News PR

AIS เปิดตัวแพลตฟอร์มวัด E-Waste ครั้งแรกในไทย ผนึก PCD-TGO มุ่งสู่ต้นแบบอาเซียน

AIS ผนึก กรมควบคุมมลพิษ (PCD) และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เปิดตัว E-Waste Calculator Platform แพลตฟอร์มแรกในไทยที่วัดผลการจัดการ E-Waste ตามมาตรฐานสากล มุ่งสู่ต้นแบบอาเซียน

ประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ประมาณ 700,000 ตันต่อปี แต่มีสัดส่วนที่เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องไม่ถึง 1% ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เพราะขยะพวกนี้มักมีสารพิษอย่างตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม ที่อาจปนเปื้อนสู่ดินและน้ำถ้ากำจัดผิดวิธี การจัดการ E-Waste ให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืนจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับข้อมูลที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ ตั้งแต่แหล่งที่มาและกระบวนการจัดการ ไปจนถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม

การเปิดตัว E-Waste Calculator Platform ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่เกิดจากการบูรณาการระหว่างสามฝ่าย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ที่นำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบ กรมควบคุมมลพิษ ที่ผลักดันนโยบายและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ที่มีความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานการคำนวณก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้การจัดการ E-Waste มีข้อมูลรองรับและวัดผลได้อย่างเป็นระบบ

E-Waste Calculator Platform คือเครื่องมือที่เปลี่ยนข้อมูลการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กลายเป็นผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้จริง องค์กรสามารถบันทึกประเภทและปริมาณ E-Waste ที่รวบรวมได้บนเว็บไซต์ https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/e-waste-calculator/overview จากนั้นระบบจะคำนวณปริมาณขยะและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจก (greenhouse gas) ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสากล พร้อมแสดงผลเป็นรายงานที่ดาวน์โหลดได้ทั้ง PDF และ Excel เพื่อให้องค์กรนำไปใช้ติดตามผลการดำเนินงาน วางแผนจัดการ E-Waste และประกอบการรายงานด้านความยั่งยืน (sustainability reporting) ได้อย่างเป็นระบบ

นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับการยกระดับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรับคืน การรวบรวม การคัดแยก ไปจนถึงการรีไซเคิลหรือกำจัดอย่างถูกต้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างผลักดันร่างพระราชบัญญัติจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักการ EPR หรือ Extended Producer Responsibility (การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต) ซึ่งจะผลักดันให้ผู้ผลิตรับผิดชอบสินค้าของตนตลอดวงจรชีวิต ควบคู่กับการส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ผ่านกลไกความร่วมมือของภาคเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกฎหมายในอนาคตและส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy)

นางสาวกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “AIS เชื่อว่าการสร้างโลกที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ โครงการ คนไทยไร้ E-Waste จึงเดินหน้าต่อเนื่องร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อส่งเสริมการคัดแยกและจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี โดยการจัดการ E-Waste ให้เกิดผลยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเก็บรวบรวม แต่ต้องมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมาตรฐานการวัดผลที่ชัดเจน เราจึงนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนา E-Waste Calculator Platform เพื่อให้องค์กรเห็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าเทคโนโลยีจะมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อช่วยเปลี่ยนความตั้งใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เป็นการลงมือทำที่เกิดผลได้จริง”

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้ว่า ปัญหาหลักของ E-Waste ในไทยอยู่ที่ข้อจำกัดในการเก็บรวบรวมและส่งต่อซากผลิตภัณฑ์เข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ทำให้ซากส่วนหนึ่งถูกทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปหรือถอดแยกอย่างผิดวิธี เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารอันตรายในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน กรมฯ จึงได้หารือร่วมกับ AIS และ TGO เพื่อพัฒนาระบบรับคืนและส่งต่อซากผลิตภัณฑ์ไปรีไซเคิลหรือกำจัดตามหลักวิชาการ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน E-Waste Calculator Platform จะช่วยให้กรมฯ ติดตามปริมาณซากผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมและจัดการได้ นำมาวางแผนและขยายผลในพื้นที่ต่อไป

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังสร้างโอกาสในการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตวัสดุใหม่ด้วย TGO จึงร่วมกับ AIS พัฒนาการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการรีไซเคิล เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้ โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS: Low Emission Support Scheme) เพื่อให้การประเมินผลมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีเป้าหมายต่อยอดสู่วิธีการคำนวณสำหรับโครงการคาร์บอนเครดิต T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Programme) ในอนาคต ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนหันมาจัดการ E-Waste อย่างจริงจังมากขึ้น

ปัจจุบัน โครงการ คนไทยไร้ E-Waste ของ AIS มีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 280 องค์กร และจุดรับทิ้งกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ สามารถรวบรวม E-Waste สะสมได้แล้วถึง 1,301,912 ชิ้น น้ำหนักรวม 288,346.74 กิโลกรัม และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เทียบเท่า 130,700 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO₂e) แล้ว

AIS เชิญชวนองค์กร หน่วยงาน และพันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมใช้งาน E-Waste Calculator Platform เพื่อเพิ่มการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง และร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการ E-Waste ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและวัดผลได้ พร้อมวางรากฐานสู่การเป็นต้นแบบการจัดการ E-Waste ของอาเซียนอย่างยั่งยืน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://sustainability.ais.co.th/th/sustainability-projects/e-waste-calculator/overview

SHARE
คนเล่าเรื่องไอที ที่เชื่อว่าการได้เดินทางและการพบปะพูดคุยกับผู้คนในสายงานต่าง ที่ไม่คุ้นเคยคือกำไรชีวิต...หลงไหลในการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อได้เจอเจ้าหน้าที่ ตม.
RELATED POSTS
หัวเว่ยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ส่งเรือช่วยพนักงาน-มอบถุงยังชีพ 400 ถุงสู้น้ำท่วม กทม.
vivo V80 x ENHYPEN เปล่งประกายสไตล์ Gen Z ด้วยกล้อง ZEISS Center-Stage Portrait
เป็นเจ้าของ “Samsung Galaxy Fold ใหม่” ได้แล้ววันนี้

Leave Your Reply

*