วันนี้ Apple ได้เปิดตัว iOS 17 เพื่อเพิ่มการอัปเกรดครั้งใหญ่ให้ประสบการณ์การใช้งานแอปด้านการสื่อสารอย่างแอปโทรศัพท์, FaceTime และข้อความ ทำให้แชร์โดยใช้ AirDrop ได้ง่ายขึ้น ป้อนข้อความได้ชาญฉลาดกว่าเดิม ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความเร็วและความแม่นยำในการป้อนข้อความ

iOS 17

นอกจากนี้ iOS 17 ยังได้เปิดตัวประสบการณ์ใหม่อย่างแอปบันทึกที่เหมาะสำหรับการทบทวนและชื่นชมกับช่วงเวลาดีๆ ในชีวิต รวมถึง StandBy ซึ่งเป็นวิธีใหม่ของการแสดงข้อมูลที่เหลือบมองดูได้เมื่อวาง iPhone ไว้เพื่อชาร์จ

“ใน iOS 17 เราได้ทำให้ iPhone ใช้งานง่ายและมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นโดยการกลับไปนึกทบทวนถึงคุณสมบัติที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำทุกวัน” Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple กล่าว “แอปโทรศัพท์, FaceTime และข้อความคือหัวใจของการสื่อสาร

ios-17_1

การเปิดตัวในครั้งนี้จึงอัดแน่นไปด้วยการอัปเดตที่เราคิดว่าผู้ใช้จะต้องชอบ เรายังได้ปรับปรุง AirDrop เพื่อเพิ่มวิธีใหม่ๆ ในการแชร์​ การแก้ไขอัตโนมัติก็ทำงานได้ดีขึ้นไปอีก มีการเปิดตัวสุดยอดประสบการณ์แบบใหม่หมดของแอปบันทึกและ StandBy รวมถึงยังมาพร้อมกับสิ่งอื่นๆ อีกมาก เราอยากให้ทุกคนได้ลองใช้จริงๆ”

สรุปฟีเจอร์ใหม่ “iOS 17” หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

1) การอัปเกรดครั้งใหญ่ให้ประสบการณ์การใช้งานแอปโทรศัพท์

แอปโทรศัพท์คือหัวใจของประสบการณ์การใช้งาน iPhone ซึ่งได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่ให้มีโปสเตอร์ของรายชื่อที่ปรับแต่งได้เพื่อเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ใช้ได้แสดงตัวตน ผู้ใช้สามารถปรับแต่งลักษณะที่ปรากฏของตัวเพื่อเปิดประสบการณ์แบบใหม่หมดในการรับสายเรียกเข้า เลือกการปรับแต่งรูปภาพหรือ Memoji ได้ รวมถึงมีรูปแบบฟอนต์และสีสันที่สวยสะดุดตา นอกจากนี้เรายังจะเปิดให้แอปการโทรของบริษัทอื่นสามารถใช้งานคุณสมบัติโปสเตอร์ของรายชื่อได้อีกด้วย

apple-wwdc23-ios-17-contact-p

คุณสมบัติวอยซ์เมลสดช่วยให้ผู้ใช้เห็นการถอดเสียงแบบเรียลไทม์ในขณะที่มีผู้กำลังฝากวอยซ์เมล เพื่อให้ตัดสินใจรับสายได้ในขณะที่ผู้โทรกำลังฝากข้อความ ส่วนสายโทรที่ผู้ให้บริการระบุว่าเป็นสแปมจะไม่ปรากฏเป็นวอยซ์เมลสด เนื่องจากจะถูกจะตัดสายทันที และด้วยประสิทธิภาพของ Neural Engine จึงทำให้สามารถจัดการถอดเสียงวอยซ์เมลสดได้บนอุปกรณ์เพื่อความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ

apple-wwdc23-ios-17-live-voic

2) FaceTime เพิ่มข้อความแบบเสียงและวิดีโอ, Reaction และขยายการใช้งานไปสู่ Apple TV

ตอนนี้ FaceTime รองรับข้อความทั้งแบบเสียงและวิดีโอ เมื่อผู้ใช้โทรหาผู้ที่ยังไม่สะดวกรับสายจึงสามารถแชร์ข้อความไว้เพื่อให้มาเปิดในภายหลังได้

