่อยากได้แบตอึดพกติดตัวไปไหนมาไหนได้สบายใจ ใช้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ต้องวิ่งหาปลั๊ก แถมกล้องก็ถ่ายได้สวยเกินราคาจนแอบประทับใจ

Dynamic Dot Light

จุดร่วมที่ทำให้เรารู้สึกว้าวตั้งแต่แรกเห็นก็คือไฟ D.I.Y. Matrix Dot ที่เป็นซิกเนเจอร์ของรุ่นนี้ บวกกับ TECNO AI ที่ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นจริง ๆ และ One Tap Transfer ที่โอนไฟล์ข้ามระบบได้ง่ายในคลิกเดียว ใครกำลังมองหามือถือแบตอึด หน้าตาเท่ ใช้งานลื่นไม่มีสะดุด ลองเก็บ TECNO POVA 8 Series ไว้ในลิสต์ได้เลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

TECNO POVA 8 Pro 5G และ TECNO POVA 8 5G

มาถึงไฮไลต์สุดท้ายที่หลายคนรอคอยที่สุดแล้วค่ะ TECNO POVA 8 Series รอบนี้มาในราคาที่จับต้องได้สบาย ๆ สำหรับตัวท็อปอย่าง TECNO POVA 8 Pro 5G เปิดราคามาให้เลือก 3 รุ่นความจุ เริ่มต้นที่รุ่น RAM 16GB+ROM 256GB ราคา 14,999 บาท รุ่น RAM 24GB+ROM 256GB ราคา 16,999 บาท และรุ่นท็อปสุด RAM 24GB+ROM 512GB ราคา 18,999 บาท

ใครซื้อช่วงเปิดตัวยังได้รับฟรีของแถมสุดพิเศษ ทั้ง TECNO EXCLUSIVE SET มูลค่า 2,999 บาท พร้อมสิทธิ์ใช้งาน Google AI Plus ฟรี 3 เดือน และบริการหลังการขายซ่อมด่วนรับเครื่องไวภายใน 3 วัน

ช่องทางการสั่งซื้อ TECNO POVA 8 Pro 5G

ส่วน TECNO POVA 8 5G เริ่มต้นที่รุ่น RAM 12GB+ROM 128GB ราคา 9,999 บาท รุ่น RAM 16GB+ROM 128GB ราคา 10,999 บาท และรุ่น RAM 16GB+ROM 256GB ราคา 11,999 บาท

ผู้ที่ซื้อช่วงเปิดตัวได้รับฟรีของแถมสุดพิเศษด้วยเหมือนกัน ทั้ง TECNO WATCH 3 ACTIVE มูลค่า 1,299 บาท พร้อมสิทธิ์ใช้งาน Google AI Plus ฟรี 3 เดือน และบริการหลังการขายซ่อมด่วนรับเครื่องไวภายใน 3 วัน

ช่องทางการสั่งซื้อ TECNO POVA 8 5G

ใครสนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย TECNO POVA ใกล้บ้าน หรือติดต่อศูนย์บริการ Carlcare ได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 9:00-18:00 น. โทร. 02-038-5157 แล้วพบกันใหม่ในรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นต่อไปนะคะ บายบาย!

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
พรีวิว “Galaxy S25 Series” ก้าวใหม่ของสมาร์ทโฟน AI ที่บางลง เบาลง แต่ทรงพลังกว่าที่เคย
รีวิว “Sonos Arc” ซาวด์บาร์พรีเมียมรุ่นใหม่ มาพร้อม Dolby Atmos และระบบเสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริง พร้อมยกระดับประสบการณ์โฮมเธียเตอร์
รีวิว “vivo X300 Series” สมาร์ตโฟนซูมแรง กล้อง ZEISS คมชัด 200MP ถ่ายมุมไหนก็คมชัดเป๊ะ

Leave Your Reply

*