
AIS ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัว “AIS 5G-ADVANCED” รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับเครือข่าย 5G สู่มาตรฐานใหม่ด้วยพลัง AI และเทคโนโลยี Carrier Aggregation
AIS ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของไทย เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญให้วงการโทรคมนาคม ด้วยการประกาศเปิดตัว “AIS 5G-ADVANCED” รายแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 การยกระดับครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วย 3 พลังหลักที่ผสานกันอย่างลงตัว ได้แก่ “Partnership + AI + Innovation” ผ่านเทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation (การรวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความจุและความเร็วของเครือข่าย) ทั้งในระดับ Downlink 3CC และ Uplink 2CC ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการนำเทคโนโลยีทั้งสองมาใช้พร้อมกัน
ด้านขีดความสามารถทางเทคนิค เทคโนโลยี 5G SA Downlink 3CC ที่รวมคลื่นความถี่ 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยเพิ่มความเร็ว Download สูงสุดถึง 1.5 เท่าจากเดิม ขณะที่ 5G SA Uplink 2CC ที่รวมคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz ช่วยดันความเร็ว Upload ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 2 เท่า ส่งผลให้การรับชมวิดีโอความละเอียดสูง การเล่นเกมออนไลน์ การไลฟ์สตรีม การอัปโหลดคอนเทนต์ และการทำงานผ่านคลาวด์ล้วนลื่นไหลและรวดเร็วยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังนำ AI เข้ามาบริหารจัดการโครงข่ายแบบอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า Autonomous Network ซึ่งช่วยให้โครงข่ายวิเคราะห์และปรับตัวรับมือกับความหนาแน่นของการใช้งานได้อย่างชาญฉลาดในทุกสถานการณ์
ปัจจุบัน 5G SA Downlink 3CC เปิดให้บริการแล้วในพื้นที่สาทรและบางรัก พร้อมแผนขยายครอบคลุมพื้นที่สำคัญใน กรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในปี 2569 ส่วน 5G SA Downlink 2CC ให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตัวเมืองทั่วประเทศ ขณะที่ 5G SA Uplink 2CC ให้บริการแล้วในพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยคาดว่าจะขยายให้ครอบคลุมตัวเมืองทั่วประเทศได้ภายในปีเดียวกัน
นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า “พันธกิจสำคัญของ AIS คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศให้แข็งแกร่ง ทันสมัย และพร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะโครงข่ายมือถือ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการเชื่อมต่อ ที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้น การพัฒนาโครงข่ายในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเร็ว สัญญาณ หรือจำนวนสถานีฐาน แต่คือการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ และส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกการใช้งาน”
นายวสิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจของ AIS 5G-ADVANCED คือเทคโนโลยี Carrier Aggregation ทั้ง 2CC และ 3CC ที่รวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความลื่นไหล ความเสถียร และการตอบสนองของโครงข่าย โดยลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการและใช้อุปกรณ์ที่รองรับ จะสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือขึ้นได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งยังให้ความสำคัญกับการยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล ด้วยการนำ AI เข้ามาเสริมการดูแลลูกค้าผ่าน AIS SAFE CONNECT ที่สามารถแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัยขณะโทร รวมถึงบริการแจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร *1185# และสายด่วน 1185 ที่ทำงานร่วมกับตำรวจในการรับแจ้งเบาะแสเบอร์และ SMS ต้องสงสัย เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างอุ่นใจ
สำหรับการสังเกตว่ากำลังใช้งาน “AIS 5G-ADVANCED” อยู่หรือไม่ ลูกค้าสามารถดูได้จากสัญลักษณ์ 5G+ บนมุมขวาของหน้าจอมือถือ ซึ่งสะท้อนว่ากำลังเชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย 5G ที่ได้รับการยกระดับแล้ว ทั้งนี้ การแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ คลื่นความถี่ที่รองรับ ตัวเครื่องของลูกค้า และแพ็กเกจที่ใช้งาน โดยลูกค้าที่ครบเงื่อนไขสามารถสัมผัสประสบการณ์ 5G+ ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม
การก้าวขึ้นสู่ยุค AIS 5G-ADVANCED ครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ AIS ในฐานะ National Digital Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของคนไทย ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ก่อนมุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี 6G ในอนาคต
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ AIS 5G-ADVANCED ได้ที่ https://www.ais.th/about-us/network-technology/5g-for-consumer/superior-trusted-network