สายโทร FaceTime สามารถสื่อสารได้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย Reaction อย่างหัวใจ ลูกโป่ง พลุ แสงเลเซอร์ สายฝน และอื่นๆ ผู้ใช้สามารถใช้เอฟเฟ็กต์ใหม่ๆ ได้ผ่านคำสั่งนิ้วง่ายๆ และเรายังเปิดให้แอปการโทรแบบวิดีโอของบริษัทอื่นสามารถใช้งานเอฟเฟ็กต์เหล่านี้ได้อีกด้วย

การอัปเดตที่น่าตื่นเต้นของ Apple TV 4K ในครั้งนี้ช่วยขยายการใช้งาน FaceTime ไปสู่หน้าจอที่ใหญ่ที่สุดของบ้าน คุณสมบัติความต่อเนื่องของกล้องทำให้ผู้ใช้สามารถเริ่มโทรแบบวิดีโอได้เลยจาก Apple TV หรือจะเริ่มโทรบน iPhone แล้วย้ายมายัง Apple TV เพื่อให้เห็นเพื่อนๆ และครอบครัวบนหน้าจอโทรทัศน์ก็ทำได้ และยังมีคุณสมบัติจัดให้อยู่ตรงกลางที่ช่วยให้ผู้ใช้อยู่ตรงกลางเฟรมตลอดแม้ว่าจะเคลื่อนไหวไปมาในห้อง

ลุคใหม่และการอัปเดตครั้งใหญ่ของแอปข้อความ


แอปข้อความได้รับการอัปเดตครั้งสำคัญใน iOS 17 เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานสติกเกอร์ในรูปแบบใหม่หมดของสติกเกอร์อิโมจิ รวมถึงมีความสามารถในการสร้าง Live Sticker ซึ่งเป็นการดึงวัตถุขึ้นจากรูปภาพ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มเอฟเฟ็กต์เพื่อเพิ่มชีวิตชีวาให้ Live Sticker และในแป้นพิมพ์ก็ยังมีลิ้นชักตัวใหม่ที่ใช้จัดเก็บสติกเกอร์ของผู้ใช้ไว้ในที่เดียวเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายทั่วทั้ง iOS

1686020864201

คุณสมบัติใหม่ๆ ของแอปข้อความช่วยยกระดับการสนทนาของผู้ใช้ เมนูแบบขยายได้ที่สามารถเข้าถึงด้วยการแตะเพียงครั้งเดียวเพื่อแสดงแอป iMessage ช่วยให้แอปข้อความดูเรียบง่ายสะอาดตามากขึ้น ค้นหาสิ่งต่างๆ ในการสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้นด้วยตัวกรองการค้นหา ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เริ่มค้นหาและใส่ตัวกรองเพิ่มได้เพื่อจำกัดผลลัพธ์ให้แคบลงและเห็นสิ่งที่ต้องการ ลูกศรติดตามการสนทนาตัวใหม่จะช่วยให้ทราบตำแหน่งล่าสุดที่ผู้ใช้อ่านข้อความค้างไว้ และตอบกลับแบบอ้างอิงข้อความเดิมได้อย่างง่ายดายด้วยการปัดนิ้วบนฟองข้อความ หากผู้ใช้แชร์ตำแหน่งที่ตั้ง จะมีการจะอัปเดตแบบเรียลไทม์ทันทีในการสนทนา เมื่อส่งข้อความเสียง จะมีการจะถอดเสียงโดยอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ใช้สามารถอ่านได้ทันทีหรือฟังในภายหลัง

นอกจากนี้แอปข้อความยังได้เปิดตัว Check In ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญเมื่อผู้ใช้ต้องการแจ้งเตือนให้เพื่อนๆ หรือสมาชิกครอบครัวทราบว่าไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยแล้ว เมื่อผู้ใช้เริ่มเซสชั่น Check In เพื่อนๆ หรือสมาชิกในครอบครัวจะได้รับการแจ้งเตือนทันทีที่ผู้ใช้เดินทางถึงจุดหมาย แต่หากไม่มีความคืบหน้าในการเดินทางสู่จุดหมาย รายชื่อติดต่อที่เลือกจะเห็นข้อมูลที่มีประโยชน์ซึ่งจะแชร์ให้รับทราบเป็นการชั่วคราว เช่น ตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้ ระดับพลังงานแบตเตอรี่ และสถานะของสัญญาณมือถือ ข้อมูลทุกอย่างจะแชร์แบบเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

