
TMA จับมือมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์ฯ เปิดเวที TECHINNO FORUM 2026 ชูแนวคิด “Unfinished Business” เร่งดัน Deep Tech และ IP ปลดล็อกนวัตกรรมไทย สู่มูลค่าพาณิชย์และเศรษฐกิจยั่งยืน
สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน OUTSTANDING TECHNOLOGIST AWARDS & TECHINNO FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด “Unfinished Business” เพื่อทบทวนและแก้ไขโจทย์สำคัญที่ยังค้างคาในระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย มุ่งเชื่อมโยงงานวิจัยและเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech ซึ่งหมายถึงนวัตกรรมที่ต้องอาศัยความรู้เชิงวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมขั้นสูงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ สู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property หรือ IP) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องออดิทอเรียม C esean รัชดา กรุงเทพฯ ท่ามกลางนักเทคโนโลยี นักวิจัย ผู้รับรางวัล และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมแสดงความยินดีและกล่าวถึงแนวคิด “Unfinished Business” ว่า “ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ที่มีเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตนเอง โดยมุ่งพัฒนางานวิจัยเชิงลึกให้สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างงานมูลค่าสูง ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงความเป็นเลิศของนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญให้กลายเป็นพลังในการพัฒนาประเทศ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนรุ่นใหม่สามารถสร้างอนาคตและเติบโตได้ในประเทศไทย และนำพาประเทศก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสานต่อให้สำเร็จ”
คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวถึงแนวคิด “Unfinished Business” ว่า นี่สะท้อนถึงภารกิจสำคัญที่ TMA และภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย แม้ปัจจุบันไทยจะมีพัฒนาการด้านการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) และมีบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในระดับสูง แต่ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ IMD ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรบริหารชั้นนำระดับโลก ยังคงชี้ให้เห็นความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างศักยภาพของบุคลากรกับการต่อยอดงานวิจัยไปสู่สิทธิบัตรและการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศที่ต้องเอื้อต่อการพัฒนางานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม
การแก้ไขโจทย์นี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา หรือที่เรียกว่าโมเดล Triple Helix ซึ่งเป็นแนวคิดความร่วมมือสามประสานที่ช่วยเชื่อมโยงความรู้จากสถาบันการศึกษาไปสู่การสร้างมูลค่าในภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพการศึกษา สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนสร้างกลไกที่ช่วยให้องค์ความรู้และเทคโนโลยีสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง เป้าหมายไม่ใช่เพียงการทำให้อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยดีขึ้น แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ศักยภาพของคนไทยสามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ชี้ให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบนวัตกรรมไทยว่า ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การขาดศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การพัฒนาระบบนิเวศที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม แหล่งทุน และตลาดเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผลการจัดอันดับ Global Innovation Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดระดับนวัตกรรมของประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังมีข้อจำกัดด้านการสนับสนุนจากภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการผลักดันนวัตกรรมให้เกิดธุรกิจที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ Deep Tech ซึ่งต้องอาศัยเงินลงทุนสูง ระยะเวลาพัฒนาที่ยาวนาน และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ NIA จึงปรับบทบาทจากการเป็นผู้ให้ทุนมาสู่การเป็นผู้ร่วมลงทุน (Co-investor) พร้อมผลักดันกลไกทางการเงินและการใช้บัญชีนวัตกรรมไทยเป็นตลาดเริ่มต้น เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้ได้แก่ พิธีประกาศผลรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น และนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ประจำปี 2569 ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีประกาศผล เพื่อเชิดชูเกียรติและยกย่องผลงานที่สร้างผลกระทบเชิงบวกแก่ประเทศ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันบุคลากรด้านเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของไทยก้าวสู่เวทีระดับสากล
นอกจากนี้ยังมีการเสวนาเชิงลึก (Panel Discussions) โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน ครอบคลุม 3 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ The Successful Commercialization How to ที่เจาะลึกกรณีศึกษาความสำเร็จของการผลักดันงานวิจัยออกจากห้องทดลองสู่สินค้าและบริการในตลาดจริง, Think IP, Think Future ที่ว่าด้วยการวางกลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อปกป้อง เสริมสร้างมูลค่า และต่อยอดนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน และ How AI is Transforming Innovation ที่สำรวจบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะตัวเร่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านและการสร้างสรรค์นวัตกรรมยุคใหม่ พร้อมด้วยเวที Technology Talk ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้รับรางวัลถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการออกแบบนวัตกรรมเชิงลึกเพื่อแก้โจทย์ความท้าทายทางธุรกิจ และ TechInno Mart โซนจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีพร้อมใช้จากทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสเจรจาจับคู่ธุรกิจ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง
งาน OUTSTANDING TECHNOLOGIST AWARDS & TECHINNO FORUM 2026 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผนึกกำลังเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และ Deep Tech เข้ากับภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันปลดล็อกทุกอุปสรรค ทลายข้อจำกัด และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation-Driven Economy) ที่เติบโตอย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนบนเวทีโลก
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ TMA, Facebook: TMA-Thailand Management Association, Instagram: TMAThailand หรือสอบถามที่ โทร. 02 319 7677 ต่อ 122