News PR

ETDA เปิดงาน Digital Trust Thailand 2026 ดัน Digital ID 2.0 สู่มาตรฐานโลก

ETDA เดินหน้าสร้าง Digital Trust Ecosystem ผลักดัน Digital ID 2.0 ยกระดับธุรกรรมดิจิทัลไทยให้ปลอดภัยและเชื่อมโยงสู่มาตรฐานสากล ผ่านเวทีประชุมนานาชาติครั้งสำคัญ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดงานประชุมนานาชาติ “Digital Trust Thailand 2026 – ดิจิทัลไทย มาตรฐานโลก” ณ Prestige Hall โรงแรม Grande Centre Point Prestige Bangkok เพื่อรวมผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการ Trust Service และผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความเชื่อมั่นดิจิทัล โดยมี Digital ID หรือระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับบริการให้ปลอดภัยและเชื่อถือได้ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

งานนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเปิดงานและมอบนโยบาย พร้อมมอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะจากกิจกรรม ETDA Boot Camp 2026 เวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักพัฒนาต่อยอดแนวคิดด้าน Digital ID, Verifiable Credential (ใบรับรองดิจิทัลที่ตรวจสอบความถูกต้องได้) และ Digital Document Wallet (กระเป๋าเอกสารดิจิทัล) สู่โซลูชันที่ใช้งานได้จริง

ETDA เปิดงาน Digital Trust Thailand 2026

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย กล่าวว่า งานครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยหัวใจสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัล หรือ Digital Trust ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจากระบบไฟฟ้าหรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไร้รอยต่อ

รัฐบาลมีทิศทางชัดเจนในการพัฒนา Digital ID ให้ก้าวขึ้นเป็น National Trust Services สอดคล้องกับกรอบ Digital ID Framework ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568–2570) ที่มุ่งขยายผลจากการวางรากฐานสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง พร้อมผลักดันแนวคิด “ONE ID” หรือข้อมูลดิจิทัลรายบุคคลที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากทุกหน่วยงานรัฐเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบริการภาครัฐที่ไร้รอยต่อ ลดภาระเอกสาร และเพิ่มความสะดวกผ่านระบบ Single Sign-On (การล็อกอินครั้งเดียวเข้าใช้ได้หลายบริการ) ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

ด้านความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม ปัจจุบันประเทศไทยเชื่อมต่อระบบ Digital ID ผ่านบริการ e-Service ของภาครัฐแล้วกว่า 1,797 บริการ ครอบคลุมบริการสำคัญ เช่น การเสียภาษี การย้ายทะเบียนบ้าน และการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล ส่งผลให้มีบัญชีผู้ใช้งานสะสมผ่านบริการ Thai ID, ทางรัฐ, หมอพร้อม, เป๋าตัง และ NDID รวมกว่า 162.63 ล้านบัญชี (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569) สะท้อนความพร้อมของประชาชนในการใช้บริการดิจิทัล

นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย ETDA ยังเร่งยกระดับสู่ Digital ID 2.0 เพื่อขยายการใช้งานให้ครอบคลุมนิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงบริการออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม ขณะที่ภาคธุรกิจเร่งส่งเสริมการทำธุรกรรมผ่าน Integrated Document Signing Platform หรือ IDSP (แพลตฟอร์มลงนามเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบบูรณาการ) รองรับการจัดทำและลงนามเอกสารสำคัญ เช่น e-Contract ให้น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ พร้อมขับเคลื่อน e-Signature, Verifiable Credential และ Digital Document Wallet เพื่อให้ประชาชนจัดเก็บและใช้เอกสารดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย เลือกเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น และต่อยอดสู่บริการข้ามหน่วยงาน

ทั้งนี้ การสร้าง Digital Trust ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งระบบนิเวศควบคู่กับมาตรฐานสากล เพื่อให้บริการดิจิทัลไทยพร้อมเชื่อมโยงสู่ Cross-border Digital ID (การยืนยันตัวตนดิจิทัลข้ามพรมแดน) ในอนาคต งานประชุมครั้งนี้จึงเป็นกลไกเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการ Trust Service เช่น Certification Authority (CA) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity และ Digital Technology จากภาครัฐและเอกชน รวมกว่า 300 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถอดบทเรียนจากระดับโลกสู่บริบทไทย ผ่านเวที Keynote, Panel Discussion, Exhibition, Business Matching และ Workshop รวมกว่า 17 Sessions

พร้อมกันนี้ ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ได้อัปเดตทิศทางการขับเคลื่อน Digital Trust ของไทยใน Session “The Pulse of Thailand’s Digital Trust” ที่นำเสนอภาพรวมการเติบโตของการใช้งาน e-Signature และ Roadmap การพัฒนา Digital ID 2.0 ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับบริการดิจิทัลของไทยให้สะดวก ปลอดภัย และเชื่อมโยงกันได้

ภายในงานยังมีอีกหลากหลาย Session จากหน่วยงานชั้นนำ ได้แก่ World Bank, FIDO Alliance, WCAP, Thales Thailand และ SecureMetric Technology ครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่อนาคตของ Verifiable Credential และ Digital Wallet การพัฒนา IDSP ไปจนถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยยุคใหม่ ทั้ง Passkeys (การยืนยันตัวตนแบบไร้รหัสผ่าน), Decentralized Ecosystem, การผสาน AI กับระบบความเชื่อมั่นดิจิทัล และ Post-Quantum Cryptography (การเข้ารหัสที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม) เพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐานไทยให้พร้อมรับความเสี่ยงในอนาคต รวมถึงกิจกรรม Business & Innovation Zone และ Business Matching ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้เชื่อมเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือ เพื่อผลักดัน Digital ID, e-Signature และบริการดิจิทัลไทยสู่ระดับอาเซียนและมาตรฐานโลก

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ ผู้ให้บริการ Trust Service ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นักพัฒนา และคนรุ่นใหม่เข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความตื่นตัวของทุกภาคส่วนต่อการสร้าง Digital Trust Ecosystem ของประเทศ ทั้งในมิติของนโยบาย เทคโนโลยี มาตรฐาน และการนำไปใช้จริง นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางรากฐาน Digital Trust ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสาก

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
HONOR ขึ้นแท่นแบรนด์มาแรงในงาน Thailand Mobile Expo 2025 เน้นแบตอึดและดีไซน์สะกดทุกสายตา
TrueMoney ชวนใช้จ่ายไร้เงินสด ลุ้น 2 ต่อ กับแคมเปญแรงส่งท้ายปี “Lucky Bag”
เร็วกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! OPPO กับกิจกรรม Fast Charging Challenge

Leave Your Reply

*