apple-wwdc23-ios-17-check-in-

3) การแชร์ที่ง่ายกว่าเดิมด้วย AirDrop และ NameDrop AirDrop

ทำให้แชร์ไฟล์กับเพื่อนร่วมงานหรือส่งรูปภาพให้เพื่อนได้ง่ายดายและรวดเร็ว ใน iOS 17 นี้ เราได้เพิ่มวิธีใหม่ๆ ในการแชร์ด้วย AirDrop NameDrop ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์ข้อมูลติดต่อได้อย่างง่ายดายเพียงนำ iPhone มาไว้ใกล้ๆ กัน หรือหัน iPhone เข้าหา Apple Watch1 ผู้ใช้ยังสามารถใช้ท่าทางเดียวกันนี้ในการแชร์เนื้อหาหรือเริ่มใช้ SharePlay เพื่อฟังเพลง ดูภาพยนตร์ หรือเล่นเกมจากอุปกรณ์ iPhone ที่อยู่ใกล้ๆ กันได้อีกด้วย

1686020976725

4) การปรับปรุงการแก้ไขอัตโนมัติและการป้อนตามคำบอกเพื่อเพิ่มความชาญฉลาดด้านการป้อนข้อความ

การแก้ไขอัตโนมัติได้รับการอัปเดตแบบรอบด้านผ่านโมเดล Transformer ด้านภาษา ซึ่งเป็นโมเดลภาษาที่ก้าวล้ำเกินใครซึ่งใช้การเรียนรู้ของระบบบนอุปกรณ์มาช่วยคาดเดาคำที่จะป้อน จึงเป็นการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและความแม่นยำในทุกครั้งที่ผู้ใช้ป้อนข้อความ นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงการออกแบบให้รองรับการป้อนได้ดีขึ้น มีการแก้ไขอัตโนมัติในระดับประโยคที่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องทางไวยากรณ์ได้หลากหลายประเภทมากขึ้น ในตอนนี้ ผู้ใช้จะได้รับคำแนะนำของข้อความที่คาดการณ์ในบรรทัดในขณะที่ป้อนข้อความ ทำให้เพิ่มคำทั้งคำหรือเติมเต็มประโยคให้สมบูรณ์ได้อย่างง่ายดายเพียงแตะที่ Space Bar จึงป้อนข้อความได้รวดเร็วกว่าที่เคย การป้อนตามคำบอกใช้โมเดลใหม่ด้านการรู้จำคำพูดเพื่อให้ทำงานได้แม่นยำกว่าเดิม

5) StandBy แสดงข้อมูลที่เหลือบมองดูได้ในระหว่างที่ชาร์จ iPhone

iOS 17 เปิดตัว StandBy ที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลที่เหลือบมองดูได้แบบเต็มหน้าจอ ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เห็นได้จากระยะไกลเมื่อวางตะแคงเพื่อชาร์จ iPhone StandBy เหมาะมากที่จะใช้เมื่อวางตัวเครื่องไว้ที่โต๊ะข้างเตียง เคาน์เตอร์ครัว หรือโต๊ะทำงาน และสามารถปรับแต่งให้แสดงนาฬิกาสวยงามหลายรูปแบบ รูปภาพโปรด หรือวิดเจ็ตต่างๆ อย่างวิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะซึ่งจะแสดงวิดเจ็ตที่เหมาะสมกับช่วงเวลา StandBy รองรับการแสดงกิจกรรมสด, Siri, สายโทรเข้า และการแจ้งเตือนขนาดใหญ่กว่าเดิม จึงทำให้ iPhone มีประโยชน์มากขึ้นและมองเห็นได้จากระยะไกล เมื่อชาร์จโดยใช้ MagSafe คุณสมบัติ StandBy จะจดจำมุมมองที่ผู้ใช้ต้องการ StandBy สามารถเรียกใช้งานได้อย่างง่ายดายทุกเมื่อโดยแตะที่หน้าจอ รวมถึงสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาในอุปกรณ์ที่จอภาพแบบติดตลอดอย่าง iPhone 14 Pro

