
ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ การไฟฟ้านครหลวง เดินหน้าโครงการฝังสายสื่อสารลงใต้ดินถนนลาดพร้าวรวม 8.40 กิโลเมตร คืนความสวยงามให้ท้องถนน และยกระดับกรุงเทพสู่เมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศเดินหน้าภารกิจพลิกโฉมกรุงเทพมหานครครั้งสำคัญ ด้วยการผนึกกำลังร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) พร้อมด้วย กรุงเทพมหานคร, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพันธมิตรอีกหลายหน่วยงาน เปิดปฏิบัติการรื้อถอนสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าและนำสายสื่อสารลงใต้ดินบนถนนลาดพร้าว ตั้งแต่ถนนรัชดาภิเษกถึงถนนประดิษฐ์มนูธรรม รวมระยะทางทั้งสองฝั่งถนนรวมกัน 8.40 กิโลเมตร

พิธีเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ มี นายราเชนทร์ อันเวช รองผู้ว่าการเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบสื่อสาร การไฟฟ้านครหลวง (MEA) เป็นประธาน พร้อมด้วย นายประถมพงศ์ ศรีนวล ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและการจัดการทรัพยากรโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. และ นายกนกศักดิ์ นิ่มนวลรัตน์ หัวหน้าฝ่ายรัฐกิจและสาธารณูปโภค บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมลงพื้นที่ขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
โครงการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อจัดระเบียบสายสื่อสาร (telecommunication cables) ที่พาดยุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ มาหลายทศวรรษ ให้เข้าสู่ระบบท่อร้อยสายใต้ดินตามมาตรฐานสากล ซึ่งไม่เพียงช่วยฟื้นคืนทัศนียภาพอันสวยงามให้กับถนนลาดพร้าวในฐานะเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา โดยขจัดความเสี่ยงจากสายสื่อสารที่ห้อยระโยงระยาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายจากไฟฟ้าในช่วงฤดูฝนได้

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (digital infrastructure) ของประเทศ ที่ทำงานคู่ขนานไปกับภาครัฐและทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมให้มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ควบคู่กับการฟื้นฟูภูมิทัศน์เมืองให้เป็นระเบียบ สวยงาม และปลอดภัย ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
ในระยะยาว โครงการดังกล่าวถือเป็นการวางรากฐานสำคัญของกรุงเทพมหานครสู่การเป็น เมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงสร้างสายสื่อสารใต้ดินที่ได้มาตรฐานจะเอื้อให้การพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคมในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น 5G หรือเทคโนโลยีที่จะตามมา ทำได้อย่างรวดเร็ว มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวกรุงเทพฯ และหนุนเสริมให้มหานครแห่งนี้ก้าวขึ้นสู่การเป็นต้นแบบเมืองทันสมัยที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนในภูมิภาค