News

iPhone 18 Pro เตรียมทำสิ่งที่ iPhone ไม่เคยทำมาก่อน — เชื่อมต่อ 5G ผ่านดาวเทียมด้วยโมเด็ม C2 ที่ Apple สร้างเอง

Apple อาจเตรียมยกระดับการเชื่อมต่อบน iPhone 18 Pro ด้วยโมเด็ม C2 ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งจะรองรับเทคโนโลยี 5G ผ่านดาวเทียม ตามข้อมูลที่แหล่งข่าวชาวจีนเปิดเผย

ข้อมูลล่าสุดมาจากบัญชี “Fixed Focus Digital” บนแพลตฟอร์ม Weibo ซึ่งเป็นแหล่งข่าวจากจีนที่เคยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้อย่างแม่นยำมาก่อน โดยระบุว่าโมเด็มเบสแบนด์ C2 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวครั้งแรกใน iPhone 18 Pro จะรองรับมาตรฐาน NR-NTN หรือ New Radio Non-Terrestrial Networks ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาสถานีฐานภาคพื้นดิน

มาตรฐาน NR-NTN นั้นครอบคลุมการใช้งาน 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ การเชื่อมต่อจากโทรศัพท์ไปยังดาวเทียมโดยตรง (Direct-to-Satellite) และการใช้ดาวเทียมเป็นตัวกลางเชื่อมต่อกลับไปยังเครือข่ายของผู้ให้บริการมือถือ (Satellite Backhaul) เพื่อขยายพื้นที่ครอบคลุมสัญญาณไปยังพื้นที่ห่างไกล จากการแปลโพสต์ดังกล่าว แหล่งข่าวรายนี้ดูเหมือนจะบ่งชี้ว่า Apple จะใช้รูปแบบการเชื่อมต่อโดยตรงไปยังดาวเทียมเพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวลือเรื่อง 5G ผ่านดาวเทียมบน iPhone 18 Pro แต่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการระบุอย่างชัดเจนว่ามาตรฐาน NR-NTN จะเป็นคุณสมบัติทางเทคนิคของโมเด็ม C2 ที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว Wayne Ma จาก The Information รายงานว่า Apple วางแผนเพิ่มการรองรับเครือข่าย 5G ที่ “ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพื้นผิวโลก ซึ่งรวมถึงดาวเทียม” ใน iPhone ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ iPhone สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบเต็มรูปแบบผ่านดาวเทียมได้ ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน Mark Gurman จาก Bloomberg ได้อ้างอิงรายงานดังกล่าวและระบุว่า Apple กำลังพัฒนาเทคโนโลยี “Satellite over 5G” สำหรับ iPhone รุ่นปีนี้ โดยจะช่วยให้อุปกรณ์สามารถใช้เสาสัญญาณมือถือเชื่อมต่อไปยังดาวเทียมเพื่อเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมในกรณีที่เครือข่ายมาตรฐานไม่สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม รายงานของ Gurman อธิบายถึงรูปแบบ Satellite Backhaul สำหรับเครือข่ายผู้ให้บริการ ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการเชื่อมต่อโดยตรงจากอุปกรณ์ไปยังดาวเทียมที่ Fixed Focus Digital และ Wayne Ma ระบุไว้

จากรายงานของ Gurman ยังระบุอีกว่า Apple กำลังพัฒนาฟีเจอร์ดาวเทียมเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง ได้แก่ API สำหรับนักพัฒนาเพื่อให้แอปฯ ของบุคคลที่สามสามารถใช้การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมได้, Apple Maps ที่ทำงานผ่านดาวเทียม และการรองรับการส่งรูปภาพผ่านข้อความดาวเทียม นอกจากนี้ Apple ยังตั้งเป้าที่จะขจัดความจำเป็นในการชี้อุปกรณ์ไปยังท้องฟ้า ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมได้แม้เครื่องอยู่ในกระเป๋าหรืออยู่ภายในอาคาร

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าฟีเจอร์เหล่านี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาใด และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่ได้เปิดตัวพร้อมกับการรองรับ 5G ดาวเทียมในปีนี้ทั้งหมด การนำฟีเจอร์เหล่านี้ออกสู่ตลาดจะต้องอาศัยการอัปเกรดครั้งใหญ่ของโครงสร้างพื้นฐานดาวเทียมที่เริ่มเก่าของ Globalstar ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านดาวเทียมที่ Apple ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

ปัจจุบันฟีเจอร์ดาวเทียมที่มีอยู่บน iPhone 14 และรุ่นที่ใหม่กว่า ยังจำกัดอยู่เพียงฟีเจอร์ Emergency SOS สำหรับการส่งข้อความฉุกเฉิน, แอป Find My และ Messages รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินริมทาง (Roadside Assistance) ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ทั้งหมดยังต้องอาศัยการมองเห็นท้องฟ้าที่ชัดเจนเพื่อสื่อสารกับดาวเทียมโดยตรง

จากรายงานก่อนหน้านี้ยังชี้ว่าโมเด็ม C2 จะมีความสามารถที่เหนือกว่าโมเด็ม C1 และ C1X รุ่นปัจจุบันอย่างมาก โดย C2 อาจรองรับเทคโนโลยี mmWave 5G (คลื่นมิลลิเมตร ซึ่งเป็นย่านความถี่ที่ให้ความเร็วสูงมากแต่ครอบคลุมพื้นที่จำกัด) และมีแนวโน้มว่าจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับชิปโมเด็มของ Qualcomm ที่จะถูกแทนที่มากขึ้น

ทั้งนี้ Fixed Focus Digital เคยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ iPhone 16e ซึ่งเป็นรุ่นสืบทอดของ iPhone SE ได้อย่างถูกต้องก่อนการเปิดตัว สร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลที่เผยแพร่ในครั้งนี้

อ้างอิง | Macrumors.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
ซีอีโอ OnePlus โชว์กล่อง “OnePlus 7T” สีแดงเพลิงให้เราเห็นก่อนเปิดตัว
เผยสถิติระบบปฏิบัติการ Android Mashmallow 6.0 ครองตำแหน่ง “ผู้ใช้งาน” มากสุด
เผยภาพคอนเซ็ปต์ล่าสุดของ iPhone 17 Pro พร้อมการออกแบบกล้องหลังรูปแบบใหม่

Leave Your Reply

*