apple-wwdc23-ios-17-standby-l

6) วิธีใหม่ในการชื่นชมกับช่วงเวลาดีๆ ในชีวิตด้วยแอปบันทึก

แอปบันทึกคือแอปใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้ iPhone ได้ทบทวนและชื่นชมกับช่วงเวลาดีๆ ในชีวิต ซึ่งพบว่าสามารถช่วยให้มีสุขภาวะดีขึ้นได้ การใช้การเรียนรู้ของระบบแบบบนอุปกรณ์ทำให้สามารถแสดงคำแนะนำที่ปรับตามผู้ใช้ได้เพื่อช่วยมอบแรงบันดาลใจด้านการจดบันทึก คำแนะนำต่างๆ สร้างขึ้นอย่างชาญฉลาดจากข้อมูลกิจกรรมที่ทำล่าสุด เช่น รูปภาพ ผู้คน สถานที่ การออกกำลังกาย และอื่นๆ ทำให้เริ่มเขียนบันทึกได้ง่าน และยังสามารถเปิดการแจ้งเตือนแบบตั้งเวลาเพื่อสร้างกิจวัตรในการจดบันทึกได้อีกด้วย แอปบันทึกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้จึงมีความสามารถในการล็อคแอป ใช้การประมวลผลบนอุปกรณ์ และมีใช้การเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ทำให้ผู้อื่นรวมทั้ง Apple ไม่สามารถเข้าถึงบันทึกของผู้ใช้ได้ API คำแนะนำการเขียนบันทึกตัวใหม่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเพิ่มคำแนะนำการเขียนบันทึกลงในแอปได้

