
Google ประกาศอัปเกรด Google Translate ครั้งใหญ่ด้วยการผนวก Gemini AI เข้าสู่ระบบแปลภาษา พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์แปลสดผ่านหูฟังในเวอร์ชันเบตา เริ่มให้บริการวันที่ 26 มีนาคม 2568
Google ประกาศยกระดับความสามารถของ Google Translate ด้วยการนำ Gemini AI มาผนวกรวมเข้ากับระบบแปลภาษา ทั้งในแอปพลิเคชันบนมือถือและบนเว็บไซต์ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การแปลภาษาไม่ใช่แค่การแปลคำต่อคำอีกต่อไป แต่จะเป็นการแปลที่เข้าใจบริบท ความหมายเชิงลึก และความละเอียดอ่อนของภาษาได้อย่างแท้จริง
สิ่งที่ผู้ใช้งานจะสัมผัสได้ชัดเจนที่สุดคือความสามารถในการแปลสำนวน (Idioms) หรือกลุ่มคำที่มีความหมายไม่ตรงตัว เช่น “It’s raining cats and dogs” ที่หมายถึงฝนตกหนัก ไม่ใช่แมวและสุนัขตกฝน รวมถึงสำนวนท้องถิ่น (Local Expressions) และภาษาแสลง (Slang) ที่ระบบแปลภาษาแบบเดิมมักจะสะดุดและให้ผลลัพธ์ที่ผิดเพี้ยนหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ ด้วย Gemini AI ระบบจะวิเคราะห์บริบทโดยรวมของประโยคก่อนแปล แทนที่จะแปลทีละคำ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ฟีเจอร์ดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 ในแอป Google Translate สำหรับผู้ใช้ iOS และบนเว็บ โดย Gemini Translate รองรับภาษาอังกฤษและอีกเกือบ 20 ภาษาทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สเปน ฮินดี จีน เยอรมัน และญี่ปุ่น ทำให้ผู้ใช้งานในหลายประเทศสามารถสัมผัสประสบการณ์การแปลที่ดีขึ้นได้ทันที
นอกจากการยกระดับการแปลข้อความแล้ว Google ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นในชื่อ Live Translate หรือการแปลสดผ่านหูฟังในรูปแบบเวอร์ชันเบตา ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการสนทนาแบบเรียลไทม์โดยตรง จุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือความสามารถในการรักษาน้ำเสียง (Tone) การเน้นคำ (Emphasis) และจังหวะการพูด (Cadence) ของผู้พูดแต่ละคนไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ต่างจากระบบแปลสดแบบเดิมที่มักจะสูญเสียอรรถรสและความรู้สึกในการสื่อสาร
การใช้งาน Live Translate ทำได้ง่ายเพียงสวมหูฟังใดก็ได้ที่มีอยู่ เปิดแอป Google Translate แล้วแตะที่ตัวเลือก “Live Translate” เพื่อเริ่มกระบวนการแปลสด อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ฟีเจอร์เบตานี้ยังจำกัดเฉพาะผู้ใช้ Android เท่านั้น โดย Google มีแผนขยายการรองรับไปยังผู้ใช้ iOS ในช่วงปลายปี 2569
อ้างอิง | Macrumors.com