apple-wwdc23-ios-17-journal-p

คุณสมบัติอื่นๆที่น่าสนใจของ iOS 17

  • Safari ยกระดับการปกป้องการท่องเว็บแบบส่วนตัวให้แน่นหนากว่าเดิม ทั้งจากตัวติดตาม เบราว์เซอร์ของผู้ใช้ และบุคคลที่อาจเข้าถึงอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้ อย่างคุณสมบัติอันล้ำสมัยที่ปกป้องผู้ใช้จากการถูกติดตามและสะกดรอยนั้นก็ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีกเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ติดตามหรือระบุอุปกรณ์ของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีการล็อคหน้าต่างการเลือกชมเว็บแบบส่วนตัวเมื่อไม่ใช้งาน ผู้ใช้จึงสามารถเปิดแถบเว็บไซต์ทิ้งไว้ได้แม้จะต้องลุกไปทำอย่างอื่น
  • รหัสผ่านและพาสคีย์สามารถแชร์ได้กับกลุ่มรายชื่อติดต่อที่เชื่อถือได้ เพื่อให้แชร์อย่างง่ายดายและปลอดภัยมากขึ้น ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มสามารถเพิ่มและแก้ไขรหัสผ่านเพื่อทำให้เป็นปัจจุบัน และเนื่องจากเป็นการแชร์กันผ่านพวงกุญแจ iCloud จึงมีการเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
  • แอปสุขภาพมีคุณสมบัติใหม่ๆ ด้านสุขภาพจิต ผู้ใช้สามารถบันทึกอารมณ์ในชั่วขณะหนึ่งและอารมณ์ประจำวัน เห็นสิ่งที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจ ได้รับความสะดวกในการเข้าถึงการประเมินภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลที่มักใช้ในคลินิก รวมถึงมีแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่ใช้งานได้ในภูมิภาคนั้น นอกจากนี้การเพิ่มระยะการมองอุปกรณ์ยังสามารถลดความเสี่ยงของภาวะสายตาสั้นในเด็ก และเพิ่มโอกาสในการลดความล้าของดวงตาของผู้ใหญ่จากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลได้อีกด้วย คุณสมบัติระยะหน้าจอของเวลาหน้าจอใช้กล้อง TrueDepth เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้ขยับอุปกรณ์ให้ถอยห่างออกไปอีกหากถือไว้ในระยะน้อยกว่า 12 นิ้วจากใบหน้าเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องกัน
  • แอปแผนที่เพิ่มคุณสมบัติแผนที่แบบออฟไลน์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแผนที่แบบเจาะจงพื้นที่และเข้าถึงการนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว เห็นเวลาที่คาดว่าจะมาถึง ค้นหาสถานที่ในแผนที่ และอื่นๆ ได้แบบออฟไลน์ นอกจากนี้แอปแผนที่ยังเพิ่มความสะดวกมากกว่าเดิมในการค้นหาเส้นทางเดินป่าหลายพันแห่งในอุทยานต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา และมีข้อมูลความพร้อมใช้งานแบบเรียลไทม์ของการชาร์จสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า
  • AirTag แชร์กันกับผู้อื่นได้มากที่สุดถึงห้าคน เพื่อนๆ และครอบครัวจึงช่วยกันติดตามสิ่งของได้ในแอปค้นหาของฉัน ทุกคนในกลุ่มจะเห็นตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของ เปิดเสียง และสามารถใช้คุณสมบัติตำแหน่งที่ตั้งจริงเพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งอย่างแม่นยำเมื่อ AirTag ที่แชร์นั้นอยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้ยังสามารถดำเนินการดังกล่าวกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่อยู่ในเครือข่ายค้นหาของฉันได้อีกด้วย
  • Apple Music เปิดตัว Collaborative Playlist ซึ่งทำให้ฟังเพลงร่วมกันเพื่อนๆ ได้ง่ายกว่าที่เคย และการใช้ SharePlay ในรถยนต์ก็ช่วยให้ผู้โดยสารทุกคนช่วยกันเลือกเพลงที่จะเปิดได้ 3 ผู้ฟังสามารถควบคุมเพลงจากอุปกรณ์ของตัวเองได้แม้ว่าจะไม่ได้สมัครใช้งาน Apple Music
  • AirPlay แชร์เนื้อหาได้ง่ายกว่าเดิมเนื่องจากมีระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ที่จะคอยศึกษาความชื่นชอบของผู้ใช้ นอกจากนี้ AirPlay ยังทำงานได้กับโทรทัศน์รุ่นที่รองรับในโรงแรมหลายแห่ง ผู้ใช้จึงสามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาโปรดบนโทรทัศน์ได้แม้ไม่ได้อยู่ที่บ้าน ความสามารถนี้สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นหลัก จึงจะเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงก่อนสิ้นปีนี้ในโรงแรมบางแห่งโดยเริ่มจากแบรนด์ต่างๆ ในเครือ IHG Hotels & Resorts ก่อน
  • AirPods ได้รับคุณสมบัติอันทรงพลังใหม่ๆ อย่าง Adaptive Audio, Personalized Volume และ Conversation Awareness ที่มอบนิยามบทใหม่ให้กับประสบการณ์การรับฟังเสียงส่วนบุคคล พร้อมมีการปรับปรุงเรื่องการสลับอุปกรณ์อัตโนมัติจึงทำให้ AirPods ใช้งานง่ายขึ้นไปอีก
  • แอปบ้านเพิ่มความสามารถที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นประวัติกิจกรรมในช่วง 30 วันที่ผ่านมาของตัวล็อคประตู ประตูโรงรถ ระบบสัญญาณแจ้งเหตุ และเซ็นเซอร์การสัมผัส นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้คุณสมบัติการล็อค 2 รายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน HomeKit อย่างแตะเพื่อปลดล็อคและรหัส PIN ได้กับตัวล็อคที่ใช้ได้กับ Matter เพื่อเพิ่มวิธีในการเชื่อมต่อเข้ากับบ้าน
  • แอปเตือนความจำมีรายการจ่ายตลาดที่จัดกลุ่มสินค้าที่เพิ่มเข้ามาโดยอัตโนมัติเพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนวิธีการจัดกลุ่มได้ แล้วรายการจะจดจำการตั้งค่านั้นไว้
  • คุณสมบัติค้นดูจากภาพใช้งานได้กับภาพที่ได้จากการหยุดเฟรมวิดีโอ ตอนนี้ผู้ใช้สามารถใช้คุณสมบัตินี้เพื่อระบุอาหาร หน้าร้าน เครื่องหมาย และสัญลักษณ์ต่างๆ รวมถึงดึงวัตถุขึ้นจากรูปภาพและวิดีโอ
  • Siri สามารถเปิดใช้งานได้เพียงพูดว่า “Siri” เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ผู้ใช้สามารถใช้หลายคำสั่งติดต่อกันได้โดยไม่ต้องเปิดใช้งานผู้ช่วยแยกแต่ละครั้งอีก
  • แอปรูปภาพมีอัลบั้มผู้คนซึ่งจะใช้การเรียนรู้ของระบบแบบบนอุปกรณ์เพื่อเสริมความสามารถในการจำแนกบุคคลที่ผู้ใช้ชื่นชอบ และรวมถึงแมวและสุนัขด้วย
  • ความเป็นส่วนตัวได้รับการอัปเดตให้ขยายความปลอดภัยในการสื่อสารไปเหนือกว่าแค่แอปข้อความ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อให้เด็กๆ ส่งและได้รับเนื้อหาผ่าน AirDrop, โปสเตอร์ของรายชื่อ, ข้อความ FaceTime และเมื่อใช้ตัวเลือกรูปภาพเพื่อเลือกรูปภาพที่จะส่ง ซึ่งในตอนนี้ได้ขยายไปครอบคลุมเนื้อหาวิดีโอด้วย เพิ่มเติมจากเดิมที่ดำเนินการได้เพียงกับเนื้อหาที่เป็นภาพนิ่ง คุณสมบัติใหม่อย่างการแจ้งเตือนเนื้อหาที่มีความละเอียดอ่อนสามารถช่วยให้ผู้ใช้ที่เป็นผู้ใหญ่หลีกเลี่ยงการรับชมรูปภาพและวิดีโอลามกที่ไม่ต้องการได้ นอกจากนี้การประมวลผลรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดสำหรับคุณสมบัติการแจ้งเตือนเนื้อหาที่มีความละเอียดอ่อนยังเกิดขึ้นบนอุปกรณ์เช่นเดียวกับคุณสมบัติความปลอดภัยในการสื่อสาร ซึ่งหมายความว่า Apple และบริษัทอื่นๆ ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหานั้นได้
  • การช่วยการเข้าถึงมีการอัปเดตต่างๆ อย่างคุณสมบัติการเข้าถึงการช่วยเหลือซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซที่ปรับแต่งได้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ที่มีความบกพร่องด้านการรู้คิดมีความสะดวกและใช้ iPhone ด้วยตัวเองได้มากขึ้น คุณสมบัติเสียงพูดสดที่ช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่สามารถสื่อสารผ่านการพูดมีตัวเลือกในการป้อนข้อความให้ตัวเครื่องออกเสียงแทนตัวเองได้เมื่อสื่อสารแบบพบหน้า อยู่ในสายโทรศัพท์ หรืออยู่ในสายโทร FaceTime คุณสมบัติเสียงส่วนตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงในการสูญเสียความสามารถในการพูดมีตัวเลือกในการผลิตเสียงที่คล้ายกับเสียงของตัวเอง และคุณสมบัติชี้และอ่านออกเสียงซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ที่ตาบอดหรือมองเห็นเลือนรางสามารถอ่านข้อความบนวัตถุที่จับต้องได้โดยการยื่นโทรศัพท์เข้าไปเพื่ออ่านออกเสียง
apple-wwdc23-ios-17-health-em

สมาชิกโปรแกรมนักพัฒนา Apple สามารถใช้งาน iOS 17 รุ่นตัวอย่างสำหรับนักพัฒนาได้ที่ developer.apple.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และสามารถใช้งานรุ่นเบต้าสำหรับบุคคลทั่วไปได้ในเดือนหน้าที่ beta.apple.com คุณสมบัติซอฟต์แวร์ใหม่จะพร้อมใช้งานภายในปีนี้ในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีสำหรับ iPhone XS และใหม่กว่า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/ios/ios-17-preview คุณสมบัติอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในบางภูมิภาค บางภาษา หรือบางอุปกรณ์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานได้ที่ apple.com

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
เพื่อนสนิทเท่านั้น Facebook เปิดตัวแอปแชทแยก “Threads” ให้เราได้คุยกันเองแล้ว
เผยภาพเรนเดอร์ “iPhone 13 series” ชุดใหม่พร้อมความเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้น!
สื่อดังเผย “iPhone 15” ยังชาร์จเร็วสุด 27W เท่าเดิม

Leave Your Reply

*